วอชด็อกไทยแลนด์ โพสต์ประจานทหารลอบยิงแมวดาวตั้งท้อง!

10 ก.ค. 2562 15:50 น.
เชียงใหม่ - เพจเฟซบุ๊ควอชด็อกไทยแลนด์ โพสต์ภาพประจานทหารลักลอบยิงแมวดาวตั้งท้อง ซึ่งเป็นสัตว์สงวน ด้านแม่ทัพภาคที่ 3 ร่อนหนังสือแจงเตรียมตรวจสอบข้อเท็จจริงหากพบทหารทำผิดจริง คาดโทษสุงสุดทั้งทางทหารและกฎหมายบ้านเมือง

 

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ค WATCHDOG THAILAND ได้โพสต์ภาพทหารลอบยิงแมวดาว ซึ่งเป็นสัตว์สงวนตามพรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า โดยในภาพได้มีการถลกหนังแมวดาวมาขึงพรืดบนต้นไม้ และมีข้อความว่า “WDT รับแจ้งจากผู้ไม่ประสงค์ออกนาม พบเจอคนยิงแมวดาว​ ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง และแมวดาวตัวนี้ ยังตั้งท้องอีกด้วย ! พร้อมรูปหลักฐาน​ ที่ส่งอวดกันในไลน์กลุ่มเฉพาะ เมื่อคืนวันที่​ 8​ กค.​ สถานที่ยิง​ บริเวณป่าในค่าย​ แต่จุดที่ขึงน้องตามในรูป​ เป็นห้องว่าง​ในป่าแถวหลัง​โรงรถภายในค่าย ! ทั้งนี้ ยังมีสัตว์​อีกเยอะ​ ที่ถูกล่าได้แล้วนำมาอวดกัน ทั้งงูสิงดง แมวดาว และสัตว์ป่าอีกหลายชนิด รู้ชื่อคนทำ รู้ต้นสังกัด รู้ทุกอย่างแล้ว งดด่าทหารนะครับ เพราะเป็นแค่บางคนและบางกลุ่มเท่านั้น ! และแน่นอนว่าจะต้องมีการดำเนินคดีตามกฏหมายอยู่แล้ว” โดยมีการระบุด้วยว่าเหตุการณ์เกิดที่ในค่ายแห่งหนึ่ง ในอ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

 

 

หลังจากมีการโพสต์ออกไปทำให้มีการแสดงความคิดเห็นและแชร์กันต่อไปเป็นจำนวนมาก ล่าสุดทางกองทัพภาคที่ 3 ได้ออกหนังสือชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกได้สั่งการให้ กองทัพภาคที่ 3 ตรวจสอบหาข้อเท็จจริงว่าทหารในภาพเป็นทหารในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 จริงหรือไม่ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นทหารที่สังกัดอยู่ในกองทัพภาคที่ 3 จริง ทั้งนี้ พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้ดำเนินการตามระเบียบของกองทัพบกอย่างเด็ดขาด เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ซึ่งหากพบว่ากำลังพลคนดังกล่าวกระทำผิดจริง จะได้ลงทัณฑ์ทางวินัย และกฎหมายบ้านเมืองตามกระบวนการยุติธรรมทุกประการ โดยไม่มีการช่วยเหลือหรือปกป้องแต่อย่างใด

 

โดยพันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบข้อมูล ทราบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นกำลังพลในสังกัดหน่วยทหารกองทัพบกในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ หลังเกิดเหตุหน่วยต้นสังกัดได้ตั้งกรรมการสอบสวนโดยทันที ผลการสอบสวนเบื้องต้น กำลังพลยอมรับว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงแมวดาวตามภาพ ที่ปรากฏโดยไม่ทราบว่าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยยอมรับและเสียใจในสิ่งที่ได้กระทำลงไป ซึ่งหน่วยต้นสังกัดได้พิจารณาลงโทษทางวินัยโดยการจำขังกำลังพลดังกล่าวแล้ว รวมถึงการประสานและอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ในการเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

 

รองโฆษกกองทัพบก กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน เป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามต้องขอโทษสังคมที่กำลังพลบางนายไปมีพฤติกรรมในลักษณะเป็นการทารุณสัตว์ที่ไม่ควรปรากฏในยุคปัจจุบัน รวมทั้ง ขอขอบคุณการตรวจสอบและทุกการมีส่วนร่วมที่มีเจตนาที่จะช่วยกันทำให้บรรทัดฐานของสังคมไทยดีขึ้นด้วย