ชาวบ้านร้องผู้วา่ฯเลยขับผู้ใหญ่บ้านพ้นจากตำแหน่ง

18 มิ.ย. 2562 20:10 น.
จ.เลย -ประชาชนชาว อ.ผาขาว เข้ายืนเรื่องร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้ดำเนินการขับผู้ใหญ่บ้าน ออกจากตำแหน่ง กล่าวหาผญบ. ส่อบริหารเงินหมู่บ้าน และสารพัดกองทุนไม่มีความโปร่งใ่ส

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 18 มิ.ย. 2562 ณ ศาลากลางจังหวัดเลย   มีประชาชนชาว อ.ผาขาว จ.เลย กว่า 10 คน โดยการนำของ นางรุ่งทิพย์ ดีมุงคุณวัด อายุ 49 ปี เลขที่ 4 หมู่ 11 บ้านหนองยางคำ ตงโนนป่าซาง ,นายสมัคร  ทองคอนไทย อายุ 67 ปี เลขที่ 83 หมู่ 15 ต.โนนปอแดง อ.ผาขาว จ.เลย  เพื่อทวงถามกรณีเข้าร้องเรียนครั้งแรกแต่เรื่องเงียบไมมีอะไรคืบหน้า กรณีขอทวงถามข้อเท็จจริงการตรวจสอบพฤติกรรมและการทุจริตเงินในหมู่บ้านห้วยยางคำ หมู่ 11 ของนายบุญเพ็ง  สิงทุย อายุ 58 ปี   ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 11 พร้อมกับให้ออกจากตำแหน่ง  

 

สืบเนื่องมาจากชาวบ้านรับแจ้งจากทางอำเภอผาขาวนัดประชุมชาวบ้านพร้อมกับตอบข้อซักถามนายบุญเพ็ง  สิงทุย ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 11 ในวันที่ 29 พ.ค. 2562 วันนั้น  ผลออกมาไม่เป็นที่พอใจของชาวบ้านเนื่องจากไม่มีเอกสาร ไม่มีบัญชีมาชี้แจง   ไม่มีบัญชีเงินฝาก ไม่มีการประชุมเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2556   มีการข่มบู่ชาวบ้านอีกด้วย  ทางปัดอาวุโสอำเภอผาขาวรับปากว่าจะตั้งคณะกรรมการีสอบแต่ก็ไม่ได้กระทำ ชาวบ้านขอเข้าพบนายอำเภอก็ได้รับการปฏิเสธ  ชาวบ้านจึงมีข้อสงสัยต้องเดินทางที่จังหวัดเลยในวันนี้    ตั้งความหวังสูงสุดกับผู้ว่าราชการจังหวัดเลยเพราะอยู่กับชาวบ้านไม่ได้ ปกครองลูกบ้านไม่ได้แล้ว หวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมกับทางจังหวัดแต่มาวันนี้ ไม่มีผู้ว่าฯ รอง และปลัด อยู่ไปราชการหมด   มีแต่เจ้าหน้าที่รับเรื่องแทนจึงต้องขอร้องต่อสื่อมวลชนฯ    พร้อมกับบอกว่าให้ไปร้องที่อำเภอผาขาวและจะเร่งสอบข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน

 

นางรุ่งทิพย์ ดีมุงคุณวัด และ  นายสมัคร  ทองคอนไทย   เปิดเผยว่า  พฤติกรรมที่ชาวบ้านรับไม่ได้ จำเป็นต้องขับออกจากตำแหน่งของผู้ใหญ่บ้านรายนี้ หาก 7 วันไม่ได้ข้อสรุปในทางที่ชาวบ้านตั้งไว้หรือไม่ให้ออกจากตำแหน่ง  ชาวบ้านนับร้อยคนจะเดินทางร้องเรียนที่ศาลากลางจังหวัดเลย พร้อมเข้าแจ้งความดำเนินคดีอาญากับผู้ใหญ่บ้าน เพราะเขา     อาจจะทุจริตกับเงินของหมู่บ้าน ไม่ปฏิบัติตามระเบียบของกองทุนฯ เงินปันผล เงินเฉลี่ยคืน งบดุลย์ต่างๆ ไม่มีระบบไม่ชี้แจงกับสมาชิกฯไม่โปร่งใสไมเป็นธรรมทั้งเงินสัจจะ เงินหุ้น    เรืองกองทุนดอกเบี้ยข้าวเปลือก ทำการซื้อ-ขาย ด้วยตนเอง ไม่มีข้างในฉางให้ชาวบ้าน

 

รวมทั้งดอกเบี้ยกองทุนปุ๋ยไม่ยอมรับมติชาวบ้าน ทำการควบคุมเองกับพวกพ้องเก็บเงินเองไม้ยอมชี้แจง   ตลอดจนการติดตั้งน้ำดื่มที่เป็นประชาคมของชาวบ้านแต่สุดท้ายชาวบ้านต้องซื้อน้ำถังละ 5 บาท   เรื่องดอกเบี้ยเงินวัวในหมู่บ้านเรียกเก็บเงินทุกปีแต่ไม่ชี้แจง เงินนั้นเข้ากระเป๋าตนเอง    และกรณีไปขับไล่พระสงฆ์ให้ออกจากสำนักสงฆ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือกราบไหว้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ   โดเยการทำลายที่พักสงฆ์ ศาลาวัด กุฏิ ทั้งๆที่เกิดขึ้นจากชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจบริจาคทรัพย์ส่วนตัวสร้างให้พระสงฆ์อยู่อาศัยเพื่อปกป้องรักษาป่าสาธารณให้อยู่คู่ชาวบ้านไม่ได้ทำลายป่าแต่อย่างใด

 

 อีกทั้งยังไปเรี่ยไรเงินจากชาวบ้านบ่อยๆรายใดไม่ให้ขู่วาจะไม่ให้ความช่วยเหลืออะไร นอกจากนี้ยังทำการขุดดินในที่สาธารณภายในหมู่บ้านขายอีกด้วยที่เป็นทรัพย์สินของแผ่นดินทำไมขุดขายเป็นธุรกิจส่วนตัว  การกระทำของผูใหญ่บ้านรายนี้  ที่ไม่โปร่งใส  เกิดความวานวายในชุมชน สังคม หมู่บ้าน มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทำให้ประชาชนไม่สามารถไว้วางใจให้อยู่ในตำแหน่งต่อไปได้เพราะจงใจสร้างความแตกแยกในชุมชน