ตีระฆัง 100 ปี บ้านหาดไก่ต้อย หมู่บ้านทำมาค้าขาย

30 ก.ค. 2562 11:30 น.
อุตรดิตถ์ - กรมการค้าภายใน คัดเลือก วิสาหกิจชุมชนหาดไก่ต้อย ต.หาดล้า อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ระบุ เป็นกลุ่มเกษตรกรรับซื้อผลผลิตเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ที่มีพื้นที่ปลูกมากในชุมชน แปรรูปครบวงจร สร้างงานสร้างรายได้สู่คนชุมขน เป็นต้นแบบโครงการหมู่บ้านทำมาค้าขาย

ที่วิสาหกิจชุมชนหาดไก่ต้อย ต.หาดล้า อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ นายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการหมู่บ้านทำมาค้าขาย “เกษตรกรวิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านหาดไก่ต้อย” หมู่บ้านหรือกลุ่มอาชีพด้านการเกษตรต้นแบบ ที่กรมการค้าภายใน ส่งเสริมและพัฒนาให้มีศักยภาพในการประกอบธุรกิจด้วยตนเอง ทั้งด้านการตลาด การพัฒนาสินค้าและบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการบริหารจัดการและขยายช่องทางการตลาด สร้างโอกาสและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันอย่างมั่นคง ยั้งยืน

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกกลุ่มเกษตรกรวิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านหาดไก่ต้อย ได้จัดพิธีบายศรีสู่ขวัญตามประเพณีโบราณ ด้วยหมอทำขวัญผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน ให้กับทีมงานและคณะที่เดินทางมาร่วมเปิดหมู่บ้านทำมาค้าขาย เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้น นายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ตีะระฆังโบราณอายุกว่า 100 ปี ที่ชาวอำเภอท่าปลาเก็บแห่งเก็บรักษาไว้อย่างดี หลังจากนำมาจากหมู่บ้านเก่า ที่อพยพจากการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ ด้วย ความเชื่อ ตีระฆังเสียงดังต่อเนื่อง เพื่อการค้าขายจะได้เจริญรุ่งเรือง ก่อนจะชมการดำเนินกิจการของกลุ่มเกษตรที่นำเม็ดมะม่วงหิมพานต์ แปรรูปครบวงจร สร้างงานสร้างอาชีพให้ชาวท่าปลา มานานกว่า 14 ปี

 

 

ทั้งนี้บ้านหาดไก่ต้อย ต.หาดล้า อ.ท่าปลา เป็นอีกชุมชนหนึ่งที่ชาวบ้านอพยพจากการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ และเข้าสู่ในที่ดินราชการจัดสรรให้ ซึ่งสภาพดินลูกรัง เป็นภูเขา เป็นอุปสรรคต่อการทำเกษตรกรรม และขาดแหล่งน้ำ จึงได้หันมาปลูก มะม่วงหิมพานต์ พืชที่ทนแล้งใช้น้ำน้อย พื้นที่ปลูกกว่า 3 หมื่นไร่ ผลผลิตกว่า 3,000 ตันต่อปี เมื่อปี 2548 ได้รวมกลุ่มเกษตร “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านหาดไก่ต้อย” เพื่อรับซื้อผลผลิตของสมาชิก 250 ตันต่อปี นำเข้าสู่กระบวนการแปรรูปมะม่วงหิมพานต์ครบวงจร กลายเป็นแหล่งรับซื้อผลผลิต แปรรูป และสร้างงาน สร้างอาชีพให้ทั้งเกษตรกรและสมาชิกกลุ่ม

 

ขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์เน้นสนองต่อผู้บริโภคตามยุคสมัย กรมการค้าภายในได้เข้าไปช่วยออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างความหลากหลาย เป็นตัวเลือกให้กับผู้บริโภค และสร้างความมั่นใจในคุณภาพให้สินค้า ด้วยการดำเนินการขอใบรับรองมาตรฐานประกันความชื้นจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร และเปิดช่องทางการขายในรูปแบบต่างๆ จนสินค้ากลายเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วประเทศ สามารถสร้างอาชีพและรายได้ให้กับชุมชนเป็นอย่างมาก และเข้าสู่ โครงการ “หมู่บ้านทำมาค้าขาย” 1 ใน 5 จังหวัดภาคเหนือ

 

 

นายประโยชน์ กล่าวว่า มีชุมชนเข้าร่วมโครงการ “หมู่บ้านทำมาค้าขาย” แล้ว จำนวน 15 แห่ง ในปี 2562 ได้คัดเลือกชุมชนที่พร้อมจะเป็นแรงสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตต่อไป เพิ่มอีก 5 แห่ง ประกอบด้วย วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกล้วยไข่ จ.กำแพงเพชร, วิสาหกิจชุมชนแปรรูปสมุนไพรปลูกรัก จ.ตาก, วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอาชีพทอผ้าบ้านนาต้นจั่น จ.สุโขทัย, วิสาหกิจชุมชนแก้วมังกร จ.แพร่ และวิสาหกิจชุมชนบ้านหาดไก่ต้อย จ.อุตรดิตถ์ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนให้มีศักยภาพในการประกอบธุรกิจด้วยตนเองทั้งด้านการตลาด การพัฒนาสินค้าและบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการบริหารจัดการและขยายช่องทางการตลาด ปัจจุบันประสบผลสำเร็จอย่างสูงทำให้ชุมชนอยู่ดีกินดีและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างแท้จริง

ของดีชุมชน