ชาวบ้านเขว้าแห่ร่วมอาลัยแน่นวัดทำพิธีเผาร่างจระเข้แสนรู้หลวงปู่คำเกจิดังแล้ว!

29 เม.ย. 2562 18:35 น.
ชัยภูมิ - หลังเกิดเหตุสุดเศร้าทั้งอำเภอ เกิดเพลิงไหม้ศาลาเก็บร่างจระเข้แสนรู้ ของหลวงปู่คำเกจิดังจังหวัดชัยภูมิ ที่ชาวบ้านนับถือมานานแต่โบราณ เพื่อช่วยกันทำพิธีตามศาสนาและความเชื่อของคนในชุมชนมายาวนานได้ทำพิธีเผาร่างจระเข้ของหลวงปู่ได้หมดทุกข์หมดโศกได้กลับไปเกิดใหม่ในภพภูมิที่ดีขึ้นต่อไป!

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 28 เม.ย.2562 ขณะที่จ.ชัยภูมิ เมื่อช่วงวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้ ศาลาศาลเก็บร่างจระเข้แสนรู้ของหลวงปู่คำ เกจิดังมาแต่โบราณของจ.ชัยภูมิ ที่ชาวบ้านร่วมกันศร้างขึ้นตั้งอยู่บริเวณ สระน้ำหนองแวง หลังวัดดอนไผ่ หมู่ 2 ต.โนนแดง อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ

ซึ่งเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็วจนไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ทัน เพลิงจึงได้เผาศาลาศาลเก็บร่างจระเข้หลวงปู่คำวอดเสียหายไปหมดทั้งหลัง พร้อมร่างจระเข้ของปู่ถูกไฟไหม้เกรียมไปด้วยทั้งหมด ส่วนไม่กี่ส่วน

และทางชาวบ้านและคณะกรรมการวัดดอนไผ่ ได้มีการนำร่างจระเข้แสนรู้ของหลวงปู่ที่เหลือมา ใส่บรรจุในโลงเพื่อตั้งสวดอธิธรรมไว้ที่วัดมาต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน ก่อนที่ช่วงบ่ายวันนี้ได้เชิญ  นายวรศิษย์  พุฒจีบ นายอำเภอบ้านเขว้า เป็นประธานฝ่ายฆารวาส พร้อมด้วย พระครูจันทวราพร (หลวงปู่ยา) เจ้าคณะตำบลเขต 2 เจ้าอาวาสวัดดอนไผ่ และ พระครูประจักปัญญาคุณ รองเจ้าคณะอำเภอบ้านเขว้า เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน บ้านห้วย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ร่วมกับชาวอำเภอบ้านเขว้ากว่า 1,500 คน มาร่วมงานจัดทำพิธีเผาร่างของจระเข้แสนรู้ หรือเจ้าค้ำคูณ ของหลวงปู่คำ ที่ลานวัดดอนไผ่ เพื่อที่จะอุทิศส่วนกุศลจัดสวดส่งวิญญาณ ให้พ้นทุกข์กลับไปเกิดใหม่ในภพภูมิที่ดีขึ้นต่อไปในครั้งนี้ด้วย และยังมีการจัดกิจกรรมเป่าแคน และรำถวายต่อหน้าโลงบรรจุร่างของจระเข้แสนรู้ ของหลวงปู่ก่อนที่จะทำพิธีเผาในวันนี้ ที่ชาวบ้านจำนวนมากนับพันคนแห่เดินทางมาร่วมงานจนแน่นวัดด้วยความอาลัยกันเป็นจำนวนมากเป็นครั้งสุดท้าย ปิดตำนานจระเข้แสนรู้เกจิดังเมืองชัยภูมิ

ที่ยังคงมีตำนานเรื่องเล่าให้คนรู้หลังได้เล่าขานกันต่อไปอีกยาวนานมาแต่โบราณจำนวนมาก ซึ่ง"จระเข้หลวงปู่คำ" ตัวนี้ชาวบ้านจะเรียกชื่อเจ้าค้ำคูณ ซึ่งนับถือมากว่า 70 ปี มาจนปัจจุบัน หลังจากหลวงปู่คำ เกจิชื่อดังแห่ง อ.บ้านเขว้า เจ้าอาวาสวัดดอนไผ่ มรณภาพไปเมื่อหลายสิบปีก่อน มาตั้งแต่ช่วงปี 2412 – 2495 ที่ครั้งนั้นหลวงปู่คำยังมีชีวิตอยู่ ท่านได้ธุดงค์มาที่นี่ ชาวบ้านจึงขอให้ท่านมาจำวัดที่วัดบ้านดอนไผ่ ต.โนนแดง ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นวัดที่ไม่มีพระมาจำพรรษา จึงเชิญหลวงปู่คำให้มาจำพรรษาที่วัดดอนไผ่ หลังจากหลวงปู่คำได้จำวัดจนครบพรรษา ชาวบ้านก็นิมนต์ให้ท่านอยู่ประจำวัด เพราะแรงศรัทธาในวัตรปฏิบัติของท่านจนชาวบ้านทั้ง อ.บ้านเขว้า ให้การยอมรับและให้ความเคารพนับถือจนไม่อยากให้ท่านออกจากวัดดอนไผ่ไปไหนอีก

