ผบห.ร.ร.ดังโคราช แจงจัดเมนูอาหารกลางวันตามโปรแกรม Thai School Lunch

9 ก.ค. 2562 07:05 น.
นครราชสีมา - เจอพิษโซเชียลระบุส่อทุจริตอาหารกลางวัน ผู้บริหารและครูโรงเรียนประถมดังเมืองโคราช ถูกผลกระทบเต็มๆ แจงข้อเท็จจริง จัดเมนูอาหารกลางวันตามโปรแกรม Thai School Lunch ที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ เพื่อนักเรียนทุกคนได้รับสารอาหารครบถ้วน มั่นใจโปร่งใส่ ระบุ ตนอยากให้ปรับระบบบริหารจัดการโครงการอาหารกลางวันและนมใหม่ รายหัวไม่ต้องเท่ากัน ควรดูแลเด็กยากจน เด็กด้อยโอกาสเป็นหลัก กระจายอำนาจและความรับผิดชอบจัดงบลงโรงเรียนโดยตรง ออกแบบมาตรการกำกับการใช้งบประมาณโดยให้ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียเช่นผู้ปกครองร่วมกำกับ และมีมาตรการเข้มงวดเอาจริงกับผู้ทุจริตหรือส่อว่าจะทุจริตอย่างรวดเร็ว

   

จากกรณีสื่อได้เสนอข่าวนายมงคล  สาริสุต ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ภาค 3 นครราชสีมา (ป.ป.ช.ภ. 3 ) ชี้แจงผลการลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ระบุพบจำนวน 4 แห่ง ซึ่งเป็นโรงเรียนประถมศึกษาตั้งอยู่ในเขต อ.เมือง 2 แห่ง และต่างอำเภอ 2 แห่ง จากนั้นได้มีสื่อนำเสนอภาพข่าวที่มีนายวิเชียร  จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา ได้มาสุ่มตรวจเยี่ยมโครงการอาหารกลางวันโรงเรียนเมืองนครราชสีมา (ม.น.ม.) ซึ่งเป็นสถานศึกษาขนาดใหญ่เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2561 ได้ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงทั้งสถาบันการศึกษาและผู้บริหารรวมทั้งบุคลากรทางการศึกษา ส่วนใหญ่อนุมาน ม.น.ม เป็น 1 ใน 2 โรงเรียนที่ส่อการทุจริตอาหารกลางวัน

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 8 กรกฎาคม  2562  นายธนฤกต  กีรติเกริกไกร ผู้อำนวยการ ร.ร ม.น.ม พร้อมบุคลากรทางการศึกษาที่รับผิดชอบโครงการอาหารกลางวันได้นำสื่อมวลชนตรวจสอบข้อเท็จจริงการประกอบอาหารกลางวันให้นักเรียนจำนวนทั้งสิ้น  1,932 คน ซึ่งเป็นโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1 (สพป.นม.1) โดยวันจันทร์มีเมนูข้าวสวย พะแนงเผ็ดไก่ ฮอดด็อกทอดและแตงโม

 

นายธนฤกต  ผอ.รร.ม.น.ม เปิดเผยว่า ผลกระทบทางสังคมค่อนข้างรุนแรงหลังการนำภาพที่นายวิเชียร ฯ ผวจ.นครราชสีมา เดินทางมาตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการอาหารกลางวันที่ ร.ร ม.น.ม. ประกอบข่าวพบ ร.ร ขนาดใหญ่ 4 แห่ง ส่อทุจริตอาหารกลางวันตามช่องทางสื่อสารต่างๆ กรณีดังกล่าวเป็นภาพเก่าปี พ.ศ.2561 ซึ่งมีการตรวจสอบตามขึ้นตอนไม่พบการทุจริตแต่อย่างใด ได้เกิดเครื่องหมายคำถามและเกิดความสับสน ร.ร ม.น.ม. ได้ทุจริตจริงหรือไม่ ข้อเท็จจริงการดำเนินโครงการ ฯ ได้มอบหมายให้ครูที่ผ่านการอบรมใบประกอบโภชนาการ จัดเมนูอาหารกลางวันตามโปรแกรม Thai School Lunch ที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ เพื่อนักเรียนทุกคนได้รับสารอาหารครบถ้วน

