ชาวกูย นับพันคน รำถวายไหว้พระธาตุเมืองจันทร์

14 เม.ย. 2562 09:27 น.
ศรีสะเกษ - ชาวกูย หรือ ส่วย นับพันคนในจังหวัดศรีสะเกษ รำถวายไหว้พระธาตุเมืองจันทร์ วันสงกรานต์ คารวะ เปลี่ยนผ้าอังสะพระพุทธเจ้าพืด ( ใหญ่ ) ทำบุญรวมญาติอุทิตส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษ สืบสานประเพณีของชนเผ่ากูย

 

            วันที่ 13 เมษายน 2562 ที่ วัดเมืองจันทร์ อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระธาตุเมืองจันทร์ และประดิษฐานของพระพุทธเจ้าพืด หรือ พระพุทธเจ้าใหญ่ ของชนเผ่ากูย หรือ ส่วย ในทุกๆ ปี เนื่องในวันปีใหม่ไทย หรือวันสงกรานต์ ชนชาวกูย ไม่ว่าจะเดินทางไปทำงานยังแห่งหนตำบลใด ก็จะต้องเดิมทางมาร่วมงาน ประเพณีบุญรวมญาติ ไหว้พระธาตุเมืองจันทร์ คารวะพระพุทธเจ้าพืด หรือ พระพุทธเจ้าใหญ่ ที่สร้างเป็นสถาปัตยกรรมแบบลาว หน้าตัดกว้าง 1.59 เมตร สูง 2.95 เมตร มีความเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ในการขอพรให้ประสบผลสำเร็จในหน้าที่ การงาน ซึ่งมีอดีตผู้ว่าราชการหลายท่าน มาขอพร ตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งนายอำเภอ รองผู้ว่า ก็ประสบผลสำเร็จได้เป็นผู้ราชการจังหวัดไปแล้วหลายคน รวมทั้งพ่อค้า แม่ค้า ก็ประสบผลสำเร็จในธุรกิจหากมาขอพรพระพุทธเจ้าพืด นี้

 

           ส่วนพระธาตุเมืองจันทร์ เป็นเจดีย์ทรงปราสาท สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ศิลปะล้านช้าง กรมศิลปะได้ประกาศขึ้นทะเบียน เป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 115 ตอยพิเศษ 83 ง วันที่ 21 กันยายน 2541 จากตำนานการเล่าขาน ว่า ชนเผ่ากูย หรือ ส่วย เป็นผู้สร้างพระธาตุพร้อมๆ กัน 3 แห่ง คือ ที่หมู่บ้านปราสาท บ้านตาโกน และบ้านเมืองจันทร์ โดยกำหนดจะสร้างแห่งละ 3 ปรางค์ แต่หมู่บ้านปราสาท มีสาวสวย ผู้ชายจากบ้านตาโกน กับบ้านเมืองจันทร์ ก็เลยไปช่วยสาวบ้านปราสาทสร้าง สุดท้าย ปราสาทบ้านปราสาทสำเร็จก่อน ได้ครบ 3 ปรางค์ แต่ความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมก็

 

 

 

 

             โดยวันนี้ ชนชาวกูย นำโดย นายชัยยะนารถ ขันติวงษ์ นายกเทศมนตรีตำบลเมืองจันทร์, นายเอกอมร มะโนรัตน์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเมืองจันทร์ นายก อบต.ตาโกน กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน อำเภอเมืองจันทร์ นายก อบต.ปราสาท อำเภอห้วยทับทัน พี่น้องประชาชน ชนผ่ากูย หรือ ส่วย ได้จัดขบวนฟ้อนรำยาวเหยียด จำนวนกว่าพันคน รำเข้ามาภายในวัดเมืองจันทร์ เพื่อมานำเครื่องเซ่นไหว้ มาถวายแด่พระพุทธเจ้าพืด และ ประกอบพิธีไหว้พระธาตุเมืองจันทร์ ตามตำนานของบรรพบุรุษของชนเผ่ากูย ที่ได้สืบสานต่อเนื่องกันมากว่า 50 ปีแล้ว

