ลูกจ้างบจ.เอสเอฟโพลทรีย์ร้องโรงงานปิดไม่ได้เงินเดือน

8 ก.ค. 2562 20:59 น.
ขอนแก่น- ลูกจ้างร้องถูก บจ.เอสเอฟ โพลทรีย์ เลิกจ้างกระทันหัน ไม่จ่ายค่าจ้างและค่าชดเชย แถม 3 เดือนหักเงินแต่ไม่ส่งประกันสังคมให้ลูกจ้าง 

 เมื่อวันที่  8 ก.ค. 2562 เวลา 10.00 น.  ลูกจ้างของ บริษัท เอส เอฟ โพลทรีย์ จำกัด กว่า 70 ราย เดินทางไปที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดขอนแก่น เพื่อลงบันทึกคำให้การร้องทุกข์กรณี บริษัทเอสเอฟฯ ประกาศปิดกิจการโดยไม่แจ้งกับลูกจ้าง ล่วงหน้า ค้างจ่ายค่าแรง และไม่จ่ายค่าชดเชยการเลิกจ้าง โดยบริษัทเอสเอฟฯ เป็นบริษัทสาขาของ บริษัท เอส เอฟ ขอนแก่น จำกัด ตั้งอยู่บนนถนนมะลิวัลย์ ต.โนนทัน อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ประกอบกิจการแปรรูปสัตว์ปีก (ไก่) มาตั้งแต่ปี 2537 โดยลูกจ้างรายวันทำงานวันจันทร์-ศุกร์ กำหนดจ่ายค่าจ้างงวดวันที่ 1-15 ทุกวันที่ 20 และจ่ายค่าจ้างงวดที่ 16-สิ้นเดือน ทุกวันที่ 5 ของเดือนถัดไป 

 

ส่วนลูกจ้างรายเดือนทำงานวันจันทร์-เสาร์ กำหนดจ่ายค่าจ้างราย เดือนทุกวันที่ 29 ของเดือน ผ่านบัญชีธนาคารของแต่ละคน มาในช่วงปลายปี 2561 บริษัทฯ ได้ประกาศเลิกจ้างลูกจ้างรอบแรก สำหรับลูกจ้างที่ยังทำงานอยู่ถ้าบางช่วงมีออเดอร์น้อย นายจ้างจะสั่งให้หยุดงานโดยได้รับค่าจ้าง 75% แต่นายจ้างเริ่มจ่ายค่าจ้างไม่ตรงตามกำหนด บางครั้งจ่ายให้เพียง ครึ่งเดียว ส่วนที่เหลือทยอยจ่ายเรื่อยมาจนถึงวันที่ 1 ก.ค. 2562 บริษัทได้ปิดประกาศ ปิดกิจการ

 

โดยข้อความระบุว่า บริษัท เอส เอฟ โพลทรีย์ จำกัด ประสบปัญหาขาดทุนอย่างต่อเนื่อง จึงแจ้งปิดกิจการ โดยให้มีผลวันที่ 2 ก.ค. 2562 กรณีที่เป็นลูกจ้างรายวัน ส่วนลูกจ้างรายเดือนให้มีผลในวันที่ 7 ก.ค. 2562 หลังจากบริษัทฯ ได้ปิดกิจการหลังประกาศแจ้งและให้มัผลทันทีแล้ว แต่กลับไม่ได้จ่ายค่าชดเชย และไม่ได้แจ้งว่าจะจ่ายค่าชดเชยเมื่อใด และมีการค้างค่าจ้าง รวมทั้งบางตำแหน่งที่มีเงินประกันเพื่อเข้าทำงาน นายจ้างก็ไม่ได้คืนเงินประกันให้ ลูกจ้างที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งหมด 93 คน ได้แต่งตั้งตัวแทนทั้งหมด 4 คน เพื่อยื่นคำร้องขอใช้สิทธิตามกฎหมายแรงงาน เพื่อให้พนักงานตรวจแรงงาน ดำเนินการให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างส่วนที่ค้างทั้งหมด ให้จ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า หรือ “ค่าตกใจ” เพราะนายจ้างไม่ได้แจ้งล่วงหน้ากับลูกจ้างในการเลิกจ้าง ให้จ่ายเงินประกันของลูกจ้างที่ทำงานตำแหน่งรักษาความปลอดภัย

 

ซึ่งนายจ้างได้เรียกเก็บเมื่อเริ่มทำงาน และให้จ่ายค่าชดเชยตามอายุงานตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ พนักงงานตรวจแรงงานได้รับคำร้องไว้ โดยอธิบายขั้นตอนว่า หลังจากวันนี้จะมีคำสั่งนายจ้างให้ปฏิบัติตามภายใน 60 วัน หากนายจ้างไม่ทำตามตำรวจจะดำเนินคดีเพื่อฟ้องศาลต่อไป ส่วนลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างในรอบแรกช่วงเดือน ธันวาคม 2561 ประมาณ 80 คน มีการผิดนัดจ่ายค่าชดเชย ล่าช้า บางส่วนได้รับค่าชดเชยแล้วแต่ยังไม่ครบ ปัจจุบันอยู่ในขั้นคดีความ ่