ซึ่งช่วงนั้นหลวงปู่คำก็ไปเห็นคนจะนำจระเข้ไปทำไม่ดี จึงขอซื้อจระเข้ทั้งหมดเพื่อไถ่ชีวิตมาไว้กว่า 10 ตัว และนำมาปล่อยเลี้ยงไว้ที่สระหลังวัดดอนไผ่ในเนื้อที่กว่า 40 ไร่ แต่จระเข้ที่ท่านเลี้ยงไว้หายไปในช่วงน้ำหลากทุกปี จนกระทั่งมีชาวบ้านคนหนึ่งไปพบจระเข้ในที่นาของตน จึงจับมาคืนหลวงปู่คำได้เพียง 1 ตัว หลวงปู่คำจึงจับจระเข้ตัวนี้ขึ้นมาทำพิธี "ตัดหาง" เพื่อไม่ให้จระเข้หลบหนีในช่วงเวลาน้ำหลาก และจะไม่สามารถไปทำอันตรายใดๆต่อคนที่พบเห็นได้อีกต่อไป

หลวงปู่คำ จึงได้นำหางจระเข้ไปฝังไว้ที่บันไดใต้กุฏิของท่าน พร้อมทั้งลงอาคมไว้ไม่ให้จระเข้หนีไปไหนอีก และแม้ท่านจะมรณภาพไปกว่า 70 ปีมาแล้ว แต่จระเข้ตัวนี้ก็ยังอยู่ในสระหลังวัดดังกล่าวมาต่อเนื่องเมื่อปี 2552 ทางจ.ชัยภูมิ ได้จึงเข้ามาช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวด้านการเปิดให้ชมจระเข้แสนรู้ของหลวงปู่คำที่คนที่ได้มาพบเห็นก็ต่างเชื่อว่ามีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ซึ่งจะไม่ทำร้ายคน ไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ และจะออกมาเดินภายในวัดอ้าปากนอนเล่นปกติ และตามต้นไม้ ถนนในหมู่บ้านโนนแดงไปทั่ว ชาวบ้านก็อยู่ร่วมกันกับจระเข้ตัวนี้มาได้อย่างปกติไม่เคยมีใครถูกทำร้าย และใครที่ลงไปเล่นน้ำในสระหลังวัดหรือมีคนจมน้ำจระเข้ตัวนี้ก็ยังช่วยพาขึ้นฝังรอดชีวิตมาแล้วหลายราย และจากนั้นจระเข้ตัวนี้ก็ ไม่ได้หนีไปไหนจนชาวบ้านใน อ.บ้านเขว้า ให้ความเคารพนับถือเพราะเป็นจระเข้หลวงปู้คำมาตลอดจนปัจจุบัน

และเป็นประจำทุกปีชาวบ้านที่นี่ยังเชื่อกันว่า หลวงปู่คำได้มาสิงสถิตอยู่ในตัวจระเข้ตัวนี้ ซึ่งชาวบ้านที่ อ.บ้านเขว้า จะจัดงานแห่หลวงปู่คำเป็นประจำทุกปี ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยจะนำเอาจระเข้หลวงปู่คำขึ้นนั่งรถแห่ไปรอบ ต.โนนแดง ทั้งยังมีคนต่างจังหวัดนักท่องเที่ยว แห่เดินทางมาวัดเพื่อสะเดาะเคราะห์กับจระเข้หลวงปู่คำเป็นจำนวนมากทุกปี จนล่าสุดเมื่อช่วงปี 2555 ที่ผ่านมา จระเข้ตัวนี้ได้เสียชีวิตหรือตายลงอย่างสงบตามอายุไข ซึ่งซากเองก็ไม่เนาเปื่อย ทางวัดดอนไผ่ และชาวบ้านอ.บ้านเขว้า จึงช่วยกันสร้างศาลาศาล และนำร่างจระเข้ตัวนี้มาเก็บไว้ ภายในวัดเพื่อให้คนที่ศรัทธาได้มาวัดแล้วแวะไปสักการะบูชาขอพรมาจนปัจจุบัน

ก่อนที่จะเกิดเพลิงไหม้ศาลาดังกล่าวภายในวัดเสียหายไปทั้งหมดในครั้งนี้ รวมทั้งร่างหรือซากของจระเข้หลวงปู่ค่ำก็ถูกไฟไหม้ร่างเสียหายไหม้เกรียมไปทั้งหมดในครั้งนี้ด้วย ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ยังต่างพากันเศร้าอาลัยต่อเหตุการที่เกิดขึ้นและเชื่อว่าเป็นการปิดตำนานจระเข้แสนรู้ของหลวงปู่คำ เกจิดังของชาวจ.ชัยภูมิ ครั้งนี้ไปด้วย ที่ถูกเพลิงไหม้แทบไม่เหลือซาก แต่ก็ยังเชื่อว่าครั้งนี้ทั้งหลวงปู่คำ และจระเข้แสนรู้ตัวนี้ ได้หมดทุกข์หมดโศกและได้กลับไปเกิดใหม่ในภพภูมิที่ดีขึ้นแล้ว