เปิดงานวันสืบสานประเพณีบุญบั้งไฟปลอดเหล้า

11 พ.ค. 2562 22:25 น.
ศรีสะเกษ-ชาวตำบลเสียว จังหวัดศรีสะเกษเปิดงานวันสืบสานวัฒนธรรมงานบุญประเพณีบั้งไฟ ปลอดเหล้าปลอดการพนัน วัฒนธรรมสร้างสุขตำบลเสียว บั้งไฟโบราณที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน

วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 เวลา 16.00 น. ที่ บ้านหนองผือ ตำบลเสียว อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จังหวัดศรีสะเกษ  นายสมพงษ์ บุรมย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเสียว พร้อมด้วยชาวตำบลเสียว และ ดร.ชญานิน กฤติยะโชติ นักวิชาการศูนย์พัฒนานโยบายสาธารณะจังหวัดศรีสะเกษ จัดงานบุญประเพณีบั้งไฟโบราณปลอดเหล้าปลอดการพนันวัฒนธรรมสร้างสุข ตำบลเสียวประจำปี 2562 โดยส่วนปกครองอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ สภาวัฒนธรรมอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ องค์การบริหารส่วนตำบลเสียว คณะกรรมการชุมชนและพี่น้องประชาชนชาวตำบลเสียว ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และศูนย์พัฒนานโยบายสาธารณะจังหวัดศรีสะเกษ จัดขึ้นเพื่อสืบสานวัฒนธรรมงานบุญประเพณีบั้งไฟ ปลอดเหล้าปลอดการพนัน วัฒนธรรมสร้างสุข โดยในวันนี้ นายนพ พงศ์ผลาดิศัย ปลัดจังหวัดศรีสะเกษ ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงานอีกด้วย

 

 

 

นายนพ พงศ์ผลาดิศัย ปลัดจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า งานประเพณีบุญบั้งไฟโบราณปลอดเหล้าตำบลเสียว เป็นงานประเพณีท้องถิ่นของชาวตำบลเสียวที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและความเชื่อทางสังคมของชาวตำบลเสียวมาช้านาน โดยเชื่อว่าเมื่อเข้าสู่ฤดูกาลปักดำทำนาจะต้องจุดบั้งไฟขึ้นไปบูชาพญาแถนบนฟากฟ้า เพื่อขอให้พญาแถน ได้ดลบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล เพื่อหล่อเลี้ยงเกษตรกรในการประกอบอาชีพต่อไป พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์คือขบวนแห่และการจุดบั้งไฟ ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเป็นความหวังและกำลังใจของผู้คนตำบลเสียวดังเช่นชาวอีสานทั่วๆไป โดยปีนี้จัดขึ้นมาเป็นปีที่ 6 แล้ว ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษได้จัดพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) ว่าด้วยการขับเคลื่อนงานบุญบั้งไฟปลอดเหล้าปลอดการพนัน เมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมานั้น พบว่าทั้ง 22 อำเภอ ให้ความร่วมมือในการจัดให้งานบุญบั้งไฟเป็นงานบุญประเพณีที่เสริมสร้างวัฒนธรรมสร้างสุข ตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ให้ทุกพื้นที่ปลอดภัย ปลอดเหล้าและปลอดการพนัน และในพื้นที่อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ ได้ปฏิบัติตามนโยบายของจังหวัดอย่างเคร่งครัดด้วยการจัดงานบุญบั้งไฟให้ปลอดเหล้าและปลอดการพนันอย่างแท้จริง

 

 

 

นายสมพงษ์ บุรมย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเสียว กล่าวว่า การจุดบั้งไฟโบราณของชาวตำบลเสียวมีความแปลกไม่เหมือนบุญบั้งไฟทั่วไปนั่นคือ บั้งไฟโบราณจะมีลูกรอบตัว ประดับตกแต่งด้วยลายที่สวยงาม หรือเรียกว่า “เอ้บั้งไฟ” การจุดชนวนบั้งไฟก็จะมีการจุดที่ส่วนหัวของบั้งไฟชาวบ้านเรียกกันสั้นๆ ว่า “บั้งไฟจุดหัว” บั้งไฟโบราณมีขนาดไม่ใหญ่มาก เทียบได้ใกล้เคียงกับบั้งไฟหมื่นทั่วไป ซึ่งลักษณะการขึ้นฟ้าของบั้งไฟโบราณนั้นทำให้คาดเดาทิศทางได้ยากมาก ดังนั้น บั้งไฟโบราณจึงสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ชมเป็นอย่างมากและเป็นตัวชี้วัดถึงระดับฝีมือของผู้ทำบั้งไฟโบราณอีกด้วย ความโดดเด่นด้านอัตลักษณ์ของบุญบั้งไฟโบราณตำบลเสียว เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก ด้วยการเห็นรากเหง้าทางวัฒนธรรมตั้งแต่การเริ่มทำบั้งไฟ จะมีการร่วมแรงร่วมใจ จัดหาไม้มาทำถ่านบั้งไฟ การผลิตดินประสิว ซึ่งมีส่วนผสมที่เป็นวิทยาศาสตร์ เป็นความสามารถเฉพาะเจ้าฉบับ จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการบรรจุดินประสิวลงไปในกระบอกไม้ไผ่ ด้วยการตำด้วยมือจนแน่น และกรอกดินประสิวกระบอกแล้วกระบอกเล่า กว่าจะเต็มแต่ละบั้ง ซึ่งต้องอาศัยความอดทน อดกลั้น ก่อเกิดความสามัคคี ร่วมแรงแข็งขัน อีกกลุ่มหนึ่งจะเตรียมขบวนแห่ ด้วยการเชิญชวนนักฟ้อนนักรำในหมู่บ้านร่วมขบวนฝึกซ้อมจนเกิดความพร้อมเพรียง จังหวะที่สำคัญ คนฟ้อน ก็จะฟ้อนเป็นไปตามจังหวะของกาพย์เซิ้ง เป็นกลอนสดๆ จากภูมิปัญญาชาวบ้าน ไม่ว่าการอัดบั้งไฟ การซ้อมเซิ้งบั้งไฟ การแห่บั้งไฟ ล้วนแต่เป็นกระบวนการที่มีความสืบสานอดทนต่อความยากลำบาก แต่แฝงไว้ด้วยวัฒนธรรมที่ดีงาม เป็นรากเหง้าของความสามัคคี ความพร้อมเพรียงอย่างแท้จริง ซึ่งหาดูไม่มีอีกแล้วในปัจจุบัน

 

 

 

ศิลปะวัฒนธรรม