คุมตัวฆาตรกรทุบหัวแล้วเผาตายายทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

19 พ.ค. 2562 15:25 น.
พิษณุโลก- ญาติตายายเจ้าของอู่ซ่อมท่อที่ถูกคนร้ายใช้ค้อนทุบหัวแล้วนำร่างไปเผาในอ่างอาบน้ำมารอที่เกิดเหตุ จนท.ตร.สภ.พรหมพิราม พาฆาตรกรมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 จากคดีฆาตรกรรมฆ่าเผาสองตายายที่ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก  คนร้ายคือนายประเสริฐ  บัวไพจิตร อายุ 61 ปี ชาวจ.อุดร ธานี ที่เป็นลูกจ้าง ใช้ค้อนทุบหัวนางประเสริฐ  พันสง่า อายุ 83 ปี และนายสำเริง แก้วปาน อายุ 61 ปี สามีภรรยา เจ้าของอู่ซ่อมท่อน้ำตั้งอยู่เลขที่ 212 หมู่ 15 บ้านทุ่งสาน ต.พรหมพิราม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ก่อนจะอุ้มร่างของทั้งคู่ไปยัดในอ่างอาบน้ำหลังบ้าน แล้วใช้ถ่านเป็นเชื้อฟืนราดน้ำมันจุดไฟเผาจนไหม้ ด้วยสาเหตุทวงเงินค่าจ้างและเกิดมีปากเสียงกัน และจนท.ตร.สภ.พรหมพิราม สามารถติดตามจับกุมนายประเสริฐ ได้ ขณะไปหลบหนีบนต้นไม้กลางทุ่งนาไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุมากนัก

วันนี้ที่สภ.พรหมพิราม พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวนายประเสริฐ  บัวไพจิตร อายุ 61 ปี ผู้ต้องหาคดีฆาตรกรรมสองตายายมาสอบสวนเพิ่มเติม  และมีแผนที่จะคุมตัวในประเสริฐ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่อู่ซ่อมท่อจุดเกิดเหตุ ก่อนที่จะพาไปส่งฟ้องศาลจังหวัดพิษณุโลก ในข้อหา  ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและอำพรางซ้อนเร้นศพ

เวลาประมาณ 10.00 น. ที่อู่ซ่อมท่อน้ำ บ้านทุ่งสาน ต.พรหมพิราม บรรดาญาติของผู้เสียชีวิตและชาวบ้านทุ่งสานประมาณ 100 คน ได้มารอ ณ จุดเกิดเหตุ เพื่อรอจนท.ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยลูกของนางประเสริฐ  พันสง่า ได้เตรียมภาพถ่ายของผู้เสียชีวิตติดมาด้วย ขณะนี้ร่างของผู้เสียชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลพรหมพิราม  ญาติจะนำมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดใหม่พรหมพิราม

กระทั่งเวลาประมาณ 10.30 น. จนท.ตร.สภ.พรหมพิราม ได้คุมตัวนายประเสริฐ  บัวไพจิต ผู้ต้องมา มายังอู่ซ่อมท่อสูบน้ำจุดเกิดเหตุ โดยมาไปชี้จุดที่นายประเสริฐ นั่งวงดื่มกับนายสำเริง  แก้วปาน อายุ 61 ปี เจ้าของอู่ผู้เสียชีวิต เป็นจุดที่เริ่มมีปัญหากัน  นายประเสริฐได้ขอเบิกเงินค่าจ้าง 2,500 บาท แต่นายสำเริงไม่ให้ เพราะเพิ่งมาทำงานได้ไม่นาน และมีปากเสียงกัน นายประเสริฐ จึงหยิบค้อนที่อยู่บริเวณนั้น มาทุบที่ศรีษะนายสำเริงจนล้มแน่นิ่งลง จากนั้น ได้ใช้ค้อนไปทุบที่ศรีษะนางประเสริฐ  พันสง่าอีกคน กระทั่งทั้งคู่เสียชีวิตแล้ว จึงอุ้มร่างนายสำเริงไปใส่ไว้ในอ่างอาบน้ำหลังบ้าน แล้วนำศพนางประเสริฐไปวางทับซ้อนกัน และนำน้ำในโอ่งมาล้างคราบเลือดที่พื้น  เมื่อถึงเวลาเช้าตรู่ของวันที่ 18 พฤษภาคม 2562 จึงออกไปหาถ่านมาทำเป็นฟืนแล้วใช้น้ำมันราดจุดไฟเผา กระทั่งมีชาวบ้านละแวกใกล้เคียงได้กลิ่นเหม็นไหม้มากันมาดู จึงเกิดความกลัวได้หลบหนีไปกลางทุ่งนาที่อยู่ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กม. แล้วปีนขึ้นไปหลบซ่อนตัวอยู่บนต้นคางที่สูงจากพื้นกว่า 3 เมตร แต่ก็ไม่รอดสายตาของตำรวจก่อนถูกจับกุมได้ในที่สุด

