เร่งรณรงค์ลดการเผาอ้อย ตั้งเป้าภายใน 3 ปีต้องเป็น 0

17 มิ.ย. 2562 20:06 น.
จ.เลย - มติ ครม. ให้ จ.เลย 1 ใน 5 จังหวัดของประเทศไทย ต้องลดการเผาอ้อย ก่อนส่งโรงงาน ภายใน 3 ปีการเผาอ้อยต้องเป็น 0

 

            นายประมวล  ลาภจิตต์  หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย เปิดเผยว่า   ปัญหาการเผาอ้อยสู่โรงงานจังหวัดเลยที่สำคัญ     สาเหตุกลักที่เกษตรกรต้องเผาคือแรงงานขาดแคลน จาก  สปป.ลาว มีค่าแรงสูง 300 บาทต่อวัน ยังไม่รับ และยังบวกอาหาร คาเดินทาง   เรื่องการตกเขียวเกษตรกรส่วนหนึ่งขายอ้อยเหมาให้กับนายทุน แล้วแต่ผู้ซื้อใช้แรงงานมาตัดซึ่งส่วนใหญ่ก็มักนิยมการเผา  เรื่องความสะดวก รวดเร็ว  ผู้ตัดส่วนใหญ่นิยมอ้อยที่ตัดแล้วจะได้เร็วตัดได้นับร้อยมัดต่อวัน 

 

             สำหรับด้านผลกระทบที่สำคัญ คือมลพิษทางอาการ หิมะดำ ฝุ่นละออง ประชาชนส่วนหนึ่งมีอาชีพด้านการท่องเที่ยว  ทีพัก โรงแรม รีสอร์ทได้รับผลกระทบ กระทบต่อวิถีชีวิตประจำวัน  ตากเสื้อผ้า รับประทานอาหาร เพิ่มค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ช่วงที่ผ่านมาปีนี้เอง  หลายวันวัดได้เกิน 100 ไมโครกรัมต่อลูกมาศ์กเมตร   ด้านการแก้ไขจังหวัดเลยจัดตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาดังกล่าว

 

          โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานฯ มีเลขานุการ 3 หน่วยคือประกอบด้วย   สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานบรรเทาสาธารณภัย    และนำเสนอปัญหาไปที่รัฐบาล นับว่าโชคที่จังหวัดเลยเป็น  1 ใน  5 จังหวัดนำร่องแก้ปัญหานี้ โดยกำหนดให้ภายใน 3 ปี จะต้องใช้อ้อยสดเข้าโรงาน 100 %   คือ    ภายในปี 2564/2565   

 

            พร้อมกับกำหนดให้ฤดูการผลิต   ปี 62/63  ให้โรงงานหักค่าอ้อยที่ไฟไหม5%ต่อตัน  และรับซื้ออ้อยที่ถูกไฟไหม้ได้ไม่เกิน 30% , ฤดูการผลผิต ปี63/64  โรงงานหัก 10%ต่อตัน  รับซื้ออ้อยไฟไหม้ไม่เกิน 20%    และปีสุดท้ายปี 64/65 ให้โรงงานหักอ้อยที่ไฟไหม้ 15 % ต่อตัน  และโรงงานรับซื้ออ้อยไฟไหม้ได้0-5 %   และ เออเร่อไม่เกิน5%   

 

             นอกจากนี้ยังมีมติให้ชุมชนหมู่บ้าน  ในรัศมีไม่เกิน 10 กม. จาก โรงงานน้ำตาลฯให้ปลอดการเผาอ้อย และ   5 กม.  จากหมู่บ้านให้ปลอดการเผาอ้อย  เพื่อป้องกันฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศ   นอกจากนี้อนุมัติงบประมาณจำนวน 6,000 ล้านบาทจากกระทรวงและสหกรณ์  เพื่อมาเป็นสินเชื่อเกษตรกร  สหกรณ์การเกษตร  วิสาหกิจ กลุ่มชุมชน   ให้จัดหาเครื่องตัดอ้อย เครื่องตัดหรือสางใบอ้อย    จ. เลย ขณะนี้มีโรงงานน้ำตาล 2 แห่งที่ อ.วังสะพุงคือโรงงานน้ำตาลของบริษัท มิตรภูหลวง  ต.โคกขมิ้น มีรถตัดอ้อย 20  คัน และโรงงานน้ำตาล บริษัท โรงงานน้ำตาบขอนแกน(สาขาวังสะพุง) ต.หนองหญ้าปล้อง   มี คัน  รวม 2  โรงงาน24  คัน ออกไปรับจ้างตัดให้กับเกษตรกร

