" สล่าแกะเตียน " อาชีพที่กำลังสูญหายไปพร้อมกับความเจริญ

17 มิ.ย. 2562 18:30 น.
"สล่าแกะเตียน" ศาสตร์และศิลป์ที่กำลังจะตายไปพร้อมกับความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง แนะเร่งเปิดหลักสูตรสอนในระดับประถม-อุดมศึกษา

            ชุมชนวัดหลวงราชสัณฐาน หรือวัดหลวงใน เป็นชุมชนขนาดใหญ่อยู่กลางเมืองพะเยา ห่างจากตลาดสดพะเยาอาเขตแค่เดินข้ามถนน ผู้คน-ศรัทธา ต่างก็ประกอบอาชีพค้าขายเป็นหลัก แม้จะไม่ค่อยมีเวลาในการทำกิจกรรมต่างๆร่วมกับวัดมากเท่าไหร่นัก เนื่องจากภาระหน้าที่ต้องทำมาหากิน แต่ผู้คนก็ไม่ทิ้งวัด ไม่ทิ้งศิลปวัฒนธรรม ประเพณีอันเป็นรากเหง้าของชุมชน ใครมีเวลาก็เอาแรงมาช่วยวัด ใครไม่มีก็ใช้ทุนทรัพย์ในการช่วยกิจกรรม ประเพณี ให้สำเร็จลุล่วง ชุมชนวัดหลวงราชสันฐานเป็นเป็นชุมชนที่สงบและศานติมาช้านาน        

            ในเทศกาลเข้าพรรษาที่จะมาถึง ในช่วงนี้ของทุกๆปี จะมี “ สล่าแกะเตียน “ หรือช่างแกะสลักเทียน ก็จะนัดหมายมาทำเทียนแกะสลักเทียนให้กับวัดเพื่อใช้ในการประเพณีแห่เทียนพรรษา  โดยเทียนของชุมชนวัดหลวงใน จะทำเองจากมือทั้งหมด เริ่มจากการหล่อลำเทียน และการบรรจงแกะสลักเทียนด้วยมือ โดยไม่ใช้การแปะหรือติดเทียนจากบล็อค เหมือนเทียนของชุมชนอื่นๆ จึงเป็นเรื่องที่ยาก ใช้เวลานานและต้องอาศัยความใจเย็นของช่าง เพราะการแกะสลักเทียนพลาดไม่ได้ 

      

            สล่าหนานแถม หรือนายธีระศาสตร์ เจริญสุข หัวหน้าช่าง หรือ”สล่าเก๊า”ในภาษาเหนือ เปิดเผยว่า ชุมชนวัดหลวงใน ต้องการอนุรักษ์จารีตประเพณีการแห่เทียนพรรษา ให้เหมือนอดีตให้มากที่สุด เพื่อให้ลุกหลานในชุมชนหรือคนพะเยา ได้เห็นถึงเทียนที่แกะสลักด้วยมือตามแบบเบ้าโบราณ ซึ่งปัจจุบันหาดูได้ยาก ไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากหาคนที่มีฝีมือแกะเทียนได้ยาก ที่ยากยิ่งกว่านั้นอีกคือการแกะสลักให้ลวดลายมีความอ่อนช้อย พลิ้วไหว จึงนิยมใช้เทียนแบบแกะจากบล็อกแล้วติดเข้าไปกับลำเทียนซึ่งสะดวกกว่า สวยงามกว่าและแก้ไขได้ง่ายกว่า เทียนที่แกะด้วยมือจึงเริ่มหายไปจากชุมชนไปทีละชุมชนอย่างน่าเสียดาย   

     

            สล่าของหรือลุงสุบรร  ปัญญาดี , สล่าบุญชู  ช่างคำ สองสล่าคู่บารมีของสล่าหนานแถม กล่าวว่า เทียนทั้งหมดจะถูกวาดจากปลายมีดสล่าหนานแถมเป็นเส้นเล็กๆเลือนๆ ต้องอาศัยความชำนาญและการเข้าใจของสล่า จึงจะสามารถแกะสลักให้ออกมาอ่อนช้อยและพลิ้วไหว ซึ่งลายที่แกะคือลายดอกสร้อย หรือลายดอกพุดในภาษากลาง  ต้องค่อยๆแกะ ค่อยๆปัดเศษเทียนออกจากตัวเทียนเพื่อไม่ให้ลบรอยวาดจากปลายมีด ต้องใช้สมาธิสูงมาก งานจึงจะออกมาดี สำหรับปีนี้ต้นเทียนสูงประมาณ 2เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 1ฟุต

        

            ท้ายทีสุดสล่าหนานแถม ฝากไปถึงสถาบันการศึกษา ควรจะบรรจุหลักสูตรการแกะสลักเทียนให้นักเรียนได้เรียนรู้ ศึกษา เพื่อเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมเหล่านี้ไว้ให้อยู่คู่กับคนไทย เพราะหลังจากรุ่นนี้ล้มหายตายจากไป วิชาความรู้เหล่านี้จะสูญหายตามไปด้วย การถ่ายทอดหรือสืบสานต่อไปที่ดีที่สุดคือการทำเป็นหลักสูตรเปิดให้มีการเรียนการสอนในโรงเรียนทั้งแต่ประถม -อุดมศึกษา น่าจะเป็นทางรอดในการรักษาขนบธรรมเนียม ประเพณีไทยให้อยู่ตราบชั่วลูกหลาน

( นพพร/พะเยา )

           

ศิลปะวัฒนธรรม