เชื้อไข้มาลาเรียระบาดหนัก บนเทือกเขาชายแดนไทย - กัมพูชา

6 เม.ย. 2562 07:10 น.
ศรีสะเกษ - อาสาสมัครมูลนิธิรักษ์ไทย ร่วมกับองค์กรเครือข่าย ปีนเทือกเขาพนมดงรัก บนภูติ๊กต๊อก ชายแดนไทย - กัมพูชา ให้ความรู้แก่แรงงานไทย และแรงงานข้ามชาติ ที่มากรีดยาง ติดเชื้อไข้มาลาเรีย หรือเป็นไข้ป่า นับร้อยราย

           วันที่ 5 เมษายน 2562 ที่ ภูติ๊กต๊อก เทืองเขาพนมดงรัก เหนือลำห้วยจันทร์ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ติดชายแดนไทย – กัมพูชา ท่ามกลางสวนป่ายางพารานับหมื่นไร่ ที่มีแรงงานไทย และแรงงานข้ามชาติ เข้ามารับจ้างกรีดยางพาราอยู่ในบนภูเขาแถบนี้ ห่างจากชายแดนเพียง 2 กิโลเมตร ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคไข้มาลาเรีย หรือ ไข้ป่า ที่ชาวบ้านรู้จัก และเรียกกัน โดยมียุงก้นปล่องเป็นตัวพาหะ อาศัยอยู่ตามสวนยางพารา และมีเป็นจำนวนมาก อาสาสมัครมูลนิธิรักษ์ไทย ร่วมกับองค์กรเครือข่ายโรงพยาบาลภูสิงห์ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศภูสิงห์ ตำรวจตรวจค้นเข้าเมืองจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่จาก CSO Platform – American Refugee Committee

 

           ร่วมกำจัดเชื้อมาลาเลียที่ดื้อยาในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ด้วยการสนับสนุนของกองทุนโลก ( Regional Artemisinin Initiative to Elimination RA12E ) บุกขึ้นไปบนภูเขา ภูติ๊กต๊อก เทือกเขาพนมดงรัก ไทย - กัมพูชา ให้ความรู้แก่แรงงานกรีดยาง การป้องกันเชื้อไข้มาลาเรีย พร้อมกับมอบเปลสนาม มุ้งชุบน้ำยาครอบเปล และมุ้งกางนอนในกระท่อมกลางป่าสวนยาง สอนให้ความรู้เท่าทันพาหะนำเชื้อโรคไข้มาลาเรีย รู้จักวิธีการป้องกัน พร้อมกับการสังเกตอาการของตนเอง หรือคนป่วย หากติดเชื้อจะมีการการไข้ขึ้นสูง หนาวสั่น เป็นระยะๆ ให้รีบนำผู้ป่วยไป รพ.สต.เพื่อตรวจเลือด หาเชื้อ เฝ้าสังเกตอาการ ซึ่งขณะนี้พบการแพร่ระบาดหนักในแถบชายแดนไทย – กัมพูชา มีผู้ป่วยติดเชื้อนับร้อยรายแล้ว

 

 

 

           คณะอาสาสมัครมูลนิธิรักษ์ไทย นำโดย นายธนยศ พรมด้าว ผู้อำนวยการมูลินิธิรักษ์ไทยภาคอีสาน ร่วมกับ อาสาสมัครมูลนิธิรักษ์ไทย ร่วมกับองค์กรเครือข่ายโรงพยาบาลภูสิงห์ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศภูสิงห์ ตำรวจตรวจค้นเข้าเมืองจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่จาก CSO Platform – American Refugee Committee ร่วมกำจัดเชื้อมาลาเลียที่ดื้อยาในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ด้วยการสนับสนุนของกองทุนโลก (Regional Artemisinin Initiative to Elimination RA12E ) บุกขึ้นไปบนภูเขา ภูติ๊กต๊อก เทือกเขาพนมดงรัก ไทย – กัมพูชา ได้เดินทางขึ้นไปบนภูเขา ในพื้นที่ที่ห่างจากชายแดนเพียง 2 กิโลเมตร

 

             ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ป่าสวนยางพารา และเป็นที่อยู่ของแรงงานทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ที่มีอัตราการเสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้มาลาเรีย ทั้งยุงที่เป็นพาหะที่อาศัยหลบอยู่ตามสวนยาง และอาจจะติดเชื้อมาจากแรงงานข้ามชาติเข้ามาเป็นแรงงานในสวนยางแถบนี้ แล้วยุงไปกัด ก่อนที่เชื้อจะมาแพร่ให้กับคนไทย โดยยุงตัวที่รับเชื้อ มากัดแรงงานไทยต่อ ในทุกๆ สัปดาห์อาสาสมัครของมูลนิธิรักษ์ไทย จะเดินทางให้ความรู้แก่แรงงานดังกล่าว เพื่อให้เฝ้าระวัง ป้องกัน รักษาตน ไม่ให้ยุงกัด ทั้งมีการจุดยากัดยุง แล้วผูกไว้ที่เอว ก่อนลงสวนกรีดยาง เพราะยุงก้นปล่อง จะออกมาหากินในช่วงเวลา 19.00 ถึง 21.30 น. และจะออกมาหากินอีกรอบในช่วงเวลา 04.30 ถึง 05.30 น.และเป็นเวลาที่แรงงานกำลังออกทำงานกรีดยาง

 

 

 

            อย่างไรก็ดี ขณะนี้ตรวจพบว่า มีผู้ป่วยติดเชื้อไข้มาลาเรียเพิ่มสูงมากเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทยก็คือที่จังหวัดศรีสะเกษ ในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์, ขุนหาญ, ขุขันธ์ บางส่วน และอำเภอภูสิงห์ โดยมียอดผู้ป่วยติดเชื้อ ที่บ้านห้วยจันทร์ หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 5 ตำบลห้วยจันทร์ จากเดือน มกราคม ถึง เดือนธันวาคม 2561 เป็นเชื้อชนิด PF จำนวน 22 คน เชื้อ PV จำนวน 83 คน และในเดือนมกราคม ถึง มีนาคม 2562 พบผู้ป่วยติดเชื้อไข้มาลาเรีย ในทั้ง 2 หมู่บ้านนี้ เป็นการติดเชื้อ PF จำนวน 3 คน และเชื้อ PV จำนวน 7 คน

 

           โดยส่วนใหญ่เป็นชาย ที่เป็นแรงงานที่เข้าไปกรีดยางพาราในช่วงเวลาที่ยุงก้นปล่องออกมากินพบกันพอดี พร้อมคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้นในเดือนต่อๆ ไป หากไม่เข้าไปดูแล ป้องกัน รักษา เพราะแรงงานดังกล่าวอยู่ในอัตราที่เสี่ยงสูงมาโดยตลอด ทั้งนี้รวมทั้งพระสงฆ์ เณร แม่ชี ที่เดินทางขึ้นไปปฎิบัติธรรมอยู่ที่วัดป่า ที่อยู่บนภูเขาแถบนี้ ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไข้มาลาเรียนี้ด้วย

 

 

คุณภาพชีวิต