บ.ขนส่งเพิ่มศักยภาพสั่งรถหัวลากรุ่นใหม่ 9 คันรวด

9 พ.ค. 2562 21:00 น.
นครพนม - บ.ขนส่งสินค้ารายใหญ่สุดนครพนม เพิ่มศักยภาพ สั่งรถหัวลากรุ่นใหม่ 9 คันรวด

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณลานจอดรถบรรทุกบนเนื้อที่กว่า 23 ไร่ ของบริษัทเจแอนด์เค (J&K) โลจิสติกส์(2014)จำกัด ริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 22 (นครพนม-สกลนคร) ปากทางเข้าบ้านดอนม่วง ใกล้กับสนามบินจังหวัดนครพนม ต.บ้านผึ้ง อ.เมือง จ.นครพนม นายเกรียงเดช ปุ้มกระโทก กรรมการผู้จัดการ รับมอบรถบรรทุกหัวลาก จาก บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถเพื่อการพาณิชย์ขนาดใหญ่ยี่ห้อ 'สแกนเนีย' และบริษัท ธนนนท์ ทรัค จำกัด ในฐานะ Private Dealer ตัวแทนจำหน่ายอิสระรายแรกของสแกนเนีย ผู้ให้บริการดูแลและจำหน่ายสินค้า ภายใต้แบรนด์สแกนเนีย รับผิดชอบในพื้นที่ในเขตนครพนม มุกดาหาร และบึงกาฬ

 

             โดยส่งมอบรถบรรทุกหัวลาก จำนวน 9 คัน ซึ่งเป็นรถหัวลากรุ่น P360 ใหม่ล่าสุด ถือว่าเป็นบิ๊กล็อตแรกของการส่งมอบรถรุ่นใหม่ล่าสุดในประเทศไทย เพราะที่ผ่านมามีการส่งมอบครั้งละ 1-2 คัน เท่านั้น ในโอกาสเดียวกันนี้ บริษัท พนัส แอสเซมลีย์ จำกัด ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตยานยนต์เพื่อการขนส่งและโลจิสติกส์เมืองไทย ภายใต้โลโก้สินค้า PANUS ได้ส่งมอบรถบรรทุกกึ่งพ่วง PANUS อีก 19 คัน (หาง) ให้กับ J&K อีกด้วย     

             นายเกรียงเดชฯเปิดเผยว่า จังหวัดนครพนมเป็นประตูเชื่อมโยงสู่อาเซี่ยน(ไทย-ลาว-เวียดนาม-จีน) มีสินค้าผ่านแดนสำคัญคือผลไม้ ที่มีปลายทางอยู่ที่ประเทศจีน ซึ่งนครพนมเป็นปลายทางสำคัญ ในการรับส่งสินค้า โดยเฉพาะผลไม้ที่ชาวจีนนิยมทาน อันดับหนึ่งคือทุเรียน 2.มังคุด 3.ลำไย และ 4.ขนุน ฯลฯ  ตลาดผลไม้ใหญ่อยู่จีนตอนล่าง เพื่อนำไปจำหน่ายแก่ผู้คนในสามมณฑล

          “การขนส่งผลไม้สดข้ามแดนไปยังประเทศจีน จึงต้องใช้รถหัวลากและเทลเลอร์ที่บรรทุกสินค้าซึ่งส่วนใหญ่ออกแบบให้เป็นตู้เย็น การขนส่งจากไทยไปจีนใช้เวลาประมาณ 4 วัน อุณหภูมิในตู้เย็นจะต้องรักษาผลไม้ให้สดจนถึงมือผู้บริโภค ด้วยเหตุนี้ทั้งรถ ตู้สินค้า และคนขับ จึงมีความสำคัญและสัมพันธ์กันเป็นอย่างมาก คนขับรถนอกจากขับรถแล้ว ยังต้องมีความรู้เบื้องต้นในการดูแลระบบทำความเย็นของตู้ด้วย” นายเกรียงเดชฯกล่าว พร้อมกับพาแขกที่มาร่วมงงานไปสัมผัสอุณหภูมิความเย็นในตู้เทลเลอร์ที่ลบ 20 องศา เวลาเข้าไปต้องหมั่นซอยเท้า เพื่อไม่ให้รองเท้าถูกพื้นล่างดูด

  

   ปัจจุบันบริษัทฯ มีรถบรรทุกไว้บริการ 49 คัน มีรถร่วมอีกกว่า 70 คัน รวมทั้งยังมีรถเวียดนามอีก 45 คัน การขนส่งสินค้าจะวิ่งข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) ไปยังเขตแขวงคำม่วน สปป.ลาว โดยมีจุดนัดพบตรงนั้นก็จะมีรถบรรทุกจากประเทศเวียดนามและจีน มาจอดรอรับตู้สินค้า หรือจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า เพื่อนำไปส่งยังจุดหมายปลายทาง โดยจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้าของบริษัทฯ จะมีอยู่ 2 แห่ง คือแขวงบ่อแก้ว  (ลาวเหนือ)  และแขวงคำม่วน(ลาวกลาง) สปป.ลาว โดยปลายทางคือประเทศจีน ใช้ถนนคมนาคมสองสาย คือ R12 และ R3A ดังนั้นการสั่งรถหัวลากเพิ่มอีก 9 คัน นายเกรียงเดชฯกล่าวว่า เพราะต้องการขนส่งสินค้าไปถึงมือผู้รับได้อย่างรวดเร็วขึ้น ซึ่งบริษัท J&K ถือว่าเป็นบริษัทที่ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศรายใหญ่ที่สุดในภาคอีสานตอนบน

เศรษฐกิจภูมิภาค