ผวากลุ่มชายฉกรรจ์ตระเวนขอดูซื้อข้าวในเล้าหวั่นเป็นกลุ่มมิจฉาชีพทำทีมาดูลาดเลา!

11 ก.ค. 2562 11:30 น.
ชัยภูมิ - และอาจจะเกิดเรื่องไม่ดีตามมาเพราะมุ่งขอเข้าบ้านที่มีผู้สูงอายุคนแก่อยู่บ้านลำพังเท่านั้น ลูกสาวชาวนาชัยภูมิแชร์ฝากเตือนภัยช่วยตรวจสอบสนั่นไปทั่วโลกโซเชียล ผวาหลังมีกลุ่มชายฉกรรจ์4-5 คน พากันตระเวนออกหาอ้างขอเข้าไปดูข้าวที่เก็บไว้ในเล้าที่มีคุณภาพดีและจะรับซื้อให้ราคาดีเพื่อนำไปโชว์ประกวด ผิดสังเกตทั้งมีกลิ่นเหล้าคลุ้ง และอ้างตัวไม่ใช่พ่อค้าคนกลาง แต่ไม่มีบัตรแสดงตัวว่ามาจากหน่วยงานใดได้ ก่อนที่ชาวบ้านจะปฏิเสธไม่ขายข้าวให้ ก่อนที่กลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มนี้จะรีบพากันขับรถออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว!

จากที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่ง ได้โพสต์เตือนภัยจนเกิดความไม่สบายใจเกิดความหวาดผวาต่อชาวบ้านในหลายพื้นที่จ.ชัยภูมิเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากไปทั่วในขณะนี้ โดยมีเนื้อหาระบุว่า “ระวังมิจฉาชีพสังคมตอนนี้อยู่ยากแบบนี้ก็มี มาขอซื้อข้าวในเล้าอ้างจะนำไปโชว์ประกวด ในราคากิโลละ 17 บาท จะขอเลือกซื้อข้าวเปลือกคุณภาพดีเอาจำนวน 47 กก.ต่อเล้า ทีแรกหน้าม้ามาแค่ 3 คน พอจะให้ข้าวไม่รู้มาจากไหนอยู่ในรถ 4-5 คน แม่เลยบอกว่าไม่ขายข้าวให้เพราะมีน้อยเพื่อตัดปัญหา กลุ่มคณะคนต่างถิ่นแปลกหน้าครั้งนี้กว่า 4-5 คนจึงรีบขี่รถหนีออกจากบ้านไปเลยอย่างรวดเร็ว ระวังด้วยส่วนมากจะมาติดต่อกะผู้เฒ่าผู้แก่ที่อยู่บ้านลำพัง

( 11 ก.ค.62 ) ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ขอตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 51/3 ม.16 บ้านหนองแขม ต.บ้านเขว้า อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นบ้านของนายจันทร์  บังสันเทียะ  อายุ 81 ปี พบกับคุณตาจันทร์ จึงเปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า เมื่อเวลาประมาณ 9โมงเช้า ของวันที่ 8 ก.ค. 62 ที่ผ่านมา มีรถยนต์ ยี่ห้อนิสสัน สีบอร์นเงิน เลขทะเบียน  หมวดจังหวัดชัยภูมิ    ด้านท้ายกระบะรถมีลักษณะคอกเหล็กสูง คลุมผ้าใบสีดำ ขับมาจอดที่หน้าบ้านแล้วลงมาสอบถามคุณตาจันทร์

ซึ่งในขณะนั้น คุณตาจันทร์ วัย 81 ปี ได้อยู่บริเวณนอกบ้านเพียงคนเดียว โดยเข้ามาบอกกับคุณตาว่า จะมาขอซื้อข้าวเพื่อไปโชว์ออกงานกาชาด โดยชายที่ลงมาจากรถคนแรก สวมเสื้อคลุมสีดำด้านหลัง ปักคำว่า ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ภาษาที่ใช้พูดเป็นภาษากลาง ไม่ใช่ภาษาอีสานจากนั้นเดินไปหยิบข้าวที่อยู่ท้ายรถของตนเอง ลงมาเพื่อเป็นตัวอย่างให้ดู แล้วขอดูข้าวในเล้าของคุณตา

