"เมล่อน"รสชาติอร่อยที่หนองคาย

15 พ.ค. 2562 10:13 น.
หนองคาย - เกษตรกรที่ตำบลหนองปลาปาก อ.ศรีเชียงใหม่ ปลูกเมล่อนหลากหลายสายพันธุ์ ที่ให้รสชาติอร่อย และขายหน้าฟาร์มในราคาถูกเพื่อให้คนหนองคาย คนไทยและคนลาว ได้มีโอกาสได้รับประทานเมล่อนที่อร่อยและได้มาตรฐาน

                        นายนาวิน ลิ้มมณีประเสริฐ 47 ปี 118 ม.9 ต.หนองปลาปาก อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย เจ้าของแสงพสิน เมล่อนฟาร์ม ที่เป็นฟาร์มปลูกเมล่อนใหญ่ที่สุดในจังหวัดหนองคาย กล่าวถึงความเป็นมาในการปลูกเมล่อน ว่า เดิมนั้นตนปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทั้งสับปะรด และยางพารา ปรากฏว่าราคาตกต่ำทำให้ประสบกับการขาดทุน จึงได้หันมาปลูกเมล่อน เพื่อหารายได้เพิ่มให้กับครอบครัว ในระยะแรกสำหรับคนที่เป็นมือใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ค่อนข้างที่จะยากในการปลูกเมล่อนในโรงเรือน จึงใช้เวลา 1 ปีในการศึกษาจนเจ้าในธรรมชาติของเมล่อน ได้ปลูกเมล่อน พัฒนาเมล่อน จนประสบความสำเร็จในรอบที่ 5 ของการปลูกเมล่อน รู้แมลงที่เป็นศัตรูสำคัญของเมล่อนรวมไปถึงการป้องกัน รู้ดินที่เหมาะสมในการปลูกเมล่อน ซึ่งระยะเวลาในการปลูกต่อ 1 รอบ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของเมล่อนที่ปลูกที่มีระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวแตกต่างกัน คือเริ่มปลูกจนถึงติดผลใช้เวลาประมาณ 40 วันและตั้งแต่ติดผลจนถึงเก็บเกี่ยวอยู่ที่ 38 -50 วัน

                        นายนาวิน ที่ฟาร์มของตนมีโรงเรือนในการปลูกเมล่อนจำนวน 5 โรงเรือน ปลูกเมล่อนมาแล้วกว่า 3 ปี รวม 23 รอบ มีสายพันธุ์เมล่อนที่ปลูก 7 สายพันธุ์ แต่ละโรงเรือนจะปลูกเมล่อน 175 – 198 ต้นอยู่ที่ช่วงฤดูกาล แต่ละรอบจะใช้เวลาในการปลูกประมาณ 1 เดือนครึ่ง หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วจะพักดินประมาณ 1 เดือนก่อนปลูกรอบใหม่ ซึ่งตนจะมีการบริหารจัดการการปลูกให้สามารถเก็บผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง เมล่อนที่ปลูกสามารถให้ผลผลิตที่ได้มาตรฐานคือมีน้ำหนักตั้งแต่ 1.5 – 2.2 กก. ประมาณร้อยละ 70 ส่วนผลผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานก็จะนำมาทำน้ำเมล่อนปั่น และพานาคอตต้าเนื้อเมล่อน

                        ในส่วนของตลาดนั้นจะขายที่หน้าฟาร์ม สายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมจากคนไทยคือสายพันธุ์ไข่ทองคำ และสายพันธุ์จันทร์ฉาย ที่มีลักษณะผิวสีทองสวย เนื้อสีส้มรสชาติหวานอร่อยและมีกลิ่นหอม อายุในการเก็บเกี่ยวหลังติดผลเพียง 38 วันถือว่าเร็ว ส่วนชาวลาวจะนิยมพันธุ์ตาข่ายที่ให้รสชาติหวานพอดี ทั้งเนื้อนุ่มเนื้อกรอบและมีกลิ่นหอม ซึ่งพันธุ์ตาข่ายต้องใช้เวลาในการเก็บเกี่ยวถึง 50 วัน สำหรับราคาขายเมล่อนนั้น ตนตั้งตามราคาของเมล็ดพันธุ์ ถ้าใช้เมล็ดพันธุ์ที่มาจากญี่ปุ่นที่มีราคาสูงก็จะขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 100 – 120 บาท แต่ถ้าเป็นเมล็ดพันธุ์ในประเทศอย่างสายพันธุ์ไข่ทองคำและสายพันธุ์จันทร์ฉายที่คนไทยนิยมรับประทาน ก็จะขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท ซึ่งตนอยากให้คนหนองคาย คนไทย และชาวลาวได้รับประทานเมล่อนในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป

                        เจ้าของแสงพสิน เมล่อนฟาร์ม ได้ฝากถึงเกษตรกรที่อยากจะปลูกเมล่อนว่าต้องศึกษาเกี่ยวกับการปลูกเมล่อนให้เข้าใจ และต้องมีการใส่ใจดูแลเมล่อนที่ปลูกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงที่ปลูกใหม่ ๆ จนถึงติดผล ถือเป็นช่วงที่แมลงจะมาทำลายเนื่องจากเป็นช่วงที่ต้นเมล่อนมีกลิ่นที่ใบเป็นที่ดึงดูดแมลงได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการใช้ยาต้องใช้ในระยะเวลาที่เหมาะสม ซึ่งการใช้ยาจะใช้ในการรักษาต้นเท่านั้น เมื่อติดผลแล้วจะเลิกใช้ เพื่อไม่ให้เป็นผลกระทบมาถึงผลเมล่อนในช่วงที่เราเก็บเกี่ยว.

 

ทำมาหากิน