ดันไทยฮับโลจิสติกส์เชื่อมเพื่อนบ้าน เงินเข้าปีละไม่ต่ำกว่า2แสนล้าน

30 ก.ค. 2562 12:10 น.
ขอนแก่น - เอกชนจี้รัฐไทยให้ความสำคัญกับระบบโลจิสติกส์ ดันไทยเป็นฮับเชื่อมประเทศเพื่อนบ้าน ระบุจะทำให้มีตัวเลขรายได้เข้าประเทศไม่ต่ำกว่าปีละ 2 แสนล้านบาท ไม่แพ้ธุรกิจโรงแรมและอื่น ๆ

 

เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (Mekong Institute หรือ MI) ได้จัดงาน “จีเอ็มเอส โลจิสติกส์ ฟอรัม” ( GMS Logistics forum) ซึ่งมีการจัดต่อเนื่องทุกปี โดยเชิญประเทศในกลุ่มอนุภาคลุ่มน้ำโขง ไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา และจีนตอนใต้ มาร่วมหารือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกัน โดยปีนี้ให้ความสำคัญเรื่อง ธุรกิจขนส่งที่จะสามารถเชื่อมโยงการค้าการลงทุนระหว่างกัน โดยมีผู้เข้าร่วมงานทั้งนักวิชาการ นักธุรกิจ และภาคเอกชนกว่า 200 คน

เรื่องนี้นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานคณะกรรมการกำกับการดำเนินงาน สถาบันความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง เปิดเผยว่า การจัดประชุมครั้งนี้เพื่ออยากให้เกิดความสำเร็จในทุกมิติของเรื่องการค้าข้ามแดนในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง ทั้งคน ทั้งธุรกิจการค้าขาย ในภาครัฐของกลุ่มประเทศก็ประชุมกันบ่อย มีข้อตกลงเยอะแยะ ประชาชนเดินทางติดต่อกันมากขึ้นทุกวัน แต่ในด้านธุรกิจก็ยังติดขัดปัญหาอุปสรรคอยู่มาก เพราะระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ การค้าชายแดนยังมีปัญหา

“วันนี้เราต้องการมาหารือกับหลายภาคส่วนของประเทศในลุ่มน้ำโขง หากจะเจริญก้าวหน้า หากจะพัฒนา เราต้องทำธุรกิจร่วมกันเยอะ ๆ แต่การแก้กฎระเบียบผ่านแดนยังช้าอยู่ แม้จะเอาเทคโนโลยี เอาเครื่องมือเข้ามาใช้แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับจากภาครัฐมากนัก รัฐยังไม่ได้ยอมรับในการตรวจสอบ ยังต้องปฏิบัติการแบบธรรมดาอยู่ ปัญหาใหญ่คือการแก้กฎระเบียบช้าไป อยากจะให้รัฐให้ความสำคัญและแก้ไขให้เร็วกว่านี้ ให้ก้าวทันเทคโนโลยีที่เข้ามา ยอมรับการเอาเครื่องมือสมัยใหม่เข้ามาช่วยด้วย เพราะอยากให้มีการทำมาค้าขายคึกคักขึ้น”นายณรงค์ชัย กล่าว

ด้านนายเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ นายกสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (TIFFA) เปิดเผยว่า การขนส่งระหว่างประเทศมีปัญหาเยอะมาก ในภาครัฐระดับนโยบายพูดบอกฟรีเทรด แต่จริง ๆ ไม่ได้ลงไปในระดับพื้นที่เลย เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการไม่ได้ถือปฏิบัติอย่างที่ผู้บริหารประกาศไว้ เพราะไทยยังคิดว่า การนำเข้าสินค้ารัฐได้ภาษี แต่การนำเอาสินค้าออกหรือการขนส่งสินค้าเขาเก็บภาษีได้น้อยกว่า และยิ่งการค้าขายกับเพื่อนบ้านที่ปลอดภาษีเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติไม่ได้ให้ความสำคัญเลย

“ทางสมาคมฯเราพูดกับรัฐมาตลอดว่า ธุรกิจบริการโลจิสติกส์สามารถนำรายได้เข้ามาให้ประเทศไทย อย่าคิดว่าการขนส่งสินค้าหรือการค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้านเราจะไม่ได้ประโยชน์ เพราะธุรกิจบริการขนส่งหรือโลจิสติกส์ทำให้รัฐมีรายได้มาก ปีละไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้าน สร้างรายได้เข้าประเทศไม่ต่างจากธุรกิจท่องเที่ยวโรงแรม หรืออื่น ๆ อยากให้รัฐผลักดันเรื่องธุรกิจโลจิสติกส์โดยให้ไทยเป็นฮับของกลุ่มจีเอ็มเอส เพราะเรามีระบบโครงสร้างพื้นบ้านพร้อมหมดแล้วเพียงแต่รอการปรับเปลี่ยนแก้ไขกฎระเบียบเท่านั้น”นายเกตติวิทย์ กล่า วและว่า

อยากให้รัฐบาลชุดนี้กล้าตัดสินใจและเริ่มต้นที่จะให้ความสำคัญกับระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเพิ่มมูลค่าจีดีพีของประเทศ อีกทั้งอยากให้มีการนำเอาเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาหนุนเสริมระบบส่งออก นำเข้า และระบบการขนส่ง แต่ปัญหาของไทยขณะนี้ แม้ตัวเลขการส่งออก นำเข้า ก็ยังไม่มีข้อมูลที่เป็นระบบมากพอ มีเพียงการแจ้งปริมาณ และมูลค่า แต่ไม่ได้มีการประเมินมูลค่าจริง ๆ ทำให้นักลงทุนเองก็ไม่กล้าตัดสินใจมาลงทุนที่ไทย ซึ่งเรื่องนี้รัฐต้องปรับตัว และให้ความสำคัญกับระบบโลจิสติกส์ในไทยอย่างแท้จริง.

ทั้งนี้ งานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 ที่โรงแรมพูลแมน ขอนแก่นราชาออร์คิด จังหวัดขอนแก่น 

เศรษฐกิจภูมิภาค