ผบ.ทบ.จวกนักวิชาการจบนอก คิดเปลี่ยนแปลงการปกครอง

2 เม.ย. 2562 12:10 น.
"ผู้บัญชาการทหารบก" เหน็บนักวิชาการจบนอก คิดเปลี่ยนแปลงการปกครอง จวกคนรวยบางคนไม่ยอมรับคำตัดสินศาล หนีออกนอกประเทศไปเคลื่อนไหว จี้การเมืองหยุดวาทกรรมแบ่งแยกประชาชน และทำงานสู้กันในสภา

             เมื่อวันที่ 2 เม.ย.2562 ที่กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  แถลงท่าทีต่อสถานการณ์การเมือง ว่า ผู้บัญชาการทหารบกประเทศเพื่อนบ้าน มีการพูดคุยกันในกลุ่มไลน์ ซึ่งเข้าใจสถารการณ์ในไทย และพร้อมให้ความร่วมมือทุกๆ ด้าน และสิ่งที่ตนจะพูดต่อไปนี้ คิดมา 2 คืนแล้ว แต่เมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรีได้ออกสารถึงประชาชนแล้ว ตนจึงไม่อยากออกเป็นสารอีก ก็อยากจะให้ประชาชนทั้งหมด และสื่อมวลชนช่วยทำความเข้าใจด้วยว่า ตนเคยพูดกับสื่อต่างประเทศไปว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินไปในวิถีการเมือง ส่วนกองทัพก็กลับมาทำหน้าที่ของตัวเองตามปกติ ไม่มีเรื่องทางการเมือง ยึดมั่นในการทำหน้าที่รักษาสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และปฏิบัติตามพระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และระหว่างที่ตนเป็นผู้บัญชาการทหารบก ขอย้ำว่าไม่มีใครที่มีตำแหน่งแล้วไม่ทำงาน ถ้าเป็นแบบนั้นก็อยู่ไม่ได้

 

 

            เรื่องทางการเมืองที่เกิดขึ้นขณะนี้ มีความบิดเบือนอยู่หลายประการ ก็ขอให้เข้าใจว่า นานๆ ตนจะพูด และจะงดพูดจนกว่าจะเสร็จสิ้นงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทั้งนี้ ยอมรับว่ากองทัพมีจุดอ่อนในเรื่องของการใช้โซเชียลมีเดีย ซึ่งบางสื่อใช้ช่องทางนี้เข้าถึงประชาชนได้มากกว่า โดนเลือกนำเสนอเฉพาะบางช่วงบางตอน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า โซเชียลฯทรงอานุภาพยิ่งกว่าอาวุธที่กองทัพมีอยู่

 

            พลเอก อภิรัชต์ กล่าวต่อว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ การไม่ยอมรับกติกา เหมือนการแข่งขันฟุตบอล ที่ทีมแพ้แต่คนเชียร์ไม่แพ้ และขอให้หยุดวาทกรรมที่แบ่งแยกคนไทย ด้วยคำว่าฝ่ายประชาธิปไตย และฝ่ายเผด็จการ พร้อมถามกลับว่า เราต้องการให้เกิดสงครามกลางเมือง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีตอีกหรือไม่ ทำไมไม่เคารพกติกาแล้วไปสู้กันในสภา

 

           "ชีวิตผม ผ่านและเห็นการปฏิวัติ รัฐประหาร การเปลี่ยนแปลงการปกครอง และลงสัตยาบันของนักการเมืองที่ทำกันมาตั้งแต่ปี 2534 แต่ท้ายที่สุดก็ฉีกสัตยาบันทิ้ง นี่คือวาทะของการเมือง นี่คือเกมของการเมือง นี่คือกิจกรรมหนึ่งของทางการเมือง ซึ่งถูกชี้นำโดยนักการเมืองแบบเดิมๆ หรือพวกซ้ายตกขอบ"

 

           ผู้บัญชาการทหารบก ยังกล่าวถึงคนที่ไปศึกษาต่างประเทศว่า ไปร่ำเรียนอะไรที่เกี่ยวกับประชาธิปไตยมา ไปเอาตำราประเทศใดประเทศหนึ่งมาก็ตาม เอามาแล้วก็ดูด้วยว่า ควรดัดแปลงอย่างไร แต่ไม่ใช่พยายามจะเปลี่ยนเเปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อย่าไปเอาความเป็นซ้ายจัดที่เรียนมาแล้วดัดจริต ประเทศอื่นเขาไม่มีที่จะเป็นแบบนี้ เป็นสยามเมืองยิ้ม มีประชาธิปไตยแบบไทยๆ คือ ขอให้คนไทยรักกัน หันหน้าเข้าหากัน เพราะทุกคนเมื่อกรีดเลือดออกมาก็คือคนไทยด้วยกัน เป็นเลือดบรรพบุรุษที่ปกป้องแผ่นดินมา

 

           "ขอร้องนิสิตนักศึกษา ครูอาจารย์ ข้าราชการที่ไปร่ำไปเรียนต่างประเทศกันมา บางคนได้ทุนของราชการ ได้ทุนของในวังไป แต่สิ่งที่ไปร่ำไปเรียนมา ผมขอเน้นย้ำว่า ท่านจะไปเรียนระบอบประชาธิปไตยประเภทอะไรมา แต่ระบอบประชาธิปไตยในโลกนี้ ล้วนแล้วแต่มีวัฒนธรรมของระบอบประชาธิปไตยแบบตัวเอง ลองถามตัวเองว่าเมื่อไปเรียนหรือไปเที่ยวประเทศอื่น ทำไมต้องปรับตัวให้กับประเทศอื่น ซึ่งในโลกแห่งประชาธิปไตย มีประชาธิปไตยหลายรูปแบบ และคำว่า dictatorship คำว่าเผด็จการ ผมถามว่า ทำไมเรียก คสช. ว่าเป็นเผด็จการ ถ้าหากเป็นเผด็จการจริง ก็คงทำเหมือนบางประเทศ (ไม่อยากพูดชื่อ) ไปเเล้ว และบางประเทศก็เป็นเผด็จการในรูปแบบประชาธิปไตย"


           

           ผบ.ทบ. ยังกล่าวถึงคนที่เป็นเศรษฐี คนมีเงิน แม้จะถูกดำเนินคดีจนถึงติดคุก ก็ไม่หลบหนี และยอมรับในกระบวนการยุติธรรม ไม่เหมือนบางคนที่ไม่ยอมรับ หรือยอมรับไม่ได้ และไม่เคยจะยอมรับ ก็ไปเคลื่อนไหวอยู่ต่างประเทศ

การเมือง