ญาติจี้สสจ.กาฬสินธุ์เร่งสอบเหตุรพ.ปล่อยม.6 ไข้เลือดออกดับ

17 ก.ค. 2562 21:15 น.
กาฬสินธุ์ - ญาตินร.ม.6 จี้สสจ.กาฬสินธุ์เร่งสอบขั้นตอนการรับผู้ป่วยของรพ.หนองกุงศรี หลังติดใจปล่อยให้ผู้ป่วยช็อคจนเสียชีวิต ขณะที่พ่อน้องกุ๊กไก่ ไม่พบาผู้บริหารของ สสจ.กาฬสินธุ์มางานศพ ด้านญาติเรียกร้องให้ภาคประชาชนเป็นคกก. และให้จนท.ที่ถูกตรวจสอบออกนอกพื้นที่ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับหลานสาวที่เสียชีวิต

จากกรณี น.ส.หัทยา หงษ์ชารี หรือน้องกุ๊กไก่ อายุ 19 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนดงมูลวิทยาคม อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ เสียชีวิตด้วยโรคไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่เดงกี่ ซึ่งผู้ปกครองและญาติติดใจในขั้นการรักษาของโรงพยาบาลหนองกุงศรี เนื่องจากนำตัวลูกสาวส่งไปยังโรงพยาบาลในช่วงเวลาตี 4 แต่พยาบาลกลับวัดความดันและวัดไข้แล้วบอกว่าอาการปกติดี พร้อมบอกให้กลับไปก่อน และให้มาตรวจใหม่ในช่วงเวลา 09.00 น.จนทำให้น้องกุ๊กไก่เกิดอาการช็อคจนต้องเร่งตัวส่งโรงยาบาลกาฬสินธุ์ และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ กระทั่งนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ สั่งให้สำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกระบวนการขั้นตอนในการรักษาจนทำให้ผู้ป่วยช็อคเสียชีวิต ซึ่งหากพบว่าเป็นข้อบกพร่องไม่เป็นไปตามระเบียบขั้นตอนและมีการละเว้นก็จะถูกดำเนินการขั้นเด็ดขาด โดยไม่มีการยกเว้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2562 นายสมบูรณ์ หงษ์ชารี อายุ 48 ปี พ่อน้องกุ๊กไก่ กล่าวว่า เชื่อว่าไม่มีใครอยากให้น้องกุ๊กไก่เสียชีวิตด้วยโรคไข้เลือดออก โดยเฉพาะผู้ที่เป็นพ่อ เป็นแม่ ยิ่งแทบจะทำใจรับไม่ได้ เพราะต้องสูญเสียลูกสาวไปอย่างกะทันหัน โดยไม่ได้ร่ำลา ทั้งๆที่น้องอายุยังน้อยเป็นเด็กเรียนเก่ง นิสัยดี และจะเป็นเสาหลักของครอบครัวในอนาคต แต่เมื่อน้องเสียชีวิตแล้วก็เอากลับคืนมาไม่ได้ ซึ่งตั้งแต่วันที่น้องจากไปจนถึงขณะนี้ตนและญาติยังติดใจว่า หากวันนั้นที่นำตัวลูกสาวส่งโรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่รับตัวไว้รักษา ให้อยู่ใกล้มือหมอ ใกล้เครื่องไม้เครื่องมือแพทย์ ลูกสาวก็อาจจะไม่มีอาการช็อคและอาจจะไม่เสียชีวิตก็ได้

นายสมบูรณ์ กล่าวต่อว่า ทราบว่าขณะนี้สำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงขั้นตอนการรับการรักษา รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของโรงพยาบาลหนองกุงศรี เพื่อสอบสวนถึงสาเหตุที่ให้ตนนำลูกกลับไปบ้านแล้วค่อยกลับมาใหม่  จนทำให้ลูกช็อคและเสียชีวิต ซึ่งเรื่องดังกล่าวอยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบระบบและขั้นตอนอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ความเป็นธรรมกับลูกสาว และให้คณะกรรมการและสำนักงานสาธารณสุขเร่งดำเนินการตรวจสอบ เพื่อให้มีคำตอบที่ชัดเจน ให้ความกระจ่างกับญาติและสังคม อย่างไรก็ตามนอกจากประเด็นของการรับการรักษาของโรงพยาบาลแล้ว ทางครอบครัวยังสงสัยว่าการเสียชีวิตของน้องกุ๊กไก่ครั้งนี้เป็นรายแรกที่ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกของ จ.กาฬสินธุ์ ในปี 2562 นี้ และขั้นตอนการเข้ารับการรักษายังเป็นที่ติดใจของญาติ นอกจากนี้ หลังจากสูญเสียน้องกุ๊กไก่ ที่ได้สร้างความเศร้าสลดใจให้กับครอบครัวและญาติพี่น้อง รวมทั้งเพื่อนๆ แล้วกลับไม่เห็นมีผู้บริหารของหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงมาเยี่ยมให้กำลังใจในงานศพแม้แต่วันเดียว  โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานสาธารณสุขระดับจังหวัด ไม่เห็นแม้แต่เงาที่จะมาเยี่ยมเลย

