รัฐสภาโหวต 'ประยุทธ์' เป็นนายกฯทะลุ 500 เสียง

6 มิ.ย. 2562 00:15 น.
"พลังประชารัฐ" ปิดดีล! รวมส.ส.ข้างมาก 254 เสียง รัฐสภาโหวต "ประยุทธ์" เป็นนายกฯ คนที่ 30 คะแนนสนับสนุนทะลุ 500 เสียง ,"ธนาธร" 244 เสียง และ 3 งดออกเสียง

             หลังจากมติพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเป็นทางการแล้วว่าจะร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ โดยส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์มีจำนวน 53 เสียง เมื่อรวมกับพรรคพลังประชารัฐ 116 เสียง และพรรคเล็กอีก 16 พรรครวม 34 เสียง

 

        ทั้งนี้หลังพรรคประชาธิปัตย์ประกาศความชัดเจนแล้วทำให้ พรรคภูมิใจไทย มี 51 เสียง ออกมารับลูกพร้อมร่วมจัดตั้งรัฐบาลเช่นกัน

      ตัวเลขขั้วพรรคพลังประชารัฐรวมเสียงส.ส.ได้ 254 เสียง แม้อาจมีส.ส.ปชป.บางคนงดออกเสียง ขณะที่ขั้วพรรคเพื่อไทยมี 246 เสียง

           ทำให้เสียงสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30  จะเป็นส.ส.ข้างมากแบบปริ่มน้ำ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะมีส.ส.งูเห่าพลิกมาสนับสนุนด้วย

 

       อย่างไรก็ตาม หากรวม ส.ว.อีก 250 เสียง ทำให้ที่ประชุมรัฐสภาเพื่อออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จะมีเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่ง หรือเกิน 375 เสียง 

      
 

           ล่าสุดวันนี้ (5 มิ.ย.  2562) ที่อาคารทีโอที  ถนนแจ้งวัฒนะ  หลังจากการประชุมรัฐสภาครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ซึ่งมีระเบียบวาระการประชุมที่สำคัญคือการลงคะแนนเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี ที่เริ่มการประชุมมาตั้งแต่ช่วงสายๆ ราว 11:00 น.

          ทั้งนี้ หลังจากที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา เริ่มเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมในการลงคะแนนเสียงเลือกนายกฯ นั้น นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.ที่เป็นแกนนำของพรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นบุคคลในบัญชีรายชื่อเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งเมื่อ 24 มีนาคม 2562 ให้เป็นผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกฯ

         ในขณะที่ นางสาวศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคอนาคตใหม่ ลุกขึ้นเสนอชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยปะเด็นเรื่องการถือครองหุ้นสื่อ) ให้เป็นผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกฯ

          ต่อมาประธานรัฐสภาเปิดโอกาสให้สมาชิกได้อภิปรายเรื่องคุณสมบัติของผู้ได้รับเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือแคนดิเดตนายกฯ ซึ่งต่อเนื่องยาวนานมาเป็นเวลากว่า 10 ชั่วโมง สลับกับมีการประท้วงเป็นระยะๆ         

         จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 21:53 น. กระบวนการขานชื่อสมาชิกรัฐสภาทีละคนเรียงตามตัวอักษรจึงเริ่มต้นขึ้น โดยมีผู้ลงชื่อเข้าร่วมประชุมในวันนี้ทั้งสิ้น 747 คน แบ่งเป็น สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 250 คน ซึ่งมากันครบทุกคน ส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 497 คน ขาดไป 3 คน เนื่องจาก ส.ส.คนหนึ่งของพรรคอนาคตใหม่ยังป่วยอยู่ ขณะที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ และอีกหนึ่งคนที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เพิ่งลาออกไปเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ก่อนที่การประชุมรัฐสภาจะเริ่มต้นขึ้น

 

        เวลา  23.33 น. หรือ 12.30 ชั่วโมงผ่านไป  นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา  แจ้งปิดการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี  จากนั้นเข้าสู่ช่วงคณะกรรมการ 6 คนตรวจสอบคะแนนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

       เมื่อเวลา 23.51น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา  ประกาศผลโหวตเลิอกนายกรัฐมนตรี อย่างเป็นทางการว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับเสียงโหวตจากสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่ด้วยคะแนนเสียง 500 เสียง  ขณะที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้คะแนน 244 เสียง  งดออกเสียง 3 เสียง   เห็นชอบให้กลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย  

 

การเมือง