กรมทางหลวง พัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงอุตรดิตถ์-ด่านภูดู่ รองรับระเบียงเศรษฐกิจ

8 ก.ค. 2562 15:50 น.
อุตรดิตถ์ - กรมทางหลวงได้ว่าจ้างให้บริษัทที่ปรึกษา 3 แห่ง ดำเนินการศึกษาความเหมาะสม ทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม ก่อนการลงทุนพัฒนาทางหลวงเชื่อมโยงอุตรดิตถ์ - ด่านภูดู่ ปี 2568

วันที่ 8 ก.ค. 2562  ที่ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าฯ จ.อุตรดิตถ์ เปิดประธานประชุม สรุปผลการศึกษาของโครงการ(สัมมนาครั้งที่ 3) การศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการพัฒนาทางหลวงเชื่อมโยงอุตรดิตถ์ – ด่านภูดู่ ตามที่กรมทางหลวงโดยสำนักงานแผนฯได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาความเหมาะสม และเล็งเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเป็นการประชุมสรุปผลการศึกษาโครงการ ครั้งที่ 3 จากส่วนราชการ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และ ผู้นำ ประชาชน พื้นที่ดำเนินโครงการฯ

 

 

หลังจากคณะรัฐมนตรีประกาศยกระดับจุดผ่อนปรนชั่วคราวช่องภูดู่ อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ ให้เป็นจุดผ่อนปรนถาวรภูดู่ เพื่อรองรับการค้าขาย กับ สปป.ลาว ตั้งแต่ปี 2556 พบว่าเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างอุตรดิตถ์ – ด่านภูดู่ ยังขาดการพัฒนา เพื่อรองรับการขนส่งผ่านแดน ภาครัฐจึงมีนโยบายพัฒนาเส้นทางดังกล่าว ให้ได้มาตรฐาน เพื่อใช้เป็นเส้นทางเชื่อมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือของไทยกับกรุงเวียงจันทน์และหลวงพระบางของ สปป.ลาว และเป็นโครงสร้าง ที่ตอบสนองแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคเหนือยุทธศาสตร์ที่ 1 เป็นส่วนหนึ่งของแนวระเบียงเศรษฐกิจเชียงใหม่-เวียงจันทน์ ช่วยในด้านส่งเสริมการท่องเที่ยวการค้า การลงทุนทั้งในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมของประเทศ นอกจากนี้ หากมีการพัฒนาเส้นทางที่ได้มาตรฐาน ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เพิ่มความปลอดภัยและ ความสามารถในการรองรับปริมาณจราจรที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต

 

 

ปัจจุบันเส้นทางเชื่อมโยงอุตรดิตถ์-ภูดู่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 117 ซึ่งยังเป็นทางหลวงขนาด 2 ช่องทาง มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเนินภูเขา คดเคี้ยว ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และพบว่ามีปริมาณรถบรรทุกใช้เส้นทางดังกล่าวมากขึ้นร้อยละ 20 อย่างไรก็ตามแนวเส้นทางดำเนินโครงการฯ บางช่วงยังตัดผ่านพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 2 ในบริเวณใกล้เคียงยังพบมีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง จึงมีความเป็นต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนการพัฒนาโครงการฯ โครงการดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ของจังหวัดอุตรดิตถ์ รวม 14 ตำบล 5 อำเภอ

 

แบ่งแนวเส้นทางเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงที่ อุตรดิตถ์-แยกสักใหญ่ ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 117 (แยกป่าขนุน-แยกสักใหญ่) รวมระยะทาง 62.50 กม. และช่วงที่ 2 จากแยกสักใหญ่-ด่านภูดู่ รวมระยะทาง 85.65 กม. ซึ่งคาดว่าจะได้เริ่มต้นดำเนินการในช่วงปี พ.ศ.2568 ดังนั้นกรมทางหลวงจึงได้ว่าจ้างให้บริษัทที่ปรึกษา 3 แห่ง ดำเนินการศึกษาความเหมาะสม ทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม ก่อนการลงทุนเพื่อให้การพัฒนาโครงการก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งประชาชนที่อยู่ในบริเวณพื้นที่โครงการน้อยที่สุด โดยกรมทางหลวงได้ตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชน จึงได้กำหนดให้มีการดำเนินการด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนตลอดระยะเวลาการศึกษาของโครงการนี้

เศรษฐกิจภูมิภาค