"ภูมิธรรม" ประกาศวางมือเลขาฯเพื่อไทย

3 ก.ค. 2562 16:55 น.
"ภูมิธรรม" พร้อมวางมือตำแหน่ง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดทางให้ "คนรุ่นหลัง" เข้ามาสานต่อภารกิจ

           วันที่ 3 ก.ค. 2562 -   นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ประกาศพร้อมวางมือจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคเพื่อให้ “คนรุ่นหลัง” เข้ามาสานต่อภารกิจพรรคภายหลัง พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ยื่นใบลาออกจากหัวหน้าพรรค มีใจความ ว่า 3 กรกฎาคม 2562 คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยชุดปัจจุบัน ประกาศยุติบทบาท การทำหน้าที่ของตน เพื่อให้ พรรคจัดการ "ประชุมใหญ่ วิสามัญของพรรค" เชิญนักการเมืองของพรรคและสมาชิกพรรรค เข้าหารือและเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เพื่อมา ทำหน้าที่ แบกรับภารกิจ ในสถานการณ์การเมืองใหม่ ช่วงปัจจุบัน

 

            คณะกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบัน ยืนหยัดอยู่กับพรรคมาโดยตลอดไม่เคยทอดทิ้งไปไหน เพื่อแบกรับภารกิจมาอย่างต่อเนื่อง ในการสนับสนุนและประคับประคองรัฐบาลประชาธิปไตย ที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งขึ้น และเผชิญกับ ช่วงวิกฤติการณ์ทางการเมืองของประเทศ ในช่วงที่มีการ "ชัตดาวน์ประเทศ" สมัยรัฐบาลประชาธิปไตย ของอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ จบลงด้วยการเผชิญหน้ากับคณะรัฐประหาร ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

 

            คณะกรรมการบริหารพรรค ชุดนี้ได้แบกรับภารกิจต่อเนื่อ ในการนำพาพรรคเพื่อไทย "ยืนหยัดทำหน้าที่ของตน ในการรักษาอุดมการณ์ประชาธิปไตย ประคับประคองพรรค ในช่วงวิกฤติประเทศ ที่อยู่ภายใต้การบริหารและปกครอง ของคณะรัฐประหารต่อเนื่องตลอดมา"

 

          ตราบจนกระทั่ง เกิดการผ่อนคลาย สถานการณ์ทางการเมืองครั้งใหม่ ให้มีการเลือกตั้งทั่วไป ภายใต้รัฐธรรมนูญและกติกาใหม่ ที่คณะคสช. อำนวยการให้มีการจัดทำขึ้น

 

 

            คณะกรรมการบริหารชุดปัจจุบัน จึงได้แบกรับภารกิจต่อเนื่อง อีกครั้ง ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายพรรคการเมืองใหม่หลัง คสช. ประกาศ จะคืนอำนาจให้ประชาชน และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ เมื่อ 24 มีนาคม 2562 และได้นำพรรคเพื่อไทย ฝ่าอุปสรรคจนได้รับชัยชนะเป็นพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากที่สุดเป็นพรรคอันดับหนึ่ง ในสภาผู้แทนราษฎร ชุดปัจจุบัน 

 

          แต่ด้วยกติกาภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ ที่เปลี่ยนแปลงไปจาก กติกาทางการเมืองที่เป็นปกติ แบบเดิมๆ ถึงแม้พรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้ง ได้ที่นั่งส.ส. เป็นจำนวนมากที่สุด แต่ "ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลขึ้นมาบริหารประเทศได้" และ "ไม่มีคณะผู้บริหารพรรค ที่ลงสมัครส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อได้เข้าสภาแม้แต่คนเดียว"

 

          หลังการเลือกตั้งครั้งนี้เสร็จสิ้น พรรคเพื่อไทยได้ร่วมมือกับพรรคการเมืองฟากฝ่ายประชาธิปไตย 7 พรรคการเมือง จัดตั้ง “แนวร่วมฝ่ายค้าน ของ 7 พรรคการเมือง ฝ่ายประชาธิปไตย” ขึ้น เพื่อแบกรับภารกิจใหม่ เป็นพรรคฝ่ายค้านทำหน้าที่ทางการเมืองต่อจากนี้ไป

 

       

            นับเป็นการ "ยุติบทบาทของคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ชุดปัจจุบันลงอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ วันที่ 3 กรกฎาคม 2562"  

 

          ภารกิจต่อจากนี้ไป เป็นภาระของคนรุ่นหลังที่จะเข้ามาแบกรับภารกิจใหม่ ในสถานการณ์ทางการเมืองใหม่ ที่กำลังจะดำเนินต่อไป

            "ส่วนตัวผม ไม่เคยยึดติดกับตำแหน่ง วันนี้ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนเอือมระอากับการต่อรองตำแหน่งมากพอแล้ว เพราะผมเชื่อเสมอว่า ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใดหรือ อยู่ในสถานะใด บทบาทใด ผมก็สามารถที่จะทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของพี่น้องประชาชนได้เสมอ ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงนับตั้งแต่ตัดสินใจเข้ามาทำงานการเมือง"

 

          สุดท้ายต้องขอบคุณสมาชิกพรรคและนักการเมืองของพรรคทุกคน ที่ได้ให้ความสนับสนุนและร่วมมือในการทำงานการเมืองร่วมกันมา และเหนือสิ่งอื่นใด ต้องขอขอบคุณทุกการสนับสนุนและ ทุกความห่วงใยที่พี่น้องประชาชนมีและมอบให้พรรคเพื่อไทย และคณะทำงานชุดพวกผมเสมอมา"

 

          "ยังต้องพบกันอีก เมื่อภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น" 

การเมือง