จากนั้นชายคนดังกล่าวได้บอกว่า ข้าวสวยดี จึงอยากขอซื้อ ให้ราคากิโลกรัมละ 17 บาท คุณตาเล่าต่อว่า ในขณะที่ยังไม่ได้ตกลงอะไร ชายที่เหลืออีก 3 คน ในรถก็ถอยรถเข้ามาจอดที่หน้าเล้าเพื่อขอเข้าไปในเล้าดูข้าวเปลือก ในขณะนั้นเอง ทางด้านลูกสาวของ ตาจันทร์  นางอ้อย  พลรัตน์ อายุ 51 ปี เดินออกมาจากบ้าน สงสัยว่า ใครเข้ามาคุยกับคุณพ่อของตน จึงออกมาดูและเข้าไปสอบถามพูดคุย จากนั้นมีชายอีก 3 คน ลงมาจากรถคันดังกล่าวลงมา นางอ้อยสังเกตว่า ชายสามคน มีกลิ่นของสุรา แล้วมีลักษณะคล้ายคนเมา จึงเกิดความไม่ไว้ใจ และรู้สึกแปลกๆ จึงตัดสินใจบอกไปว่า ข้าวในเล้า เหลือน้อยแล้ว เกรงว่าจะไม่พอที่จะเอาไว้ใช้กิน ไม่ขายดีกว่า ชายที่มีลักษณะท่าทางเหมือนหัวหน้า พูดขึ้นว่า เขาไม่ใช่พ่อค้าคนกลาง มาหาข้าวไปประกวดโชว์ออกงานกาชาด ต่างๆ ซึ่งก็ไม่บัตรออกมาแสดงตัวว่ามาจากหน่วยงานไหนเลย

นางอ้อย  พลรัตน์ จึงตัดสินใจและยืนยันคำเดิมว่าไม่ขายข้าวให้แล้ว ชายทั้งหมด จึงรีบกลับขึ้นรถแล้วขับรถออกไป จากนั้นนางอ้อย จึงรีบบอกให้ลูกสาว ถ่ายรูปเก็บไว้ จากนั้ทางลูกสาวของนางอ้อย จึงได้นำไปโพสต์ ใน Facebook ของตนเอง เพื่อเตือนภัย เพราะลักษณะดังกล่าว ไม่ทราบเลยว่า ลักษณะที่มาซื้อข้าวแบบนี้ จะมาดีหรือมาร้าย และตนเองก็มองว่า เหมือนจะเจาะจง เข้าหาซื้อข้าวกับบ้านที่มีคนแก่ที่อยู่บ้านเพียงลำพัง และไม่มีบัตรว่ามาจากหน่วยงานใดออกมาแสดงว่าเป็นคนมาจากไหนได้เลย และกลัวว่าจะเป็นมิจฉาชีพมาขอดูข้าวในเล้า เพื่อหาทางทำอะไรไม่ดีเกิดขึ้นต่อไปได้

ซึ่งครั้งนี้โชคดีที่ตน และคุณแม่ ยังไม่ได้ออกไปทำธุระนอกบ้าน เพราะปกติจะปล่อยให้ คุณตาคุณยายอยู่บ้านลำพัง ท้ายนี้ จึงอยากฝากเตือนภัย และดูให้แน่ใจ ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากมีหน่วยงาน ที่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ ก็อยากให้ดำเนินการเพราะลักษณะนี้ทำให้ชาวบ้านหวาดเกรงว่าจะเกิดอะไรไม่ดีกับคนที่มีข้าวในเล้า ยุ้งฉางที่เก็บไว้เกิดขึ้นตามมาอีกได้

                          

อาชญากรรม