" เดือด" ขับไล่ผู้บริหารธนาคารที่ดิน จี้ให้พ่อเมือง-แม่ทัพภาคที่ 2 ช่วยเหลือ

5 มิ.ย. 2562 14:55 น.
นครราชสีมา- เดือด..วิสาหกิจชุมชนไร่นาสวนผสมเกษตรกรฐานรากช่องโคพัฒนา ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมาและชาวบ้านกว่า 30 คน ยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรม กรณีการจัดที่ดินทำกินของราษฎร จำนวน 63 ครัวเรือน พื้นที่ 199 ไร่ ตามนโยบายของรัฐ มีความล่าช้าไม่เป็นไปตามมติ ครม. รวมทั้งขอให้พิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของ"นายขจรศักดิ์ เจียรธนากุล" ผอ.สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน พ้นจากตำแหน่ง

  

 

              เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 มิ.ย. 2562   ที่ห้องปฏิบัติราชการผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายมนตรี  เยี่ยมสูงเนิน ประธานวิสาหกิจชุมชนไร่นาสวนผสมเกษตรกรฐานรากช่องโคพัฒนา ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมาและชาวบ้านกว่า 30 คน ยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรม กรณีการจัดที่ดินทำกินของราษฎร จำนวน 63 ครัวเรือน พื้นที่ 199 ไร่ ตามนโยบายของรัฐ มีความล่าช้าไม่เป็นไปตามมติ ครม. รวมทั้งขอให้พิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของนายขจรศักดิ์  เจียรธนากุล ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. ออกจากตำแหน่งเนื่องจากไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารองค์กร

 

             จากนั้นได้ยืนถือป้ายข้อความ “ คนที่เป็น ผอ.ใหญ่กว่า มติ ครม. ,คนไม่มีวิสัยทัศน์ อย่าอยู่ถ่วง บจธ.เลย ,ทำงานไม่ก้าวหน้าอย่าอยู่ บจธ. ,ดองเรื่อง เชื่องช้า ยื้อเวลา เพื่ออะไร คนจนเดือดร้อนเพราะไม่มีที่ทำกิน ฯลฯ ” ก่อนเดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนกับแม่ทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี โดยมี พ.อ.ยุทธศักดิ์  ปานแสงขำ รองเสนาธิการ กอ.รมน.กองทัพภาคที่ 2 รับเรื่องแทน

  

 

             นายมนตรี  ประธานวิสาหกิจชุมชน ฯ ช่องโคพัฒนา เปิดเผยว่า กลุ่มเกษตรกรและตัวแทนวิสาหกิจชุมชน ฯ นัดรวมตัวเดินทางทวงถามความคืบหน้าเกี่ยวกับการซื้อที่ดินตามโครงการต้นแบบการบริหารจัดการที่ดินแบบครบวงจรของ ธมจ.ที่มีนายขจรศักดิ์ ฯ เป็นผู้บริหารองค์กรได้ดำเนินโครงการพัฒนาภาครัฐและผู้ไร้ที่ทำกินบางส่วนของจังหวัดนครราชสีมา อย่างล่าช้าลักษณะดองเรื่องมาตั้งแต่ต้นปี 2560 ที่ผ่านมา บจธ.ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่หลายชุดและที่ปรึกษาลงสำรวจที่ดินในเขตจังหวัดนครราชสีมา หลายแปลงหลายครั้ง รวมทั้งจัดประชุมร่วมกับจังหวัดนครราชสีมาและกองทัพภาคที่ 2 รวมทั้งส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง มีข้อสรุปที่ดินแปลงบ้านช่องโค ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย ฯ มีความเหมาะสมที่สุด

 

             นอกจากนี้นายขจรศักดิ์  ได้มาพบเกษตรกรในพื้นที่และให้ความหวัง แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลายครั้ง ยืนยันโครงการ อ.พิมายเป็นต้นแบบการบริหารจัดการที่ดินแบบครบวงจรของ บจธ. เมื่อวันที่ 21 มกราคม 62 คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ซึ่งมีพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ บจธ. ดำเนินการโครงการ ฯ ในวงเงิน 233 ล้านบาท ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ครม.มีมติอนุมัติโครงการตามมติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือกำชับให้ บจธ. ดำเนินโครงการ ฯ ให้เป็นรูปธรรม ก่อนวันที่ 8 มิถุนายน 62

 

             “ นายขจรศักดิ์ ขาดความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการทำงาน คณะทำงานขาดความรู้ ความสามารถและไม่มีแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนในการจัดซื้อที่ดิน บ่งบอกถึงไม่มีวิสัยทัศน์ ไม่เข้าใจในบทบาทขององค์กร ขาดลักษณะผู้นำไม่มีทิศทางชัดเจนในการนำพา บจธ. ไปสู่ความสำเร็จ นอกจากนี้ได้สร้างความแตกแยกในองค์กรจนเกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ บจธ. กว่า 50 คน เข้าชื่อร้องเรียนให้ปลด นายขจรศักดิ์ ฯ ออกจากตำแหน่ง ขอให้บอร์ด บจธ. เร่งรัดการสอบสวน เพื่อเลิกจ้างนายขจรศักดิ์ โดยด่วน 2. ขอให้ พล.อ ประวิทย์  วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พิจารณาสั่งให้พักงานนายขจรศักดิ์ ฯ ก่อนที่ทุกอย่างจะเสียหายมากกว่านี้ 3.นายขจรศักดิ์ ฯ ควรลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารโดยเร็ว ประหยัดเงินแผ่นดินได้เดือนละเกือบ 2 แสนบาท 4. ช่วยแชร์ ช่วยขับไล่คนไม่ดี คนไร้ความสามารถ คนไม่มีคุณธรรมให้พ้น บจธ.” นายมนตรี กล่าว

 

        ด้านนายวิเชียร  ผวจ.นครราชสีมา กล่าวว่า เป็นเวลาร่วม 2 ปี ธมจ.ได้มาพูดคุยกับชาวบ้าน เพื่อขอซื้อที่ดินนับร้อยไร่มูลค่าประมาณ 400 ล้านบาท แก้ปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกินของเกษตรกรรายย่อยและผู้ยากจน รวมทั้งช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้านที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐซึ่งได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการของรัฐเช่นทวงคืนผืนป่า รถไฟทางคู่ ถนนมอเตอร์เวย์ ฯ ล่าสุดถึงขั้นตอนชาวบ้านเตรียมที่ดินและประเมินราคา แต่ไม่มีความคืบหน้ามากนัก ชาวบ้านอยากได้ที่ดินทำกินและเจ้าของที่ดินก็ต้องการขายที่ดิน เนื่องจากมีคนมาติดต่อเยอะมาก

 

         จากการสอบถามบอร์ดบริหาร ระบุเกิดปัญหาการบริหารจัดการภายในจึงไม่สามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้ โดยแนะนำให้ทาง จ.นครราชสีมา ทำหนังสือทวงถามและให้กลุ่มวิสาหกิจ ฯพิจารณาผู้ที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ คู่ขนานไปด้วยจะได้ไม่เกิดความล่าช้าและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ฯ

 

เกษตร