ลุยช่วยหนุ่มวัย19ปี เลี้ยงน้องพิการ วอนโซเชียลหยุดดราม่า

11 ก.ค. 2562 12:19 น.
กาฬสินธุ์ - ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังโลกโซเชียลโพสต์ดราม่าหนุ่มอายุ 19 ปี ชีวิตรันทดพ่อ แม่ และตาเสียชีวิต ต้องเลี้ยงน้องวัย 3 ขวบที่พิการเพียงลำพัง ระบุหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การช่วยเหลือแล้วตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 ที่ผ่านมา และมีผู้ใจบุญบริจาคเงินช่วยเหลือจำนวนมาก วอนหยุดดราม่าส่งสารเด็กพิการ

จากกรณีโลกโชเชียลได้รับการแชร์ภาพและข้อความจากนางฟ้าซาลอน  ซึ่งระบุถึงเรื่องราวเด็กหนุ่มวัย 19 ปี คือน้องเอฟ หรือ นายธีรวัฒน์ ปัตเตย์ อายุ 19 ปี ราษฎรบ้านดงสมบูรณ์ หมู่ 2 ต.ดงสมบูรณ์ อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ ที่ประสบความสูญเสียและความทุกข์ เนื่องจากเสียพ่อไปตั้งแต่อายุ 7 ขวบ อยู่กับแม่ จนแม่คลอดน้องอีกคน แต่สมองพิการไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ แต่อยู่ๆแม่ก็มาหัวใจวายตาย ทิ้งน้องกับตนอยู่กับตายาย ต่อมาผู้เป็นตาก็มาเสียชีวิตอีกคน  ทำให้น้องเอฟ ต้องเป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัว โดยการรับจ้างร้องเพลง พร้อมกับดูแลน้อง ซึ่งปัจจุบันอายุ 3 ขวบพิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องให้อาหารทางสายอาหาร พร้อมกับมีการโพสต์ขอรับบริจาคเงิน ผ้าอ้อมเด็ก นมจืด ยารักษาโรค และสายให้อาหาร โดยหลังจากมีการแชร์ข้อความดังกล่าวออกไปอย่างกว้างขวางทำให้สังคมเกิดกระแสดราม่าและเกิดความสงสารกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งหลายคนยังตั้งข้อสังเกตว่าน้องเอฟมีความเป็นอยู่ลำบากและรันทดเช่นนี้เหตุใดหน่วยงานราชการในพื้นที่ไม่เข้าไปช่วยเหลือ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2562 นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ สั่งการให้นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ปลัด จ.กาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับนายพลานุภาพ ธนพรคำแพทย์ นายอำเภอท่าคันโท พ.ต.อ.บุญเกื้อ ศิลาพัฒน์ ผกก.สภ.ท่าคันโท พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากก่อนหน้านี้ทางจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยโครงการ Kalasin happiness Model : คนกาฬสินธุ์ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ อำเภอท่าคันโท เจ้าหน้าที่สาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าให้การช่วยเหลือมาตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน 2562 ที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีผู้ใจบุญบริจาคเงิน และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆเพื่อช่วยเหลือครอบครัวของน้องเอฟมาอย่างต่อเนื่อง

โดยจากการเข้าตรวจเยี่ยมบ้านของน้องเอฟ พบว่า ยังคงอาศัยอยู่กับยาย คือนางบัวพันธ์ วงษ์ชัยยา อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 92 ม.2 บ้านดงสมบูรณ์ ต.ดงสมบูรณ์ อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ชั้นเดียว โดยน้องเอฟยังเลี้ยงดูแลน้องวัย 3 ขวบอยู่เหมือนเดิม แต่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากแต่ก่อน มีการสร้างห้องนอน ห้องน้ำใหม่ให้กับทั้งสองคน โดยภายในห้องมีสิ่งของที่มีผู้ใจบุญบริจาค ทั้งผ้าอ้อมเด็ก นม เครื่องอุปโภค บริโภค ของเหล่ากาชาดจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ฝ่ายปกครองอำเภอท่าคันโท ผู้นำชุมชนชน ตำรวจ ทหาร องค์กรปกครองส่วนถิ่นได้เฝ้าติดตามดูแล ทั้งด้านสุขภาพความเป็นอยู่อย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังมีผู้บริจาคสิ่งของมาให้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการบริจาคเงินเข้าบัญชีธนาคารจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันมียอดบริจาคมาแล้วกว่า 2.8 ล้านบาท

นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ปลัด จ.กาฬสินธุ์  กล่าวว่า สำหรับกรณีครอบครัวของน้องเอฟนั้นทางจังหวัดกาฬสินธุ์ และอำเภอท่าคันโท ได้รับทราบเรื่องราวความเดือดร้อนของน้องมานานแล้ว พร้อมกับนำเข้าสู่โครงการ Kalasin happiness Model  คนกาฬสินธุ์ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องการดูแลช่วยเหลือในทุกๆด้านมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 จนปัจจุบันครอบครัวน้องเอฟ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมทั้งมีผู้ใจบุญบริจาคสิ่งของเครื่องใช้ และเงินมาให้จำนวนมาก ดังนั้นเพื่อเป็นการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ รวมทั้งการใช้จ่ายเงินของผู้ใจบุญให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และเกิดประโยชน์สูงสุด ทางน้องเอฟได้ปิดบัญชีเดิมและขอปิดรับบริจาคเงินไปแล้ว พร้อมกับเปิดบัญชีและโอนเงินทั้งหมดเข้าบัญชีใหม่ โดยการเบิกถอนบัญชีนี้จะต้องมีนายอำเภอ ผู้กำกับการ และน้องเอฟ 2 ใน3 คน เซ็นต์ชื่อจึงจะเบิกได้ และมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีก 7 คน คอยกำกับดูแลความจำเป็นในการใช้เงิน พร้อมกับเปิดบัญชีธนาคารอีก 1 บัญชี ซึ่งเป็นของส่วนตัวของน้องเอฟ เพื่อที่จะโอนเงินในแต่ละเดือนเข้าให้ใช้จ่าย ทั้งนี้อยากวิงวอนผู้ที่แชร์ข้อความและภาพของครอบครัวน้องเอฟ ไม่ว่าจะเป็นข้อความหรือภาพเก่าหยุดดราม่าและหยุดแชร์ เพราะส่งสารเด็ก ซึ่งวัยเพียง 3 ขวบ แต่ต้องมาถูกถ่ายภาพแชร์กันในโลกออนไลน์แล้ว

ขณะที่นายธีรวัฒน์ ปัตเตย์ อายุ 19 ปี หรือน้องเอฟ  กล่าวว่า ขอขอบทางนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ทุกคน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญผู้ใจบุญทุกคนที่บริจาคเงิน และสิ่งของมาช่วยตนกับน้องในครั้งนี้ ซึ่งขณะนี้ตนขอปิดบัญชีการรับบริจาคเงินแล้ว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใจบุญได้ไปช่วยเหลือผู้ยากไร้และผู้ที่เดือดร้อนคนอื่นต่อไป แต่ยังคงรับบริจาคสิ่งของอยู่ทั้งผ้าออมเด็ก นม  อย่างไรก็ตามสัญญาว่าจะนำเงินและสิ่งของของหน่วยงานและผู้ใจบุญคนไปใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์กับตนและน้องมากที่สุด