เปิดตัว..3 ว่าที่ผู้สมัครชิงนายก อบจ.เลย

21 ก.ค. 2562 11:49 น.
จ.เลย - หลังการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ การเลือกตั้งท้องถิ่น เริ่มขยับตำแหน่งนายก อบจ.เลย หอมว่าที่ผู้สมัครรุ่นเก๋าขอท้าชนแบบช้าง-ชนช้าง ไล่เลียงมาตั้งแต่ "สจ.โก้-ธนาวุฒิ-ปรีชา"

 

 บรรยากาศช่วงนี้ จ.เลย  เป็นที่จับตามองอของประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งหลังจากการเลือก ส.ส.และการจัดตั้งรัฐบาลวางตัวคณะรัฐมนตรีสำเร็จ การเมืองที่ตามมาคือ”ท้องถิ่น” นั่นคือนายก อบจ. ดูเหมือนจะเป็นตำแหน่งที่หอมกรุ่นของบรรดานักการเมืองในระดับท้องถิ่นแต่การเมืองเริ่มเปลียนไปเห็นกันชัดๆคือ ส.ส.ทั้ง 3 คนของสนามเลือกตั้ง จ.เลย ล่าสุดช้างถูกล้มทั้ง 3 คน ผู้ที่เดินสู้สภาฯได้คือ ผู้สมัครหน้าใหม่ครั้งแรกของสนามเลือกตั้ง ส.ส. และยังเป็นชาว อ.วังสะพุงด้วยกันทั้งหมด   ในจำนวนนี้เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน สกุลเดียวถึงกัน 2 คน    นับเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ทางการเมืองเลยที่ต้องถูกบันทึกว่า”เพราะเหตุอันใด”   ย่อมเป็นแรงใจสำคัญสำหรับนักการเมืองหน้าใหม่มาถึงสนามเลือกตั้งท้องถิ่น กับตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(นายก อบจ.) เลย ที่ดูแลพื้นที่ทั้งจังหวัดและดูแลกำกับ ส.อบจ.ทั้งจังหวัด ย่อมเป็นฐานเสียงอย่างดีกับการเมืองระดับชาติ ณ วันนี้ผู้สื่อข่าวได้ติดตามสอบถามว่าที่ผู้สมัครชิงชัยมีแล้ว 3  คน

 

 

 นายจีระศักดิ์  น้อยก่ำ  (สจ.โก้.)  เกิด 4 ต.ค.2514  อายุ 48 ปี ที่อยู่ 66 หมู่ 8 บ้านโป่ง ต.นาแขม อ.เมืองเลย จ.เลย   การศึกษาปริญญาตรี สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเลย ปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยทองสุข   ทางสายใหม่ (New Way)    เข้าสู่เส้นทางการเลือกตั้ง ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.อบจ.เลย เขต อ.หนองหิน  จากนั้นลงสมัครชิงชัยตำแหน่งนายก อบจ.เลย 1 ครั้ง แต่ก็พ่ายไป   มาครั้งนี้เปิดตัวเป็นรายแรกในนามส่วนตัวบนถนนสายใหม่เมืองเลย   พร้อมลงสมัครรับใช้ชาวเมืองเลย ด้วยสโรแกรนด์ “เส้นทางความฝัน เส้นทางความหวัง เส้นทางมั่นคง เส้นทางแห่งความยุติธรรม เส้นทางแห่งความมั่งคั่ง เส้นทางแห่งความสุข และเส้นทางแห่งความโปงใส”ภายใต้ วิสัยทัศน์"เปลี่ยนเพื่อเลย"    พันธกิจ จะมุ่งเน้นผลประโยชน์ของพี่น้องชาวเลยและผลประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลัก นั้นหมายถึงผลงานที่สามารถจับต้องได้ภายใน 4 ปี และที่สำคัญต้องพัฒนาองค์กรที่มีความมืดมิดมานานให้มีแสงสว่างและให้เกินความยุติธรรมโปงใสความชอบได้ โดยใช้หลักนิติธรรมความสุขรอยยิ้มแห่งหวังความสุขจะกลับสู่องค์กรและครอบครัว

 

