ป้าวัย59ปีเดือดร้อนหนักวอนช่วยผญบ.ยืมเงิน8หมื่นนานกว่า4ปีตามขอคืนไม่มีไม่หนีไม่จ่าย!!

10 ก.ค. 2562 18:50 น.
ชัยภูมิ - หลังลูกหนี้ที่เป็นผญบ.คนหนึ่งรายนี้มาหาที่บ้านอ้างขาดเงินที่จำเป็นต้องใช้ด่วน ซึ่งต้องการเงินจำนวน8หมื่นนี้ไปทำธุระแค่ 3 วัน ก็จะรีบนำมาตืนให้ทันที แต่เวลาผ่านไปกว่า 4 ปี กลับยังไม่ยอมหาเงินมาคืนให้ได้ จนปัจจุบันทั้งสามีเกิดโรคเครียดหนักเส้นเลือดในสมองแตกจนเสียชีวิต ทั้งตัวป้าวัย 59 ปี ต้องขาดเสาหลักเดือดร้อนหนักต้องเลี้ยงลูกสาวพิการที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เพียงลำพัง ด้าน ผญบ.รายนี้ ออกมายอมรับว่ายืมเงินมาจริง แต่ธุรกิจขาดทุนยับต้องเป็นหนี้สินอีกจำนวนมาก จนปัจจุบันไม่สามารถไปหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ให้ได้ และไม่มีเจตนาจะเบี้ยวแต่อย่างใดแต่ไม่มีเงินไปใช้หนี้ให้ได้จริงๆ และพร้อมรับผิดชอบเตรียมที่จะประกาศขายที่ดินทรัพย์สินที่มีทั้งหมดเพื่อหาเงินไปใช้หนี้กับอีกหลายรายให้ได้ต่อไป!!

วันที่  10 ก.ค. 2562  ขณะที่จ.ชัยภูมิ นางพลอย  ทองโคตร อายุ 59 ปี ชาวตำบลท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ออกมาฝากวิงวอนผ่านสื่อมวลชนขอความเป็นธรรมว่า เมื่อประมาณช่วงปี 2559 ที่ผ่านมา ได้มี ผญบ.บ้านคนหนึ่ง เข้ามาทำทีสร้างความสนิทสนมและคุ้นเคยกดับครอบครัวตนเอง จนต่อมาไปมาขอยืมเงินที่บ้านจำนวน 80,000 บาท ซึ่งผญบ.คนดังกล่าวบอกว่าจะขอยืมเงินไปทำธุระด่วน และจะรีบนำมาคืนไม่เกิน 3 วัน

แต่จากนั้นมา ผญบ.คนนี้ กลับเงียบหายไปไม่ยอมนำเงินมาคืนให้ตามที่ตกลงกันไว้ ช่วงแรกๆ แต่แรกที่ผ่านมาตนและสามีก็ไปสอบถามติดตามเพื่อขอให้ ผญบ. คนดังกล่าวช่วยเร่งนำเงินจำนวน 80,000 บาทมาคืนแต่ก็ถูกบ่ายเบี่ยงบอกเดียววันนั้นวันนี้จะนำมาคืนให้แน่มาตลอด

จนทำให้ตนเองโดยเฉพาะสามีเริ่มเกิดความเครียดหนัก เพราะเงินก้อนนี้เป็นเงินทุนของครอบครัว ถ้าขาดเงินทุนในการนำไปทำไร่มันสำปะหลังและใช้จ่ายในครอบครัว ซึ่งก็ยังต้องมีภาระเลี้ยงลูกสาวที่พิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อีกคน และต่อมาจนถึงช่วงกลางปี 61 ที่ผ่านมา สามีตนเองคือ นายบุญร่วม  ทองโครต อายุ 59 ปี ได้ล้มป่วยจนเสียชีวิตด้วยโรคเครียดจัดต่อเรื่องที่เกิดขึ้นจนเส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิต

และหลังจากสามีเสียชีวิตลง ตนเองจึงขาดเสาหลักขาดผู้นำครอบครัว และต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกสาวซึ่งพิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ไม่มีรายได้ที่แน่นอน และพยายามหาอาชีพหาเงินมาเลี้ยงลูกพิการพอมีรายได้เล็กๆน้อยจากการออกไปเก็บเศษฟืนไม้กิ่งไม้ที่ชาวบ้านทิ้งไว้ตามที่ต่างๆมาเผาถ่านบรรจุถุงนำไปขายประทังชีวิต ซึ่งตอนนี้ตนเองมีความลำบากมาก จนไม่รู้จะไปพึ่งใครได้แล้ว จึงอยากวิงวอนไปถึงผญบ.รายนี้ว่าตนเองไม่คิดที่จะประจานใครให้รับความอับอายแต่ตนเองนั้นมีความลำบากเดือดร้อนมากจริงๆในขณะนี้ซึ่งเงินจำนวนนี้ก็เป็นเงินก้อนสุดท้ายที่มีอยู่และที่ตัดสินใจให้ยืมไปก็เห็นว่าผู้ใหญ่รายนี้เองเดือดร้อน และที่ตนเองออกมาร้องวิงวอนผ่านสื่อในครั้งนี้เพียงเพื่อ อยากให้ได้เงินของตนเองจำนวน 80,000 บาท ที่เคยยืมไปคืนมาเท่านั้น

ซึ่งทางผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง ผญบ.รายนี้ เปิดเผยว่า ยอมรับเรื่องที่ตนเองไปยืมเงินจำนวน 80,000 บาทจากนางพลอยกับสามีที่เสียชีวิตไปแล้วเป็นเรื่องจริง แต่ตนเองก็ได้นำไปคืนแล้ว 15,000 บาทและยืนยันว่าไม่เคยคิดที่จะโกงหรือเบี้ยวหนี้แต่อย่างใดซึ่งตนเองก็ได้เจรจากับนางพลอยมาตลอด 4 ปี

โดยตนเองนั้นนอกจากจะเป็น ผู้ใหญ่บ้านแล้วตนยังมีอาชีพรับซื้อสินค้าด้านเกษตรพืชไร่ต่างๆมีเงินหมุนเวียนหลายล้านบาทแต่ต่อมาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำสินค้าที่ซื้อในราคาสูงแต่ขายได้ในราคาต่ำกว่าทุนทำให้ตนเองขาดสภาพคล่องหมุนเงินไม่ทันซึ่งยังยอมรับอีกว่าตนเองยังเป็นหนี้อีกจำนวนหลายรายแต่ตนเองก็ได้ไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้ทุกคนและขอเวลาในการขายที่ดินที่มีอยู่เพื่อนำมาใช้หนี้หรือเจ้าหนี้คนไหนที่ต้องการที่ดินตนเองก็ยินดีจะขายให้เพื่อที่จะได้นำไปใช้หนี้คนที่เคยยืมมาทั้งหมดต่อไป ซึ่งไม่มีเจตนาไม่เบี้ยวแต่อย่างใด แต่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำธุรกิจขาดทุนจนไม่เหลืออะไรและไม่มีเงินที่นำไปคืนใช้หนี้ให้ใครได้จริงๆในช่วงนี้