เรื่องนี้นางมะลิวัลย์ รื่นภูเขียว เล่าว่าเหตุการณ์ก่อนบริษัทฯ ปิดประกาศปิดกิจการว่า ในวันที่ 28 มิ.ย. ผู้จัดการบริษัทได้นัดประชุมลูกจ้างโดยแจ้งว่าบริษัทขาดทุน แต่ไม่ได้บอกว่าจะปิดกิจการ ต่อมาวันที่ 1 ก.ค. บริษัทได้ปิดประกาศปิดกิจการ ลูกจ้างได้ เข้าไปเจรจากับผู้จัดการบริษัท โดยคำตอบที่ได้รับกลับมาคือ “ก็รู้อยู่แล้วว่าบริษัทเป็นแบบนี้ ต้องทำใจ” หลังจากนั้นลูกจ้างทุกคนไม่ได้รับค่าแรงตามกำหนด และบริษัทไม่มีการพูดถึงเงินชดเชย ลูกจ้างทั้งหมดจึงเรี่ยไรเงินกันคนละ 50-80 บาทเหมารถเข้ามาร้องเรียนที่สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และได้ไปร้องเรียนกับประกันสังคมด้วย โดยพนักงานประกันสังคมแจ้งว่านายจ้างไม่ได้จ่ายเงินประกันสังคมให้ลูกจ้าง 3 เดือนแล้ว ทั้งๆ ที่มีการหักค่าประกันสังคมจาก ลูกจ้างทุกครั้ง 

 “ตอนนี้ประกันสังคมรับเรื่องร้องเรียนแล้วโดยเจ้าหน้าที่จะติดตามกับนายจ้างให้ลูกจ้างเอง พวกเรายังใช้สิทธิประกันสังคมได้อยู่ในระยะเวลา 6 เดือน รวมถึงการขอใช้สิทธิขอเงินช่วยเหลือสำหรับผู้ถูกเลิกจ้าง ส่วนการร้องเรียนกับสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงานที่รับเรื่องร้องเรียนแล้ว ก็ได้แต่รอขั้นตอน และรอดูว่านายจ้างจะทำตามหรือไม่” นางมะลิวัลย์ กล่าว  

ด้าน นายถนอมศักดิ์ น้อยศรี ตัวแทนลูกจ้าง กล่าวถึงข้อเรียกร้องของลูกจ้างว่า “ถ้ามีการเจรจากับบริษัท ขั้นแรกบริษัทต้องจ่ายค่าจ้างที่ค้างก่อน ลูกจ้างแต่ละคนมีค่าจ้างที่ยังไม่ได้รับแค่ 3,000 - 4,000 บาทต่อคนเท่านั้น พนักงานประจำ 10 กว่าคนไม่ได้เงินเดือนมาสองเดือนแล้ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เพราะบางครอบครัวเป็นลูกจ้างของบริษัททั้งผัวทั้งเมีย รายได้ที่ขาดไปส่งผลกระทบอย่างมากกับครอบครัวที่มีภาระค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนรถ ค่าไปโรงเรียนของลูกหลาน ส่วนการจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย บริษัทจะต้องจ่าย 100% ตามค่าจ้าง ตามอายุงานของแต่ละคน รวมถึงค่าประกันสังคมที่หักเราไป 3 เดือน ค่าตกใจที่ไม่แจ้งล่วงหน้าในการเลิกจ้างเป็นค่าแรง 15 วันตามกฎหมาย

โดยนายถนอมศักดิ์ และภรรยา ทำงานอยู่ในบริษัทฯ นี้ทั้งคู่ เช่นเดียวกับ นายพิมล ทิพย์รักษ์ และภรรยา ทำงานในบริษัทนี้มา 13 ปี ตั้งแต่บริษัทเริ่มดำเนินการ นายพิมลเล่าว่า ในอดีตบริษัทมีออเดอร์เยอะมาก พนักงานมีโอทีอย่างน้อยเดือนละ 30-40 ชั่วโมง บริษัทมีลูกฟาร์มที่เลี้ยงไก่ส่งเข้าโรงงานหลายฟาร์ม มีไก่ที่ส่งเข้ามาเชือดชำแหละในโรงงานวันละ 3-4 หมื่นตัว ค่าแรงตรงเวลา ต่อมาจำนวนไก่ที่ส่งเข้าโรงงานเริ่มลดลงเรื่อยๆ จนบริษัทไม่มีฟาร์มไก่ที่เป็นลูกฟาร์มอีกเลย การดำเนินงานเป็นการรับจ้างเชือดไก่ให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง  เงินค่าจ้างเริ่มออกไม่ตรงเวลา ทยอยออก ถ้าไม่มีไก่เข้าโรงงานก็ให้ลูกจ้างหยุดงาน 

“ตอนนี้ผมอายุ 48 ปีแล้ว จะไปหางานที่ไหน ใครเขาจะรับเข้าทำงาน วันนี้ก็มาเรียกร้องสิทธิของเราตามกฎหมาย ถ้าคำนวณแล้วค่าจ้างรวมค่าชดเชยลูกจ้างทั้งหมดในรอบนี้ก็สี่ล้านกว่าบาท บริษัทเป็นบริษัทใหญ่มีธุรกิจอีกหลายอย่าง เท่านี้น่าจะจ่ายให้เราได้ เพราะพวกเราเป็นชาวบ้าน เป็นหัวหน้าครอบครัวเจอเหตุการณ์แบบนี้มันเดือดร้อนมาก และก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องมาติดตามเรื่องอีกกี่ครั้ง” นายพิมล กล่าว 

เศรษฐกิจภูมิภาค