แล้งลามชัยภูมิหนักนาข้าวขาดน้ำยืนต้นตายขยายวงกว้างครึ่งจังหวัดแล้วกว่า7อำเภอ!

21 ก.ค. 2562 11:55 น.
ชัยภูมิ - ผู้ว่าฯชัยภูมิ ลุยสำรวจพื้นที่ได้รับผลกระทบภัยแล้งปีนี้หนักหน่วงสุดรอบกว่า 30 ปี หวั่นซ้ำรอยชาวบ้านเปิดศึกแย่งชิงน้ำ เนื่องจากในปัจจุบันน้ำในลำชีวิกฤตแห้งขอดเร่งหาจุดขอดน้ำจากลำชีที่เหลือไม่กี่จุดสูบขึ้นมาพอได้ช่วยนาข้าวใกล้ยืนต้นตายอ่วมหนักแล้วเกือบครึ่งจังหวัดใน 7 อำเภอ วอนขอความร่วมมือประชาชนชาวจังหวัดชัยภูมิทุกคนใช้น้ำอย่างประหยัด จนกว่าจะพ้นวิกฤตนี้ในปีนี้ไปได้ !!

วันที่ 21 ก.ค.2562 จากสถานการณ์ภัยแล้งที่ปีนี้มาเร็ว และคาดว่าในหลายพื้นที่ภาคอีสานและจ.ชัยภูมิ ที่เป็นจุดจังหวัดเป็นแหล่งต้นกำเนินดแม่น้ำชี จะต้องประสบภัยแล้งหนักสุดรอบกว่า 30 ปี ซึ่งทำให้สถานการณ์ภัยแล้งยังขยายวงกว้างสร้างความเสียหายหนักต่อเนื่องในพื้นที่จ.ชัยภูมิ

ซึ่งล่าสุด นายณรงค์   วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เร่งออกสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งหนักสุดในปีนี้แล้วเกือบครึ่งจังหวัด ใน 7 เภอ จากทั้งหมด 16 อำเภอ ต้องประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงนาข้าวขาดน้ำยืนต้นตายขยายวงกว้างต่อเนื่องเป็นจำนวนมากแล้วหลายหมื่นไร่ รวมทั้งสัตว์เลี้ยงโค กระบือ ขาดน้ำอุปโภคบริโภคอีกจำนวนมาก

ในพื้นที่รอยต่ออำเภอภูเขียว,แก้งคร้อ,บำเหน็จณรงค์,จัตุรัส,บ้านเขว้า ,เนินสง่า,และอำเภอเมืองชัยภูมิ ในขณะนี้โดยเฉพาะลำน้ำชีซึ่งเป็นลำน้ำสายหลักที่ใช้หล่อเลี้ยงคนในจังหวัดและชาวอีสานในหลายจังหวัดมีความยาวกว่า 700 กิโลเมตรซึ่งขณะนี้กำลังเริ่มวิกฤตแห้งขอดหนักมาเร็วกว่าทุกปีในรอบกว่า 30 ปี

ส่งผลกระทบให้กับประชาชนที่ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำแห่งนี้ที่นำน้ำดิบมาใช้ผลิตน้ำประปาแจกจ่ายประชาชนเพื่ออุปโภค และเกษตรกรชาวไร่ชาวนาต้องใช้น้ำเพื่อปลูกข้าวปลูกพืช ปลูกผัก ที่กำลังจ้องมองดู พืชพันธุ์ของตนเองกำลังยืนต้นตาย อย่างหมดหวัง  เพราะขาดแคลนน้ำอย่างหนัก

โดยนายเสน่ห์  บำรุงนา  อายุ 56 ปี ชาวบ้านท่าพุทรา หมู่ 2 ตำบลกะฮาด อำเภอเนินสง่า จังหวัดชัยภูมิเกษตรกรปลูกข้าวที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งหนักอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในรอบกว่า 30 ปี กล่าวว่า ตนเองและครอบครัวมีอาชีพทำนาปลูกข้าวจำนวน 8 ไร่ มาตั้งแต่สมัยพ่อแม่จนมาถึงรุ่นตัวเอง ตั้งแต่ตนเองอายุ 15 ปี จนปัจจุบันอายุกว่า 50 ปีแล้ว ไม่เคยเกิดสถานการณ์ แห้งแล้งมาเร็วเช่นนี้มาก่อน ซึ่งปกติในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน ก็ยังพอจะมีฝนตกลงมาเติมน้ำในนาข้าวได้ แต่ปีนี้กลับไม่มีฝนตกลงมาเลย จึงต้องมาใช้เครื่องสูบน้ำในลำน้ำชี ไปเข้าสู่นาตนเองเสียทั้งค่าน้ำมันค่าปุ๋ยค่ากล้าเพาะปลูก ซึ่งปลูกไว้กินเองและขายสร้างรายได้ทั้งปี แต่ปีนี้แล้งหนักมากแถมน้ำในลำน้ำชีก็เริ่มแห้งขอดเร็วจนแทบไม่มีที่จะให้สูบขึ้นมาได้อีกแล้ว ซึ่งจากนี้ไปก็ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไรได้ถ้าไม่มีฟ้าฝนตกลงมาช่วยได้ทันไม่เกินสิ้นเดือนนี้นาข้าวต้องยืนต้นตายทั้งหมดจนไม่เหลืออะไรอีกแล้วในปีนี้ 