นายธนาวุฒิ  ทิมสุวรรณ   เกิด  27  มิ.ย.2508 อายุ 52  ปี   บุตรคนที่ 2 ของนายสุรัตน์  ทิมสุวรรณ  อดีตนายก อบจ.เลย(คนแรก) และนางเจียมจิต  ทิมสุวรรณ  เป็นน้องชายของนายธนเทพ ทิมสุวรรณ อดีต ส.ส.เลย    ธนาวุฒิฯณ วันนี้ยังมีลูกชายและหลายชาย เป็น ส.ส.  ถึง 2 คนพร้อมกันวันเดียวกัน ธนาวุฒิฯ     มีการศึกษาปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต(วศว.)มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปริญญาโท ศิลปะศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาผู้นำทางสังคมการเมือง มหาวิทยาลัยรังสิต   อดีตสมาชิกสภ. อบจ.เลย 1 สมัย อดีตประธานสภา อบจ.เลย  2 สมัยติดต่อกัน และนายก อบจ.เลย 4สมัยติดต่อกันจนถึงปัจจุบัน ทั้งธุรกิจและตระกูลนักการเมืองจนถูกเรียกว่า”บ้านใหญ่” เมืองเลย   ที่สืบทอดมายาวนานจากพ่อสู่ลูก-ลูกสะไภ้ – หลาน  

 

ทุกคนที่ได้รับเลือกตั้งล้วนมีธนาวุฒิอยู่เบื้องหลัง สิ่งที่เขาได้รับการยอมรับจาก ส.อบจ.  จากผู้นำชุมชน ประชาชนมายาวนาน  น่าจะมาจากธุรกิจโรงโม่  ธุรกิจรถแม็คโคร รถบรรทุก เครืองจักรหนัก-กลาง –เบาที่เอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาสาธารณะประโยชน์ สาธารณะกุศล ระบบสาธรรณูปโภค  ถนนหนทาง บ่อ สระน้ำ สะดวก    รวมถึงบุคลากร พนักงานจำนวนมาก ทีมงานที่แข็งแกร่งมายาวนาน  คราวนี้ได้ลูกชายเป็น ส.ส.พรรคภูมิใจไทย พรรคร่วมรัฐบาลอีกด้วย   หากว่าเมื่อถึงวันเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อไรและไม่มีผู้สมัครมาเพิ่มอีก  สนามเลือกตั้งนายก อบจ.เลย  ครั้งนี้ ชี้ได้เลยว่าเป็นสนามเลือกตั้ง”ช้างชนช้าง”  ที่สูงสีที่สุดนับตั้งแต่มีการจัดให้มีเลือกตั้งชิงตำแหน่ง   นายก อบจ.เลย    จึงไม่น่าพลาดสายตาด้วยประการใด   ๆ  วาที่ผู้สมัครทั้ง 3 คน  ยังไม่มีพรรคการเมืองใดสนับสนุน คงลงแบบส่วนตัว....      

 

นายปรีชา  เร่งสมบูรณ์สุข    เกิด 2 พ.ย.2500 อายุ  62 ปี          อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นอดีต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเลย 13 สมัย  หลายพรรคการเมือง    และเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พรรคพลังประชาชน   ด้านการศึกษา   วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาโยธา MAPUA INSTITUTE OF TECHNOLOGY ประเทศฟิลิปปินส์  ล่าสุดนำทีม ส.ส.ทุกคนของ จ.เลย  หิ้วกระเป๋าเดินออกจากพรรคเพื่อไทย ก้าวข้ามไปลง ส.ส.ในนามพรรคพลังประชารัฐ

 

และต้องสอบตกยกทีมพ่ายต่อนักการเมืองหน้าใหม่ป้ายแดง           เมื่อเป็นนักการเมืองมืออาชีพเก๋าอาวุโสสูงสุดของเมืองเลย ย่อมไม่วางมือขอสานต่อนโยบาย/โครงการที่ดีมีประโยชน์ต่อสาธารณะและประชาชนคนเมืองเลยทั้งจังหวัดตลอดจน เพื่อไมให้วิถีทางการเมืองต้องสะดุดลง  นั่นก็ คือว่าที่ผู้สมัคร  นายก อบจ.เลย