ตำรวจ สภ.หนองบุญมากยันไม่ได้ยึดใบขับขี่นักกีฬาเรือพาย

15 พ.ค. 2562 22:59 น.
นครราชสีมา - ตร.สภ.หนองบุญมาก ยันแค่เขียนใบสั่งไม่ได้ยึดใบขับขี่นักกีฬาเรือพาย ระบุทำตามกฎหมายไม่มีเจตนากลั่นแกล้ง

นครราชสีมา จากกรณีมีข่าวออก เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2562 ว่าตำรวจ สภ.หนองบุญมาก อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ได้ออกใบสั่งให้กับทีมนักกีฬาแข่งเรือพายจากเมืองนนท์ขนเรือจะไปแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติที่  จ.บุรีรัมย์ ฐานใช้รถลากจูงโดยไม่ได้รับอนุญาต สั่งปรับเงิน 200 บาท แม้นักกีฬาจะยื่นใบส่งตัวนักกีฬาของรองผู้ว่าเมืองนนทบุรีให้ดู แต่กลับถูกต่อว่าพร้อมเพิ่มค่าปรับเป็น 500 บาท ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุด วันนี้ (15 พฤษภาคม 2562) พ.ต.อ.ชนัตถ์ กวีขาวฉลาด ผกก.สภ.หนองบุญมาก  เปิดเผยว่า หลังจากมีการเสนอข่าวออกมานั้น ตนได้ประชุมชี้แจงแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการใช้ดุลพินิจ รวมถึงกิริยามารยาทต่างๆ ให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น ส่วนตัวเลขในใบสั่งที่บอก 200 บาท เพิ่มเป็น 500 บาทนั้น เป็นเพียงตัวเลขในใบสั่ง ไม่ใช่ค่าปรับ เมื่อผู้ถูกจับไปพบพนักงานสอบสวน อาจจะปรับน้อยกว่า 200 บาท หรือปรับแก้เป็นตักเตือนได้  ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้งแต่อย่างใด

เบื้องต้นได้ประสานปรับความเข้าใจกับทีมแข่งขันเรือพายแล้วเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น เมื่อนำใบสั่งมาพบพนักงานสอบสวน อาจจะว่ากล่าวตักเตือนให้ และก็ต้องขอโทษผู้ถูกออกใบสั่งและทีมงานเรือพาย ที่ทำให้เกิดความน้อยใจ ในส่วนของตำรวจเอง ก็จะได้ปรับปรุงแก้ไข ในเรื่องนี้ให้มากขึ้น

 

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น  สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 06.50 น.วันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา  ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ  สภ.หนองบุญมากได้ทำการตั้งจุดตรวจยาเสพติดและป้องกันเหตุอาชญากรรม ถนน 24 สายโชคชัย-เดชอุดม โดยการอนุมัติของผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา โดยมี ร.ต.อ.วินิจ รัตนสุข รอง สวป.ทำหน้าที่จราจรเป็นหัวหน้าชุด และมี พ.ต.ท.เดชา เดชไทย สวป.เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ ได้มีนายณัฐพล ทองแรง อายุ 19 ปี ขับรถมาสด้า สีดำลากจูงเรือพาย นั่งมา 2 คน แต่งกายชุดธรรมดา มาจากทาง อ.โชคชัย มุ่งหน้าไปทาง อ.หนองกี่

เมื่อมาถึงจุดตรวจ เจ้าหน้าที่ตำวจ พบว่า เป็นการลากจูงผิดกฎหมาย จึงแจ้งให้ไปชำระค่าปรับ แต่นายณัฐพลฯได้กลับไปที่รถ และได้นำ เอกสาร เป็น แบบฟอร์ม นส.ขออำนวยความสะดวกการแข่งขันเรือพาย ที่ยังไม่ได้เติมข้อความรายละเอียดใน นส. จึงเกิดความสงสัยว่า นส.ดังกล่าวเป็นเอกสารที่แท้จริงหรือไม่ จึงออกใบสั่งแทน โดยไม่ได้เรียกเก็บใบขับขี่ และได้บอก แก่นายณัฐพลฯ ว่าขากลับให้เอาใบสั่งมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมตรวจเอกสาร ไม่มีเจตนาเรียกรับผลประโยชน์แต่อย่างใด ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ.

 

 

คุณภาพชีวิต