 

            หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย  กล่าวอีกว่า   ด้านการรณรงค์นั้น  นายชัยวัฒน์  ชื่นโกสุม  ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานเปิดการประชุม  มีมติวางมาตรการเข้มตาม มติ ครม.ประกอบด้วย  ช่วงปลายเดือน มิ.ย.62  จัดประชุมรณรงค์ ณ หอประชุม 4 อำเภอ  4 อำเภอ  เชิญเกษตรกรชาวไร่อ้อย  กลุ่มเกษตรกร  สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ชาวไร่อ้อย   ซึ่งจะมีผู้เข้าร่วมประชุม 5003-800  คนต่อแห่ง   และมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วย   ให้ความรู้ด้านป้ายประชาสัมพันธ์  พื้นที่มีไร่อ้อยตามเนื้อหาที่จังหวัดกำหนดและสปอร์ตแจ้งเตือน  แจ้งโทรศัพท์หากพบเห็นอ้อยตกหล่น   

 

         มาตรการเผยแพร่ความรู้แก่คณะสงฆ์ ประสานทางสำนักพุทธศาสนา นิมนต์ทั้งฝ่ายมหานิกายและฝ่ายธรรมยุตมาถวายความรู้  คณะสงฆ์เป็นแรงสำคัญในการเผยแพร่อบรมสั่งสอนประชาชนให้ลดการเผาอ้อย  มาตรการประกวดหมู่บ้านชุมชนปลอดการเผาอ้อน ทั้ง 12 อำเภอที่ปลูกอ้อยจำนวนมากเข้าร่วมรณรงค์   หมู่บ้านไม่เผาน้อย  หรือเผาน้อยจะได้นับรางประกาศเกียรติบัตรแก่ผู้นำหมู่บ้านเป็นตัวแทนรับฯ

 

        มาตรการด้านกฎหมายเน้น การป้องปรามตั้งชุดหน่วยเฉพาะกิจออกไปยังพื้นที่ได้รับการร้องเรียน ที่รับแจ้งทั้งแผนลวงและแผนจริง     มาตรการเน้นหนักด้านกำหมายต้องเข้าดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา  220 เนื่องจากทำให้เสียทรัพย์ และ  พรบ.สาธารณสุขที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ   โดยในต้นปีที่ผ่านมาดำเนินการแล้ว 2 รายด้วยกัน   โดยเปรียบเทียบปรับ ตั้งแต่เบาไปหาหนัก   เพื่อให้การเผาลดน้อย ปัญหาสำคัญกับการแก้ปัญหา  คือ ตัวของเกษตรกร และ ผู้ประกอบการ ลานรับซื้อ ผู้ขนส่ง ผู้ประมีโควตาอ้อย   ต้องขอความร่วมมือ ให้ลด ละ เลิก การเผาอ้อย    เพราะจ .เลย เป็นเมืองท่องเที่ยว   1 ใน 11 จังหวัดเมือง...ต้องห้ามพลาด...

 

        ทั้งนี้  1 ใน 6 ของประชาชนจังหวัดเลยปลูกอ้อยกัน   แต่ต้องคำนึงถึงผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว เพื่อสามารถอยู่ได้ควบคู่กันไป  ต้องหาจุดสมดุล โดยเฉพาะฤดูการผลิตปี 2564/2565     ต้องมีอ้อยสดเข้าโรงงาน 100 %  ทุกภาคส่วน ประชาชน เกษตรกรทุกคนต้องให้ความร่วมรณรงค์ด้วย  จึงจะบรรลุเป้าหมายตาม มติ.ครม.ดังกล่าว

 

คุณภาพชีวิต