จับครบยกแก๊ง 4 ผู้ต้องหาอุ้มโอปอ ส่งฟ้องศาลโทษหนักถึงประหารชีวิต

17 มิ.ย. 2562 17:47 น.
กาฬสินธุ์ - ตำรวจจังหวัดกาฬสินธุ์สามารถตามจับ 4 ผู้ต้องหา ที่ร่วมกันก่อคดีอุ้มเรียกค่าไถ่โอปอที่ถูกปล่อยตัวหลุดคดีไปเนื่องจากขาดฟ้อง พร้อมกับส่งตัวฟ้องศาลใน 5 ข้อหาหนักโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต ขณะที่อัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ เผยมีการสอบสวนข้อเท็จจริงตามคำสั่งอธิบดีอัยการภาค 4 คาดจะรู้ผลที่ปล่อยตัวเร็วๆนี้

ความคืบหน้ากรณี ผู้ต้องหา 4 คน ถูกศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ สั่งปล่อยตัวเนื่องจากพนักงานอัยการผู้รับผิดชอบคดีฟ้องคดีไม่ทัน ทำให้สังคมตั้งคำถามว่าทั้งที่คดีนี้เป็นคดีดังประชาชนให้ความสนใจ กล้องวงจรปิดบันทึกภาพคนร้ายลงมืออย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย เพื่อเรียกค่าไถ่ ทำไมถึงไม่ถูกดำเนินคดี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2562 ที่ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.ท.สุเทพ ภูกัญหา รอง ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี ควบคุมตัว นายมานะศักดิ์ อุดมพันธ์ หรือเปรี้ยว อายุ 23 ปี,นายธนารัตน์ ภูโชคชัย หรือโชค อายุ 23 ปี ,นายศุภมิตร บัญชา อายุ 30 ปี และนายรัฐศาสตร์ ภูนายาว อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ถึง 4 หมาย ประกอบด้วย เลขที่ จ.117/2562, เลขที่ จ.118/2562, เลขที่ จ.119/2562 และ เลขที่ จ.120/2562 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2562 ผู้ต้องหา ส่งตัวไปยังศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อดำเนินคดีใน 5 ข้อหา ประกอบด้วยร่วมกัน ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น , ร่วมกันกักขังบุคคลเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ , ข่มขืนใจผู้อื่น ทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย , พาอาวุธมีดไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ,และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นคดีร่วมกันเรียกค่าไถ่ มีอัตราโทษสูงสุดตั้งแต่จำคุกตลอดชีวิตถึงประหารชีวิต ส่วนนายสุรศักดิ์ จันทร์เพ็ง อายุ 20 ปี ถูกจำคุกในฐานความผิดหน่วยเหนียวกักขังและพกพาอาวุธมีด ไปก่อนหน้านั้นแล้ว

ทั้งนี้ พ.ต.ท.สุเทพ ภูกัญหา รอง ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้จับกุมตัว นายธนารัตน์ ภูโชคชัย หรือโชค อายุ 23 ปี ,นายศุภมิตร บัญชา อายุ 30 ปี และเมื่อวานนี้ ตำรวจก็ได้จับกุมตัว นายมานะศักดิ์ อุดมพันธ์ หรือเปรี้ยว อายุ 23 ปี,และ นายรัฐศาสตร์ ภูนายาว อายุ 34 ปี และได้นำส่งต่อศาล ซึ่งทางพนักงานอัยการก็ได้ทำการฟ้องในข้อหาเดิมทั้งหมด

ขณะที่ นางนฤมล วิเชียรแสน อัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ พนักงานอัยการผู้รับชอบคดีนี้ ได้รายงานเหตุการณ์ที่ปล่อยขาดฟ้องแล้ว ส่วนผลสอบต้องรอ อธิบดีอัยการภาค 4 ลงมาสอบสวนเร็วๆนี้ ว่าเหตุที่ปล่อยขาดฟ้องเกิดขึ้นได้อย่างไรที่ต้องใช้เวลา แต่สำหรับการส่งฟ้อง 4 ผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นคดีใหม่นั้น มีคำสั่งเปลี่ยนตัวพนักงานอัยการเจ้าของคดี เป็นอัยการคนใหม่แล้วเพื่อความสบายใจและรอการสอบสวน ทั้งนี้ในสิ่งที่ประชาชนอยากรู้ว่าเหตุใด อัยการผู้รับผิดชอบคดีจึงปล่อยให้ผู้ต้องหาหลุดคดีไปนั้น หรือเป็นเพราะเหตุใดนั้น คงต้องรอผลสอบที่คาดว่าทางคณะอธิบดีอัยการภาค 4 จะมีคำตอบในเร็วๆนี้

สำหรับคดีนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2561 มีคนร้าย 5 คน ดักอุ้ม น.ส.ปรระภาพรรณ หรือโอปอ ภูอุทา อายุ 26 ปี ที่ข้างจวนผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ต่อมาตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ สามารถจับกุม ตัว คนร้ายได้ทั้งหมด ซึ่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ทำสำนวนส่งอัยการจังหวัด ส่งฟ้องไปเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2561 ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2562 ศาลนัดไต่สวน นายสุรระศักดิ์ จันทร์เพ็ง ผู้ต้องหาที่ 3 รับสารภาพ ศาลจึงสั่งให้แยกฟ้อง ซึ่งนายสุรศักดิ์ฯได้ดำเนินคดีในข้อหาหน่วงเหนียวกักขังและพกพาอาวุธมีด จำคุก 1 ปี ส่วนจำเลยอีก 4 คน ศาลจึงสั่งการอัยการฟ้องเป็นคดีใหม่ภายใน 15 วัน แต่ปรากฏว่าไม่ได้ส่งฟ้อง ผู้ต้องหาจึงถูกปล่อยตัว ซึ่งก็ไม่ทราบว่าจะด้วยเหตุใด แต่หลังจากที่มีการจับกุมหัวหน้าแก๊งได้เมื่อเร็วๆนี้ จึงมีคนไปพบผู้ต้องหาไม่ติดคุก จึงเป็นที่มาของการตรวจสอบและจับกุมผู้ต้องหาใหม่ทั้งหมด