พระราชทานอภัยโทษผู้ต้องราชทัณฑ์เรือนจำกลางโคราช

15 พ.ค. 2562 21:37 น.
นครราชสีมา - เรือนจำกลางนครราชสีมา จัดพิธีปล่อยตัวผู้ต้องราชทัณฑ์ 168 คนเนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  ท่ามกลางบรรดาญาติที่มารอรับต่างปลื้มปิติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

นครราชสีมา-วันนี้ (15 พฤษภาคม 2562) ที่เรือนจำกลางนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา นายราชัญ กวีกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครราชสีมา  เป็นประธานในพิธีปล่อยตัวผู้ต้องราชทัณฑ์ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี         ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10  โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและตัวแทน เข้าร่วมในพิธี ซึ่งมีนายบำรุง  จันทร์บ้านคลอง   ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครราชสีมา และเจ้าพนักงานราชทัณฑ์ ให้การต้อนรับสืบ

เนื่องด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริเห็นว่า ในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก นับเป็นอภิลักขิตกาลสำคัญ สมควรพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดี อันจะเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไปจึงมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2562 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 175 และมาตรา 179 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 261 ทวิ วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2517

 

นายราชัญ กวีกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า สำหรับการปล่อยตัวผู้ต้องราชทัณฑ์ในเรือนจำกลางนครราชสีมาครั้งนี้ เป็นการปล่อยตัวผู้ต้องโทษจำคุกคดีความผิดทั่วไป ตามที่พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ปี 2562 มีกำหนดโทษเหลืออยู่ไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่พระราชทานกฤษฎีกาตามพระราชทานอภัยโทษ ปี 2562 ใช้บังคับ โดยมีผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว รวมทั้งสิ้น 168 คน ซึ่งกรมราชทัณฑ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง        ได้ร่วมจัดทำโครงการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัวให้กับผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ทั้งให้การศึกษา อบรม พัฒนาจิตใจ และการฝึกทักษะอาชีพ การแนะแนวทางการประกอบอาชีพ เป็นต้น เพื่อให้ดำรงชีวิตภายหลังพ้นโทษได้อย่างปกติสุข จึงขอให้ผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ได้พึงรำลึกไว้เสมอว่า พระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ในครั้งนี้เสมือนให้โอกาสได้เริ่มต้นชีวิตใหม่  จึงขอให้มุ่งมั่นตั้งใจประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในความดีงาม มีความจงรักภักดีต่อสถาบันสำคัญของชาติ ตั้งปณิธานเป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติต่อไป

ด้านญาติผู้ต้องราชทัณฑ์ที่เดินทางมาจากต่างอำเภอและต่างจังหวัดกันตั้งแต่เช้าเพื่อรอรับผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ต่างรู้สึกดีใจอย่างสุดซึ้งและปลื้มปิติอย่างมากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทานอภัยโทษให้โอกาสผู้ต้องราชทัณฑ์ได้กลับสู่อ้อมอกของครอบครัว

 

คุณภาพชีวิต