“เหตุการณ์สูญเสียลูกสาวอันเป็นที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ นอกจากครอบครัวตนและญาติพี่น้อง จะติดใจในขั้นตอนการรับตัวและตรวจรักษาแล้ว ยังรู้สึกน้อยใจและเสียใจ ที่ไม่มีผู้หลักผู้ใหญ่ในสำนักงานสาธารณสุขมาเยียวยาเยี่ยมยามหรือแสดงตัว ซึ่งทางเราก็เฝ้ารอว่าจะมีมาสักคนไหม แต่เท่าที่เห็นและสอบถามเพื่อนบ้าน ต่างยืนยันว่าไม่เห็นเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล โรงพยาบาลหนองกุงศรี หรือผู้บริหารของสำนักงานสาธารณสุขระดับจังหวัด มาร่วมงานศพเลย ทั้งๆที่เราก็เฝ้ารอและพร้อมที่จะเปิดใจรับฟังคำอธิบาย ว่าทำไมถึงไม่รับตัวน้องกุ๊กไก้เขรับการรักษาและดูอาการตั้งแต่ต้น ทั้งนี้ตนมั่นใจว่าหากเจ้าหน้าที่ไม่บอกให้ตนพาลูกกลับบ้านก่อน ค่อยกลับมาพบหมออีกครั้งในเวลา 08.00 - 09.00 น. เชื่อว่าน้องกุ๊กไก่จะไม่จากไปอย่างนี้ จึงอยากฟังคำอธิบายจากหมอ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ที่เข้าเวรว่าทำไมถึงไม่รับดูเข้ารับการรักษา และทำไมในวันฌาปนกิจไม่มีน้ำจิตน้ำใจมาดูดำดูแดงกันเลย หรือเห็นว่าเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา จึงไม่ใส่ใจรับตัวเข้ารับการรักษา เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ขอให้เป็นอุทาหรณ์ ให้ลูกสาวตนเป็นคนสุดท้าย ที่เสียชีวิตเพราะการขาดความเอาใจใส่จากเจ้าหน้าที่ที่เข้าเวร สำหรับตนหมดความเชื่อถือแล้วกับโรงพยาบาลแห่งนี้ มีลูกบอกลูก มีหลานบอกหลาน หากไม่จำเป็นก็จะไม่ไปเข้ารับการบริการที่โรงพยาบาลแห่งนี้อีก” นายสมบูรณ์กล่าว

ด้านนายเดชา  แก้วมงคล อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 38 หมู่ 13 บ้านคำขาม ต.ดงมูล อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ญาติน้องกุ๊กไก่ กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์เสียชีวิตของน้องกุ๊กไก่ ที่เกิดจากการได้รับเชื้อไข้เลือดออกนั้นไม่มีใครห้ามให้เสียชีวิตได้ แต่ประเด็นที่พ่อแม่และญาติพี่น้องทุกคน ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต อยู่ที่ขั้นตอนการรับตัวคนไข้ ที่อาจจะเป็นหย่อนยาน บกพร่อง ไม่มีประสิทธิภาพ ของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหนองกุงศรีที่เข้าเวรในช่วงเวลา 04.00 น.หรือไม่ เพราะนายสมบูรณ์ฯผู้เป็นพ่อพาน้องกุ๊กไก่ไปหาหมอ ซึ่งอาการหนักมากแล้ว ทั้งอาการ คลื่นไส้ อาเจียน ไข้สูง แต่กลับบอกให้พาตัวกลับบ้านก่อน ค่อยไปตรวจอีกทีในเวลา 08.00-09.00 น. กระทั่งอาการทรุดหนัก ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ และส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ก่อนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2562 ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์

นายเดชา กล่าวอีกว่า ถึงแม้ขณะนี้ทราบว่าทางสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่เข้าเวรในช่วงเวลาดังกล่าวแล้ว ในฐานะตนซึ่งเป็นญาติของน้องกุ๊กไก่ ก็อยากเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้น้องกุ๊กไก่ด้วย เพราะไม่อยากจะให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับใครอีก เนื่องเป็นการสูญเสียที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ดังนั้น ในการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ จึงอยากให้มีบุคคลจากภาคเอกชน หรือผู้รับบริการ หรือบุคคลภายนอกเข้าไปเป็นหนึ่งในคณะกรรมการชุดนี้ด้วย  โดยดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา และต้องให้เจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่ถูกตรวจสอบพักราชการหรือออกจากพื้นที่ไปก่อน  เพื่อความเป็นธรรมกับหลานสาวที่เสียชีวิต และให้ความเห็นอกเห็นใจครอบครัวคนสูญเสียด้วย เพราะการสูญเสียชีวิตคนทั้งคน จะเอาเงินมาชดเชยมาพบให้แค่นั้นก็จบไป มันไม่ใช่ คนที่บกพร่องต่อหน้าที่ก็ควรจะได้รับการลงโทษด้วย

ด้านนายแพทย์พรพัฒน์ ภูนากลม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนาคู ในฐานะผู้เชี่ยวชาญสาขาศาสตร์ป้องกัน (ระบาดวิทยา) ซึ่งเป็นตัวแทนสำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังรอผลการตรวจเลือดยืนยันสายพันธุ์ของโรคไข้เลือดออกจากกรมควบคุมโรค ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะรู้ผล ทั้งนี้ในส่วนกระบวนการขั้นตอนการรับตัวผู้ป่วยรักษานั้นจะมีการปรับปรุงขั้นตอนในการรับตัวผู้ป่วยในสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลต่างๆซึ่งหากผู้ป่วยมีอาการลักษณะที่ต้องสงสัยป่วยเป็นไข้เลือดออกก็จะรับตัวไว้รักที่โรงพยาบาลทันที ส่วนการตรวจสอบประเด็นที่ญาติติดใจในการรับตัวผู้ป่วยนั้น ขณะนี้มีทีมเยียวยาและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปแล้ว แต่ยืนยันว่าทางแพทย์ และพยาบาลปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว ไม่อยากให้มองว่าใครผิดใครถูกและโทษใคร

อาชญากรรม