แห่เที่ยว ช๊อป เช็คอิน สวนองุ่นชิตินันท์คนขยัน

21 พ.ค. 2562 14:01 น.
มหาสารคาม - แห่เที่ยว ช๊อป เช็คอิน สวนองุ่นชิตินันท์คนขยัน...หนุ่มลูกจ้าง ม.ขอนแก่นใช้เวลาว่างปลูกองุ่นสร้างรายได้เสริมได้ผลผลิตล้นแม้ประสบภัยแล้ง

              วันที่ 21 พฤษาคม 2562 ที่สวนองุ่นชิตินันท์  บ้านเลขที่ 35 หมู่ 23 บ้านหนองคูไชย ต.หนองแสงอ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม เต็มไปด้วยชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวที่ เดินทางมาเที่ยวชมสวนองุ่น  ของนายสุรศักดิ์ จำปาเกตุ พนักงานอัตตราจ้างมหาวิทยาลัยขอนแก่น ลูกชายผู้ใหญ่บ้าน โดยใช้เวลาว่างวันเสาร์ และอาทิตย์ ปลูกองุ่น 2 สายพันธุ์ คือ แบล็กโอปอ ลูกสีดำ ไร้เมล็ด และพันธุ์ไวด์มะระกาลูกสีเขียว รสชาติหวานหอม ใช้เวลาปีครึ่งต้นองุ่นมีผลผลิตดีเกินคาด สร้างความประหลาดใจให้กับชาวบ้าน ไม่เชื่อว่า พื้นที่แห้งแล้งจะสามารถปลูกองุ่น แบบที่เห็นในเมืองหนาวได้ พร้อมยกเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรประจำหมู่บ้าน 

           นายสุรศักดิ์ จำปาเกตุอายุ 33 ปี เจ้าของสวนองุ่นชิตินันท์  บ้านเลขที่ 35 หมู่ 23 บ้านหนองคูไชย ต.หนองแสงอ.วาปีปทุม จ.มหาสารคามเปิดเผยว่าปัจจุบันตนทำงานประจำเป็นพนักงานอัตตราจ้าง อยู่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ใช้เวลาวันหยุดเสาร์-อาทิตย์มาทำการเกษตรด้วยการปลูกองุ่นจำหน่าย  โดยจุดเริ่มต้นการปลูกองุ่นเกิดมาจากความชอบ รสชาติความหวานหอมขององุ่น วันหนึ่งได้ไปเดินเที่ยวงานเกษตรแฟร์ เห็นพ่อค้านำต้นพันธ์องุ่นมาวางขาย จึงซื้อมาทดลองปลูกหน้าบ้านจำนวน 2 ต้น จากนั้นศึกษาข้อมูลการปลูกจากอินเตอร์เน็ต เริ่มดูแลใส่ปุ๋ย ไม่นานก็เจริญเติบโต มีดอก มีผลออกมาให้รับประทาน ตอนเลยอยากขยายพันธ์ปลูกจริงจัง ประกอบกับพ่อเป็นผู้ใหญ่บ้าน อยากมีแหล่งท่องเที่ยวให้ชาวบ้านมีรายได้เสริม หากมีสวนองุ่นสัก 1 แปลง จะเป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในหมู่บ้าน  ก่อให้เกิดรายได้แก่ชุมชน  จึงได้ลงมือปลูกโดยใช้แปลงว่างเปล่าข้างคอกวัว จำนวน 2 งานโดยใช้เวลาวันเสาร์ และอาทิตย์ในการปลูก เริ่มตั้งแต่เช้า จนถึงเย็น  ซื้อพันธ์องุ่นมาจากราชบุรีจำนวน 2 สายพันธุ์คือ แบล็กโอปอ ลูกสีดำ ไร้เมล็ด   และพันธุ์ไวด์มะระกาลูกสีเขียว ส่วนเหตุผลที่เลือกเอา 2 พันธ์นี้เพราะว่าดูแลง่าย และทนต่อสภาพอากาศ  เป็นที่นิยมของลูกค้า

           สำหรับขั้นตอนการปลูกเริ่มจากการเตรียมแปลง ไถยกร่องเพื่อไม่ให้น้ำท่วมถึง จากนั้นขุดหลุม กว้าง 30 เซนติเมตร ลึก 30 เซนติเมตร หลุมห่างกัน 50 เซนติเมตร นำปุ๋ยคอกผสมแกลบรองที่ก้นหลุม จากนั้นนำต้นพันธ์ลงปลูก  เมื่อมียอดขึ้น ให้เด็ดยอดทิ้ง เหลือยอดที่แข็งแรงไว้เพียง 1 ยอดเท่านั้น  เมื่อองุ่นโตได้ 1 ปี ก็จะทำค้าง  จากนั้นก็เลี้ยงกิ่งพันธ์ต่อไป1 ปี 6 เดือนก็เริ่มออกผลผลิต สำหรับการให้น้ำ ตนใช้ระบบน้ำหยด    ส่วนปุ๋ยใส่เพียงปุ๋ยคอก และน้ำหมักชีวภาพเท่านั้น  โดยปุ๋ยคอกได้มาจากคอกวัวของพ่อซึ่งอยู่ติดกันกับสวนองุ่น

      สำหรับแปลงองุ่นแปลงนี้ ถือเป็นแปลงแรก ซึ่งตนถือว่าเป็นมือใหม่ ดูแล มาได้ 1 ปี 6 เดือน สามารถมีผลผลิตออกมาจนเกินความคาดหมาย ออกลูกดกเต็มต้น มองไปทางไหนก็มีแต่พวงองุ่น ในตอนแรกชาวบ้านไม่เชื่อว่าพื้นที่แห้งแล้งจะปลูกองุ่นได้ ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่า องุ่นปลูกได้เฉพาะเมืองหนาว  พอผลผลิตชุดแรกออกจำหน่าย มีเพื่อนบ้าน แวะเวียนมาซื้อถึงสวน นอกจากนี้ยังมีลูกค้าในตัวอำเภอวาปีปทุม และ อำเภอใกล้เคียงที่ทราบข่าวเดินทางมาเที่ยวชมสวน พร้อมกับตัด และชิมกันสดๆ ก่อนเลือกซื้อกลับบ้านอีกด้วย โดยจำหน่ายองุ่นพันธ์แบล็กโอปอ ราคากิโลกรัมละ 170 บาท ส่วนพันธ์ไวส์มะระกากิโลกรัมละ 150 บาท  หากนักท่องเที่ยวสนใจแวะชมสวนองุ่น สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร 086-8244727

กิริยา  กากแก้ว-มหาสารคาม 0872240226

เกษตร