 

         นายสมานมิตร มิมาชา นายอำเภอเมืองจันทร์ เดินทางมาร่วมประกอบพิธี ร่วมขบวนแห่เครื่องเซ่นไหว้ พานบายศรี และได้ร่วมกันเปลี่ยน จีวร อังสะ แด่พระพุทธเจ้าพืด หรือ พระพุทธเจ้าใหญ่ ภายในอุโบสถ ประกอบพิธีขอขมาลาโทษ ขอพร สวดมนต์ขอพร พร้อมนางรำชนกูย จำนวน 1 พันคน ได้รำรอบพระธาตุ ถวายขอพร พร้อมกับการร่วมการทำบุญรวมญาติ ตั้งโลงศพเปล่า ให้พี่น้องชนเผ่ากูยได้ร่วมทำบุญ อุทิตส่วนกุศลไปให้แด่บรรพบุรุษ ผู้ล่วงลับไปแล้ว ให้ได้มารับส่วนบุญกุศล และให้พรแก่ลูกหลานผู้ยังมีชีวิตอยู่ ให้อยู่เย็นเป็นสุข ทำมาค้าขายก็จงประสบผลสำเร็จ ทำหน้าที่ราชการก็เจริญในหน้าที่การงาน

 

 

 

 

            ชื่อ “เมืองจันทร์” สันนิษฐานว่าเป็นการเอาชื่อตำแหน่งของผู้นำชุมชนในอดีตซึ่งเป็นตำแหน่งหนึ่งใน เสนาบดีชั้นพญาที่สำคัญในระบบการปกครองแบบอาญาสี่ สมัยอาณาจักรล้านช้างมีอิทธิพลครอบคลุมพื้นที่ ภาคอีสานของไทยในอดีตมาตั้งเป็นชื่อบ้าน และมักเป็นบ้านเก่าที่ตั้งมานานก่อนที่จะมีการปฏิรูปการปกครอง ในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ บ้านเมืองจันทร์ในอดีต มีการกล่าวถึงไว้ในบันทึกการเดินทางของชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาบ้านเมืองจันทร์ เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2426 โดยได้บรรยายไว้บางตอนว่า บ้านเมืองจันทร์เป็นหมู่บ้านใหญ่ที่เรียกว่า “เมือง” ตั้งอยู่บนเนินดินมีกระท่อมอยู่ 80 หลัง มียุ้งข้าวติดอยู่ด้วย ตั้งกันอยู่อย่างแออัดภายในรัศมี 200 เมตร มีถนน เล็กๆ ตัดผ่าน ในหมู่บ้านมีวัดอยู่วัดเดียว เนินดินภายในหมู่บ้านสูงกว่าที่นาโดยรอบหลายเมตร

 

          และมีน้ำล้อมรอบบ้านเมืองจันทร์ ประชาชนเป็นชาวกูย อยู่ห่างจากสุรินทร์ 2 วัน ห่างจากสังขะ 2 วัน และห่างจาก ศรีสะเกษ 1 วัน ชาวกูยเหล่านี้ปลูกข้าว และยาสูบ พระภิกษุเป็นชาวกูย เรียนอักษรลาว เมืองจันทร์มีวัด มีพระพุทธรูปแบบชาวลาวสร้างประดิษฐานไว้ และ ปราสาทแบบขอม จึงเชื่อพระพุทธเจ้าพืด หรือ พระพุทธเจ้าใหญ่ อายุมากกว่าพันปีแล้วในขณะนี้ และเป็นที่เคารพกราบไหว้บูชาขอพรของชนชาวกูยมาโดยตลอดเช่นกัน ซึ่งทุกๆ ปี ช่วงวันสงกรานต์ ชนเผ่ากูย ก็จะเดินทางมาทำบุญรวมญาติกันเป็นประจำ

 

 

 

ศิลปะวัฒนธรรม