ด้าน นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้ลงพื้นที่ออกสำรวจและร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งปีนี้ ที่กำลังเริ่มวิกฤตในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิที่ได้รับผลกระทบจำนวนมากขยายวงกว้างเกือบครึ่งจังหวัด ใน 7 อำเภออย่างเร่งด่วนและให้มีแนวทางที่แก้ไขปัญหาอย่างถาวรให้มากขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาชาวบ้านทะเลาะแย่งน้ำกันในขยายนี้แล้วหลายพื้นที่เกิดขึ้นจึงอยากให้ทุกฝ่ายใจเย็นๆซึ่งจะต้องผ่าวิกฤตภัยแล้งปีนี้ร่วมกันไปให้ได้ โดยเฉพาะเรื่องน้ำประปา น้ำอุปโภค บริโภค ต้องไม่ขาดแคลนไว้ก่อนเป็นหลัก

ในส่วนนาข้าวที่ขาดน้ำใกล้ยืนต้นตายในขณะนี้จำนวนมาก ก็ได้ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจว่าน้ำที่ยังเหลือแห้งขอดในลำชีขณะนี้ ยังพอมีจุดไหนเหลือบ้าง และพอที่จะสูบขึ้นมาช่วยต้นข้าวได้บางส่วนได้ก้ต้องรีบทำ แต่หากเห็นแล้วว่าสูบขึ้นมาไม่เพียงพอในจุดนั้นๆ ก็ควรที่จะช่วยกันเก็บกักไว้ในด้านการอุปโภคไว้ก่อนเป็นหลัก

ซึ่งที่ผ่านมาทางจังหวัดก็ได้มีการวางแผนประชุมหารือเพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสถานการณ์น้ำในแม่น้ำชีที่ลดน้อยลงจนเริ่มวิกฤตและประสบปัญหาในการเกษตรในการอุปโภคบริโภคขณะนี้มีไม่พอเพียงพอ สำหรัยพี่น้องเกษตรกร ที่เพาะปลูกอยู่ใกล้ลำน้ำชี ซึ่งเกษตรกรเหล่านี้จะทำนาได้เพียงแค่ครั้งเดียวต่อปีในช่วงหน้าฝนทุกปี

ซึ่งในทุกปีที่ผ่านมาน้ำในลำน้ำชีก็จะมีน้ำพอเพียงให้เกษตรกรได้เพราะปลูกทำนาได้ แต่มาในปีนี้สถานการณ์ฝนทิ้งช่วงถือว่าหนักมาก ทางจังหวัดจึงต้องลงพื้นที่มาทำความเข้าใจและหารือเพื่อที่จะช่วยแก้ปัญหาโดยเร่งด่วนให้กับเกษตรกรและผู้ที่ใช้น้ำประปารวมถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งปัจจุบันกำลังเข้าสู่สภาวะขาดแคลนน้ำ จนอาจจะเกิดการที่ชาวบ้านทะเลาะแย่งชิงน้ำกันซึ่งทางจังหวัดเองก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น

ซึ่งล่าสุดได้มีมติจังหวัดให้มีการปล่อยน้ำจากบึงละหานมาจำนวนรวม 700,000 ลบ.ม.จากบึงละหาน ที่ยังมีน้ำสำรองเหลืออยู่ในปีนี้เพียง 16 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อนำมาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเป็นน้ำดิบเพื่อผลิตประปาใช้ในแต่ละชุมชนที่อยู่โซนนี้จากอ.จัตุรัส,อ.เมืองชัยภูมิ เพิ่มเติมได้มากขึ้น ผ่านเข้ามาช่วยในเขตตำบลบ้านค่าย อำเภอเมืองชัยภูมิเชื่อมต่ออำเภอเนินสง่า โดยได้ประสานขอความร่วมมือจากเกษตรกรและสถานีสูบน้ำไฟฟ้าที่บ้านโนนจาน, บ้านกันกง, บ้านลี่,บ้านโคกแพงพวย, บ้านเสี้ยว,น้อยรวม 5 แห่ง ที่อยู่ต้นน้ำชี ช่วยหยุดสูบน้ำก่อนเพื่อจะนำน้ำดิบไปผลิตประปาแจกจ่ายให้กับประชาชนในเขตอำเภอเมืองเมืองและอำเภอเนินสง่า ชั่วคราวให้ได้ในณะนี้ก่อน

และคาดว่าปริมาณมวลน้ำดิบที่ปล่อยมาจากบึงละหานในครั้งนี้น่าจะเพียงพอใช้ผลิตน้ำประปาโดยไม่ขาดแคลนให้กับพี่น้องประชาชนในจุดนี้ไปได้อีกประมาณ 1-2 เดือนในเบื้องต้น และทางจังหวัดได้มีการประสานไปยังหน่วยฝนเทียมมาช่วยเหลืออีกทางต่อไป

ในช่วงจากนี้ไป จึงอยากจะขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยภูมิทุกคนว่า ในขณะนี้จังหวัดชัยภูมิได้ประสบวิกฤตภัยแล้งในปีนี้จึงขอให้ช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัด จนกว่าจะพ้นวิกฤตนี้ร่วมกันผ่านปีนี้ร่วมกันไปให้ได้ต่อไป

คุณภาพชีวิต