 

"ขอให้เชื่อมั่นโครงการ ฯ สามารถตรวจสอบความโปร่งใสหรือสอบถามข้อมูลข้อเท็จจริงกับนักเรียนหรือครูและบุคลากรได้ทุกคน ที่สำคัญในยุคโซเซียลมีเดีย ไม่สามารถปิดบังซ่อนเร้นการทุจริตอาหารกลางวันได้ หากอาหารด้อยคุณภาพ นักเรียนกว่า 1,900 คน ทานไม่อิ่มคงจะมีการนำภาพและฟ้องร้องในสังคมออนไลน์แล้ว" นายธนฤกต กล่าว

  

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อดิศร  เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา  ในฐานะประธานกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนเมืองนครราชสีมา ร.ร สวนหม่อน และ ร.ร สุขานารี โดยสถาบันการศึกษาทั้ง 3 แห่ง ถือเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงของ จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ปัญหาเกี่ยวกับโครงการอาหารกลางวันมีความซับซ้อนและมีลักษณะที่แตกต่างกันหลากหลายตามบริบทของแต่ละพื้นที่และขนาดของโรงเรียน ตนมีข้อสังเกตดังนี้ 1.ทำไงต้องจัดสรรงบผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ก่อน ทั้งๆที่ส่วนใหญ่ไม่อยากได้งบส่วนนี้ เพราะเป็นเพียงทางผ่านทำให้ดูเหมือน อปท.มีงบประมาณเยอะ รัฐบาลจัดสรรงบอาหารกลางวันและนมโรงเรียนไปโดยตรงได้ไหม 2.การจัดงบประมาณ ดูเสมือนสร้างความเสมอภาคทั้งเด็กยากจน ฐานะดีจัดให้เท่าๆกันหมด เด็กบางส่วนไม่ดื่มนมโรงเรียนต้องทิ้งหรือนำไปทำอย่างอื่น รัฐบาลต้องทบทวนประสิทธิภาพการบริหารจัดการใหม่ทั้งหมด 3.โรงเรียนหลายแห่งใช้เทคนิคบริหารจัดการงบอาหารกลางวันไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นที่โรงเรียนไม่มีงบ เช่น นำเด็กไปแข่งขันกิจกรรมต่างๆ ซึ่งมีจำนวนมาก โดยปฏิบัติติดต่อกันมาทุกสมัย โดยไม่ตระหนักเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง 4.โรงเรียนที่น่าเป็นห่วงและน่าจับตาดูคือโรงเรียนขนาดใหญ่และขนาดใหญ่พิเศษที่มีจำนวนเด็กจำนวนมาก ทำให้มีงบมาก หากคิดตามรายหัว จึงเห็นโอกาสยักยอกไปเป็นประโยชน์ส่วนตนได้ ถ้าผู้บริหารไม่มีคุณธรรม ไม่มีหิริโอตัปะ ไม่สำนึกการกินเงินอาหารกลางวันเป็นบาปมหันต์ ตรงนี้น่ากลัวและมีโอกาสเกิดขึ้นได้สูงมากกว่าโรงเรียนขนาดเล็ก ที่ค่อนข้างจะลำบากเป็นภาระและเสียสละในการบริหารจัดการโครงการนี้

ตนอยากให้ปรับระบบบริหารจัดการโครงการอาหารกลางวันและนมใหม่ รายหัวไม่ต้องเท่ากัน ควรดูแลเด็กยากจน เด็กด้อยโอกาสเป็นหลัก กระจายอำนาจและความรับผิดชอบจัดงบลงโรงเรียนโดยตรง ออกแบบมาตรการกำกับการใช้งบประมาณโดยให้ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียเช่นผู้ปกครองร่วมกำกับ และมีมาตรการเข้มงวดเอาจริงกับผู้ทุจริตหรือส่อว่าจะทุจริตอย่างรวดเร็ว ดร.อดิศร ฯ ประธานกรรมสถานศึกษา ฯ กล่าว

ภาคประชาสังคม