รวบสองโจรผัวเมียตระเวนวิ่งราวทรัพย์นทท.ต่างชาติ กลางเมืองเชียงใหม่

17 ก.ค. 2562 22:15 น.
เชียงใหม่ - ตร.เชียงใหม่ ตามรวบสองโจรผัวเมียก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ-ขโมยเบาะรถยนต์ กลางเมืองเชียงใหม่ ก่อเหตุวันเดียว 3 ครั้ง ขยายผลค้นห้องพักพบชุดเบาะรถยนต์ที่ขโมยมา สอบประวัติพบพึ่งพ้นคุก ด้านผู้ต้องหาอ้างทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ

 

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 17 กรกฎาคม  2562 ที่สภ.เมืองเชียงใหม่ ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ต.ต.พิเชษฐ์ จิระนันตะสิน ผบก.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ ศิริเดชอนันต์ ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ร่วมกันแถลงข่าวการขับกุมผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

โดยในการจับกุมทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหา 2 คนคือนายศราวุฒิ พรหมสวัสดิ์ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 ม.5 ต.หนองหนาม อ.เมือง จ.ลำพูน และนางเกศมณี บุญอินทร์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93 ม.12 ต.สันทราย อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ในข้อหาวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป เพื่อให้พ้นการจับกุม พร้อมด้วยของกลาง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปี้ไอ สีดำ หมายเลขทะเบียน 1กค 4869 ลำพูน ซึ่งเป็นรถที่ใช้ในการก่อเหตุ โทรศัพท์มือถือซัมซุง โน้ต 5 สีทอง 1 เครื่อง และของกลางอีกหลายรายการ

สำหรับพฤติการณ์ เมื่อวันที่ 15 ก.ค.เวลาประมาณ 20.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีเหตุวิ่งราวทรัพย์ ที่บริเวณวัดเชียงมั่น ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจึงได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและกล้องวงจรปิด หลังจากนั้นเวลาประมาณ 22.30 น. ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีเหตุวิ่งราวทรัพย์ครั้งที่ 2 ที่บริเวณหน้าจินดาเฮาส์ ถ.มูลเมือง ซอย 6 ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด

และต่อมาในเวลา 23.20 น. ได้รับแจ้งมีเหตุวิ่งราวทรัพย์ครั้งที่ 3 ที่บริเวณปากซอยถนนพระปกเกล้า ซอย 3 ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้เร่งตรวจสอบพบว่า เป็นคนร้ายคนเดียวกัน โดยคนร้ายมี 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอสีดำ เป็นชาย 1 คน หญิง 1คน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงนำภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิด ไปเปรียบเทียบกับเหตุวิ่งราวทรัพย์เมื่อวันที่ 13 ก.ค.พบว่าเป็นคนร้ายคนเดียวกัน

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงได้ทำการแกะรอย เส้นทางหลบหนีจากกล้องวงจรปิด หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำกลังเข้าตรวจสอบบริเวณวัดสวนดอก ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ในเวลา 23.20 น. หลังจากนั้นในเวลา 23.55 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ พบคนร้ายตามในภาพกล้องวงจรปิด ขับรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุจอดติดไฟแดงหน้าโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ คนร้ายจึงได้เร่งเครื่องหนีไปอย่างรวดเร็วทางถนนเลียบคลองชลประทาน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงออกติดตามอย่างประชั้นชิด คนร้ายได้ขับรถเลี้ยวกะทันหัน ทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักและล้มลง ทำให้คนร้ายได้รับบาดเจ็บและเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสามารถจับกุมตัวเอาไว้ได้

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนก็ขยายผล ตามไปยึดของกลางเพิ่มเติมที่ห้องพัก บริเวณวัดสวนดอก พบของกลางอีกจำนวนมากและชุดเบาะรถยนต์ที่คนร้ายไปงัดแงะรถยนต์เพื่อลักทรัพย์เมื่อวันที่ 13 ก.ค. เจ้าหน้าที่จึงนำไปควบคุมตัวและสอบปากตำเพิ่มเติมที่สภ.เมืองเชียงใหม่ และได้แจ้งให้ผู้เสียหายมารับทรัพย์สินคืน

 

 

พล.ต.ต.พิเชษฐ์ จิระนันตะสิน ผบก.จว.เชียงใหม่ กล่าวว่า ในตัวอ.เมืองเชียงใหม่ ไม่เกิดเหตุในลักษณะนี้นานแล้ว แต่มาพบในวันเดียว 3 ครั้งจึงได้เร่งสั่งการให้เจ้าหน้าที่สืบสวนออกติดตามจับกุม พบว่าผู้ก่อเหตุเป็นชาย 1 หญิง 1 เป็นแฟนกัน และจากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ชายพึ่งพ้นโทษหลังไปก่อเหตุคดีลักทรัพย์ในกรุงเทพมหานคร

พล.ต.ต.พิเชษฐ์ กล่าวต่อว่า จากการสอบถามผู้ต้องหาหลังจากพ้นโทษก็ออกมาประกอบอาชีพสุจริต ขายของออนไลน์ ขายของตามตลาดนัด การวิงราวทรัพย์นั้น ทางผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นอารมณ์ชั่ววูบ ที่มองเห็นช่องทางในการก่อเหตุ จึงได้ร่วมมือกับแฟนสาวในการลงมือก่อเหตุ ส่วนเบาะรถยนต์ที่ลักมานั้น ไม่ได้นำมาขายแต่เห็นว่ารถยนต์จอดตายอยู่นานจึงได้งัดและถอดเอาเบาะออกมา

“การจับกุมในครั้งนี้เป็นไปเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายโปลิสอาย ที่มีการประสานรวบรวมภาพกล้องวงจรปิด จากหน่วยงานต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบสวนได้ง่าย และอยากขอความร่วมมือประชาชน นี่มีกล้องวงจรปิดอยู่หน้าบ้าน ช่วยหันหน้ากล้องออกไปทางถนนเพื่อเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในการทำงานสืบสวนสอบสวน ซึ่งจำทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีภาพคลอบคลุมทั้งตัวอำเภอเมืองเชียงใหม่ ทำให้การทำงานของตำรวจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” พล.ต.ต.พิเชษฐ์ กล่าว

 

อาชญากรรม