อนุทิน คาดทั้งปีคนไทยป่วยไข้เลือดออก 1.3 แสน ราย

21 ก.ค. 2562 07:10 น.
จ.เลย - ที่ รพ.เชียงคาน "อนุทิน" รองนายกฯและรมว.สธ. ลงพื้นที่ชมกิจกรรม การกางมุ้งให้ผู้ป่วย ป้องกันการะบาดของไข้เลือดออก "รมว.สธ." ระบุ สถานการณ์ไข้เลือดออก พบคนไทยป่วยแล้ว 49,174 ราย เสียชีวิต 64 ราย คาดว่าทั้งปีจะพบผู้ป่วยถึง 130,000 ราย

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 20 ก.ค.2562  ณ  โรงพยาบาลเชียงคาน จ.เลย  นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายวัชรพงศ์  คูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  นายแพทย์สวัสดิ์  อภิวัจนีวงศ์   สาธารณสุขนิเทศเขตสุขภาพที่ 8 นายทองเจือ ชาติกิจเจริญและนายชนวีร์ กรีมละ คณะทำงานรองนายกฯ    และคณะ ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลเชียงคาน ตรวจมาตรการการป้องกันและควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก  เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่พร้อมสนับสนุนการทำงาน

 

โดยเฉพาะหอผู้ป่วย ได้มีคนไข้เลือดออกมารักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีแพทย์หญิง ระพีพรรณ จันทร์อ้วน ผอ.รพ.เชียงคาน เปิดเผยว่า การกางมุ้งคือหลักการการป้องกัน มียุงไปกัดคนที่ป่วยแล้วมีเชื้อไข้เลือดออก แพร่ต่อผู้ป่วย การใช้มุ้งสีเดียวมันดูธรรมดาไป หมู่แต่ละสีมีความแตกต่างกัน ระยะไข้เลือดออก เปลี่ยนเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 ระยะไข้จะใช้งูสีขาว ระยะที่ 2 คือระยะวิกฤตแย่ลง เราต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิด เราจึงได้ใช้มุ้งสีชมพู เพื่อแสดงให้เห็นว่า ใส่คนไข้ให้มากขึ้น จนท.พยาบาลก็จะเข้าไปดูแลบ่อย  วัดความดันวัดชีพจร ก็แสดงว่าเราใส่ใจต่อผู้ป่วย ถ้าคนระยะวิกฤตแล้วจะเป็นมุ้งสีเขียว มีทั้งหมด 3 สีแบ่งเป็นระยะของโรค การกางมุ้งสีทำให้เกิดคุณค่าขึ้นมา เป็นความร่วมมือของคนไข้และญาติและ จนท.พยาบาล   ในปัจจุบันนี้ จะมีแต่ประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว มารักษาที่นี่ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน มีคนลาวที่ป่วยเป็นไข้เลือดออกมารักษาจำนวน 14 ราย  ส่วน 4 สัปดาห์ที่ผ่านมามี 21ราย รวมปัจจุบันในอำเภอเชียงคานมีการป่วยเป็นไข้เลือดออกจำนวน 21 นาย คิดเป็นอัตราป่วย 34 ต่อแสนประชากร รวมทั้งปีอยูที่ 28 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 45 ต่อแสนประชากร ถ้าในระดับประเทศจะอยู่ที่ 69 ต่อแสนประชากร

 

นายอนุทิน  ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข  เปิดเผยว่า    ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับรายงานผู้ป่วย จำนวน 4,503 ราย ทำให้มีผู้ป่วยสะสม 49,174 ราย เสียชีวิต 64 ราย คาดว่าทั้งปีจะพบผู้ป่วยถึง 130,000 ราย  ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ เข้มงวดระบบเฝ้าระวังโรค ให้สถานบริการทั้งรัฐและเอกชนต้องรายงานเมื่อพบผู้ป่วย เพื่อให้ควบคุมโรคได้ทันเวลา เปิดศูนย์ปฎิบัติการฉุกเฉิน เมื่อพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ที่กำหนด รณรงค์กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น  ประสานท้องถิ่นพ่นสารเคมีกำจัดยุง  เตรียมความพร้อมเรื่องการรักษาพยาบาล

 

นายอนุทิน  กล่าวอีกว่า โดยจัดให้มีแพทย์ที่ปรึกษา มีคู่มือการดูแลรักษา และจัดอบรมแพทย์จบใหม่  ซึ่งส่วนกลางพร้อมสนับสนุนการทำงานเพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยมากที่สุด

 

คุณภาพชีวิต