ทราบตัว ตร. ขับรถปาด ใช้ปืนตบหน้าแล้ว

12 มิ.ย. 2562 12:15 น.
นครราชสีมา -คืบหน้าเหตุชายแต่งกายครึ่งท่อนคล้ายตำรวจ ขับขี่รถปาดหน้ากับหนุ่มโคราช แล้วมีเรื่องทะเลาะวิวาทล่าสุด ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว เป็นดาบตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นวันนี้ พร้อมให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

นครราชสีมา-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีนายชัยยุทธ บัวแก้ว อายุ 32 ปี ชาวอำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.โนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ให้ดำเนินคดีกับชายที่แต่งกายตำรวจครึ่งท่อนทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ โดยเจ้าตัวได้โพสต์ในเฟซบุ๊คระบุถูก ตำรวจแต่งกายครึ่งท่อนใช้อาวุธปืนตบที่ใบหน้าจนเลือดอาบ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ขณะจอดรถเจรจากันเรื่องที่ขับขี่รถยนต์ปาดหน้ากันบนถนนมิตรภาพ เขตอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา โดยเจ้าตัวได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.โนนสูง ให้ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ

ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดริมถนนมิตรภาพ บริเวณหน้าโรงเรียนอนุบาลตลาดแค ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา เผยให้เห็นภาพชายคนหนึ่งแต่งกายด้วยเสื้อสีขาว-กางเกงสีกากี คล้ายตำรวจในสภาพครึ่งท่อน เดินลงจากรถยนต์ที่จอดอยู่หน้ารถของ นายชัยยุทธ บัวแก้ว อายุ 32 ปี  ทั้งคู่มีปากเสียงกันได้สักพัก ก่อนที่ชายแต่งกายคล้ายตำรวจจะเดินกลับไปที่รถของตนเอง แล้วหยิบสิ่งของออกมากระหน่ำตบหน้า นายชัยยุทธ หลายรอบจนได้รับบาดเจ็บ ทั้งที่ผู้เสียหายไม่ได้ตอบโต้   ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาระงับเหตุ จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ขับรถหนีไป  


ล่าสุด  วันนี้(12 มิถุนายน 2562) พันตำรวจเอกนิรันดร์ แก้วอินทร์   ผู้กำกับการ สภ.โนนสูง เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีนี้ว่า หลังจากได้ตรวจเช็คกล้องวงจรปิดในจุดที่เกิดเหตุ รวมทั้งเช็คทะเบียนรถ และภาพถ่ายของผู้ก่อเหตุ ทำให้ขณะนี้ทราบแล้วว่าผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจ ยศดาบตำรวจ สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล ทราบชื่อต่อมา ด.ต.เกรียงไกร โสภาพรม  โดยในวันนี้พนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกให้ดาบตำรวจคนดังกล่าวมารับทราบข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ส่วนกรณีที่ผู้เสียหายบอกว่า ถูกอาวุธปืนตบที่ใบหน้านั้น พนักงานสอบสวนต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติมอีก โดยได้นัดนายชัยยุทธผู้บาดเจ็บให้มาสอบปากคำเพิ่มเติมในวันศุกร์นี้ ซึ่งหากพบว่ามีการใช้อาวุธปืนตบที่ใบหน้าจริงก็จะพิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป

 

อาชญากรรม