แท็กทีม ! 3 รมต.เกษตรฯ ลุยพื้นที่แก้ภัยแล้ง - ติดตามสถานการณ์น้ำเขื่อนสิริกิติ์

20 ก.ค. 2562 11:45 น.
อุตรดิตถ์- แท็กทีม 3 รัฐมนตรีเกษตร "ประภัตร โพธสุธน- ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า-น.ส. มนัญญา ไทยเศรษฐ์"พร้อมคณะผู้บริหารหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องจากกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง ระบุ หากสิ้นเดือนก.ค.นี้ไม่มีฝนตกเขื่อนสิริกิติ์ต้องปรับลดการปล่อยน้ำเหลือเพียงวันละ 4 ล้าน ลบ.เมตร เน้นเพื่อการอุปโภคบริโภค

วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 ที่บริเวณสันเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ เขื่อนแม่ หรือ เขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย นายประภัตร โพธสุธน , ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ น.ส. มนัญญา ไทยเศรษฐ์ สามรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำเขื่อนสิริกิติ์ โดยมีนายธนากร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าฯจ.อุตรดิตถ์ และ นายนายวีระศักดิ์ ศรีกาวี ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและรายงานถึงสถานการณ์น้ำพร้อมแผนการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนสิริกิติ์

 

 

ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ รายงานถึงสถานการณ์น้ำเขื่อนสิริกิติ์ล่าสุด ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 3,367.35 ล้าน ลบ.เมตร (35.41%) ปริมาณน้ำพร้อมใช้งาน 517.35 ล้าน ลบ.เมตร (7.77%) มีแผนปล่อยน้ำวันละ 18 ล้านลูกบาศก์เมตร สวนทางปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 4 ล้าน ลบ.เมตร ซึ่งเป็นปริมาณน้ำที่ต่ำเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาช่วงเวลาเดียวกันมากถึง 1847 ล้าน ลบ.เมตร

 

ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์  กล่าวอีกว่า โดยปีที่ผ่านมามีปริมาณน้ำ 5,214.95 ล้าน ลบ.เมตร หรือร้อยละ 55 จากแผนการบริหารจัดการน้ำ อย่างไรก็ตามตั้งแต่ต้นปี 2562 จนถึงปัจจุบันเขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำไหลเข้า 657 ล้าน ลบ.เมตร แต่ปล่อยน้ำ 4,487 ล้าน ลบ.เมตร และคาดการณ์ว่าตั้งแต่บัดนี้จึงถึง 31 ตุลาคม 2562 มีปริมาณน้ำไหลเข้า 5,142 ล้าน ลบ.เมตร แผนการะบาย 2,200 ล้าน ลบ.เมตร

 

"และหากตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2562 ไม่มีฝนตก หรือเกิดฝนทิ้งช่วง เขื่อนสิริกิติ์ต้องปรับลดการปล่อยน้ำเหลือเพียงวันละ 4 ล้าน ลบ.เมตร เน้นเพื่อการอุปโภคบริโภค"ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ กล่าว

 

 

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การจากติดตามสถานการณ์น้ำเขื่อนสิริกิติ์ ยอมรับว่ามีความเป็นห่วง หากต้องรอใช้น้ำจากเขื่อน คงไม่เพียงพอ ต้องมีการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ต้องออกมาช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน สิ่งมีความเป็นห่วงคือเรื่องการทำนาตามฤดูกาลของพี่น้องประชาชน ในช่วง 1-2 เดือนหากไม่มีฝนตกต้องเกิดปัญหาอย่างแน่นอน ดังนั้น จึงต้องมีการศึกษาเรื่องการทำฝนหลวงในช่วง 1 สัปดาห์น่าจะเห็นผลอย่างชัดเจน สถานการณ์น้ำปี 2530 และ 2558 ถือว่าวิกฤติ เชื่อว่าปี 2562 น่าจะรุนแรงมากทุกปีที่ผ่านมา จึงอยากให้พี่น้องประชาชนใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า และติดตามสถานการณ์ก่อตัดสินใจทำการเกษตร

เกษตร