"ศรีวราห์" ระบุอดีตตำรวจบางสะพานเอี่ยวอาวุธสงคราม หวั่นนำไปก่อเหตุประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน

11 มิ.ย. 2562 21:57 น.
นครราชสีมา - "ศรีวราห์" ระบุอดีตตำรวจในพื้นที่บางสะพานเป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวโยงอาวุธสงครามที่พบใน สุรินทร์-ศรีสะเกษ สั่งสกัดทุกเส้นทางเข้า กทม. หวั่นนำไปใช้ก่อเหตุร้ายการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน

นครราชสีมา วันนี้ (11 มิถุนายน 2562) ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ได้เปิดเผยถึงการพบอาวุธสงครามจำนวนมาก ซุกซ่อนอยู่ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ และ จ.สุรินทร์ ซึ่งตำรวจภูธรภาค 3 ได้ทำการยึดไว้เป็นของกลางว่า อาวุธสงครามที่พบตั้งข้อสงสัยไว้หลายประเด็น และยังไม่อยากระบุว่าเกี่ยวโยงกับกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่ เพราะอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 กำลังทำการตรวจสอบจากลายนิ้วมือ และดีเอ็นเอที่พบอยู่กับอาวุธสงคราม

 

                                                                พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล

พล.ต.อ.ศรีวราห์   กล่าวอีกว่า   เบื้องต้นมีผู้ต้องสงสัยแล้ว 1 ราย เป็นอดีตข้าราชการตำรวจ (ยังไม่เปิดเผยชื่อและยศ) ในเขตบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปัจจุบันมีอาชีพค้าไม้เถื่อน ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งมาว่าต้องจับตัวมาให้ได้โดยเร็ว ดังนั้นตนก็มั่นใจว่าจะสามารถจับตัวได้แน่นอน โดยจะระดมเจ้าหน้าที่ ทั้งตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่

 

 

แต่การจะจับใครมั่วไม่ได้ เพราะการครอบครองอาวุธสงครามมากมายขนาดนี้ ผู้กระทำผิดมีโทษถึงประหารชีวิต ดังนั้นต้องมีพยานและหลักฐานที่ชัดเจนเพื่อขอหมายศาลออกหมายจับตามขั้นตอนทางกฎหมาย ส่วนอาวุธสงครามที่พบนั้นก็มีลักษณะเดียวกันกับอาวุธที่ใช้ก่อความไม่สงบของกลุ่มเสื้อแดง แต่จะเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น ต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอก่อน ซึ่งจะทราบผลภายใน 3 วันนี้ แต่เชื่อว่าต้องทำเป็นขบวนการหลายคน เพราะอาวุธมากมายขนาดนี้แบกคนเดียวคงไม่ไหวแน่ และทั้ง 2 จุดที่พบอาวุธสงคราม ก็เกี่ยวโยงกันทั้งหมด

 

พล.อ.ศรีวราห์ฯ กล่าวอีกว่า ส่วนในช่วงที่มีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 22-23 มิถุนายน 2562 นี้ ตนได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศวางมาตรการดูแลความสงบอย่างเข้มข้นขึ้นหลายเท่า โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ต้องไม่เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้น ส่วนใครหรือกลุ่มใดจะออกมาชุมนุมอย่างสงบ ก็สามารถทำได้ แต่ต้องขออนุญาตสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อพิจารณาก่อนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจะชุมนุมไม่ได้ แต่ขอร้องอย่ามีการชุมนุมเลยดีกว่า เพราะจะทำให้ชื่อเสียงของประเทศชาติเสียหายได้ ซึ่งขณะนี้ก็ได้รับรายงานว่าจะมีผู้ออกมาชุมนุมแน่นอน แต่ไม่อยากพูดอะไรมาก สรุปแล้วคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างเข้มงวด โดยสั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล เพิ่มกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยอีกเท่าตัว เพราะจากประสบการณ์ และหน่วย EOD รายงาน แจ้งว่าอาวุธสงครามพวกนี้มักจะถูกนำไปใช้ในตัวเมืองใหญ่ๆ ไม่ใช่ในพื้นที่ชนบทแน่นอน ดังนั้นก็ต้องจัดเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และทางหลวง จัดกำลังสกัดทุกเส้นทางในพื้นที่จังหวัดปริมณฑล เพื่อไม่ให้อาวุธสงครามเหล่านี้เข้าไปในกรุงเทพมหานครได้.

 

อาชญากรรม