เขื่อนหนองหวายใช้น้ำก้อนสุดท้ายยืดอายุข้าวรอฝน

10 ก.ค. 2562 18:35 น.
ขอนแก่น-คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำโครงการหนองหวาย ขอนแก่น มีมติระบายน้ำก้อนสุดท้ายหน้าฝาย ยืดชีวิตต้นข้าวรอฝนมาเติม ไม่กระทบน้ำก้นอ่างเขื่อนอุบลรัตน์ที่ต้องส่งวันละ 5 แสน ลบ.ม.เพื่ออุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศน์

วันที่ 10 ก.ค.2562 ที่ห้องประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวาย อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำโครงการหนองหวาย โดยมีกลุ่มผู้ใช้น้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ เข้าร่วมประชุม เพื่อกำหนดแผนการบริหารจัดการน้ำในช่วงฝนทิ้งช่วง และน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ลดลงจนต้องใช้น้ำก้นอ่าง ขณะที่มีตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำหลายคนต้องการให้โครงการส่งน้ำหนองหวายปล่อยน้ำให้โดยเร็วที่สุดเพราะบางพื้นที่ต้นข้าวเริ่มขาดน้ำแล้ว

 

 

นายทรงวุฒิ กิจวรวุฒิ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวาย จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์น้ำเขื่อนอุบลรัตน์ น้ำใช้การไม่มีน้ำหมดแล้ว ต่อไปนี้จะเป็นการใช้น้ำก้นอ่าง การบริหารจัดการน้ำในสภาวะที่ไม่มีน้ำใช้การ ประกอบกับทางกรมอุตุนิยมวิทยา ประเมินคาดการณ์ว่าหลังวันที่ 15 ก.ค.เป็นต้นไป ปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้น จึงต้องมีการประเมินการส่งน้ำ โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารจัดน้ำโครงการหนองหวาย มีมติกำหนดส่งน้ำในวันที่ 24 ก.ค. เรามีน้ำหน้าฝายประมาณ 10 กว่าล้าน ในการส่งน้ำเข้าคลองเราใช้น้ำวันละประมาณ 1.5 ล้าน ลบ.ม.

 

 

            โดยใช้น้ำหน้าฝาย ซึ่งเป็นน้ำก้อนสุดท้ายนี้เป็นหลัก แต่ต้องบริหารจัดการให้ทั่วถึงพื้นที่กว่า 2.6 แสนไร่  จะไม่ใช้น้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์เป็นอันขาด เพราะน้ำที่เขื่อนอุบลรัตน์ระบายลงมาวันละ 5 แสน ลบ.ม. เป็นเรื่องของการอุปโภคบริโภค ของทั้ง 5 อำเภอในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีอำเภอน้ำพอง อุบลรัตน์ เขาสวนกวาง กระนวนและอำเภอเมือง ส่วนหนึ่งก็ระบายผ่านฝายหนองหวายไปด้านใต้เพื่อรักษาระบบนิเวศน์

 

 

            คาดว่าปริมาณฝนในช่วงปลายเดือนจะตกเข้ามาเติม จะทำให้มีปริมาณน้ำเพียงพอ ที่จะสามารถส่งรอบเวรได้ทั่วถึง ถ้ากำหนดส่งเร็วกว่านี้ น้ำที่เรามีอยู่จำกัดคงไม่สามารถส่งน้ำครบรอบ เพราะระยะเวลาครบรอบเวรต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 21 วัน แต่น้ำเรามีส่งได้แค่ประมาณ 10 กว่าวันเท่านั้น จึงพยายามที่จะพยุงชะลอการส่งน้ำออกไป ซึ่งช่วงนี้เชื่อว่าข้าวยังทนได้เพราะก่อนหน้านี้ได้รับน้ำจากอิทธิพลของพายุมูน คงจะไม่ก่อให้เกิดเสียหายมากนัก แต่ถ้าเรารีบชิงส่งในตอนนี้ก่อน ขณะที่อุตุยังไม่บอกว่าจะมีฝน ทำให้พื้นที่ตอนล่างเสี่ยงขาดน้ำได้ น้ำก้อนที่สต็อกก็จะหมด เรียกได้เสี่ยงใช้น้ำก้อนที่มีอยู่แต่ต้องได้อย่างทั่วถึง

 

 

             นายไพร ประพรต ตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำฝ่าย 4 หมู่บ้านนายม ต.หนองกุง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น บอกว่า นาข้าวในพื้นที่ประสบปัญหากันแล้ว ได้ขอให้โครงการปล่อยน้ำในวันที่ 15 ก.ค.เพื่อหวังว่าจะชะลอไม่ให้ต้นข้าวตาย แต่ถ้าฝนมาหลังวันที่ 15 จะปิดไม่ต้องเปิดน้ำเลยก็ได้ แต่เมื่อมติ ว่า จะปล่อยน้ำลงคลองวันที่ 24 ก.ค. ก็ต้องยอมรับมติของที่ประชุม ก็หวังว่าจะมีฝนมาช่วยก่อน

 

 

            เช่นเดียวกับนายไพบูลย์ สุทธิประภา ชาวบ้านทรายมูล ต.ทรายมูล อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น แม้ไม่ค่อยพอใจนักก็ต้องยอมรับมติ ก็ต้องรอวันที่ 24 ก.ค.ที่จะปล่อยน้ำเข้าคลอง ก็ไม่เข้าใจในเมื่อมีน้ำก้อนนี้อยู่แล้วทำไม่ไม่ปล่อยก่อน ถ้ามีฝนเราก็จะไม่ต้องการน้ำเข้าคลองเลย เพราะพายุมาก็จะลงนาอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ไม่มีฝนก็ควรจะได้น้ำจากคลอง ที่นาของตนเองตอนนี้ 30 ไร่ก็เริ่มแห้งแล้ว ขาดน้ำมาเกือบเดือนแล้ว ถ้าไม่ได้น้ำตอนนี้ก็คงตาย ถ้าไม่รอดก็คงไม่ลงใหม่ ยอมรับว่าปีนี้แล้งมากแล้งกว่าปี 58 ที่ว่าแล้งแล้วยังไม่ทิ้งช่วงนานขนาดนี้

 

 

 

 

 

 

 

เกษตร