ระหว่างที่จนท.ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ญาติ ๆ ของผู้เสียชีวิตและชาวบ้านทุ่งสาน ได้มามุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก มีชาวบ้านที่ทนพฤติกรรมเหี้ยมโหดไม่ได้พยายามจะเข้ามาทำร้ายผู้ต้องหา จนท.ตำรวจได้ควบคุมตัวขึ้นรถนำส่งฟ้องศาลจังหวัดพิษณุโลกต่อไป 

นางอินทวี พันสง่า  อายุ 53 ปี บุตรสาวของนางประเสริฐ  พันสง่า ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ญาติ ๆ ยังทำใจกันไม่ได้ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  หลายคนอยากจะรุมประชาทัณฑ์ ตนต้องให้ไปสงบจิตใจรอรับศพที่วัดก่อน นางประเสริฐและนายสำเริง ได้อยู่กินด้วยกันมากว่า 30 ปีแล้ว ช่วยกันทำอู่ซ่อมท่อสูบน้ำ และซ่อมเครื่องมือการเกษตร ที่ผ่านมาก็มีคนมาช่วยกันหลายคน ส่วนลูก ๆ ก็ต่างแยกย้ายอาศัยกันคนละแหล่ง แต่ก็จะขี่รถมาแวะทักทายนางประเสริฐเป็นประจำ 

 

คืนวันเกิดเหตุ มีชาวบ้านที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ประมาณช่วงเวลา03.00-04.00 น.  ได้ยินเสียงเหมือนคนทะเลาะกัน และเสียงตุ๊บตั๊บ ๆ พร้อมกับเสียงร้องโอย จากนั้นก็เงียบไป จากนั้นรุ่งเช้าก็ไม่เห็นสองสามีภรรยา จึงขี่รถไปบอกตนที่บ้าน บอกว่าได้ยินเหมือนคนทะเลาะกัน 

 

จากนั้นตนก็บอกกำนัน ที่อยู่บ้านใกล้ ๆ ตน กำนันกับอบต. ก็มาก่อน มาที่จุดเกิดเหตุก็มาพบนายประเสริฐคนเดียว ก็เรียกมาคุย และขอให้นำบัตรประชาชนมาดู นายประเสริฐ ผู้ต้องหา ก็หยิบบัตรประชารัฐของนางประเสริฐออกมาให้ดู ระหว่างนั้นอบต.ที่ไปด้วยอีกคนก็เดินอ้อมไป ไปพบลักษณะน้ำลาดรอยเลือด ที่มีการลากไป และเดินเข้าไปในห้องน้ำ ก็พบในอ่างน้ำ มีควันไฟลุกอยู่ในอ่างน้ำ  ระหว่างนั้น นายประเสริฐ ผู้ต้องหา ก็ได้หลบหนีไป กระทั่งถูกจับได้

อาชญากรรม