ศาลสั่งให้ผู้เช่าตลาดสุรนครเมืองใหม่ชำระ 500ล้านบาท

27 มี.ค. 2562 18:20 น.
นครราชสีมา - มหากาพย์ 26 ปี ตลาตสุรนครเมืองใหม่ ศึกแย่งชิงผลประโยชน์เดือนละ 10 ล้านบาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ผู้เช่าชำระเงิน 500 ล้านบาท

  

 

            เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 มีนาคม  2562 ที่ร้านกาแฟละมุ่นด้านหลังโรงแรมฟอร์จูน ราชพฤกษ์โคราช นครราชสีมา นายสุนทร  สุวรรณชาติ ในฐานะทายาทนายปรีชา  สุวรรณชาติ ผู้บริหารห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) อุ้มบุญธุรกิจ แถลงข่าวกรณีพิพาทการครอบครองผลประโยชน์การบริหารจัดการตลาดกลางสุรนครเมืองใหม่ ตรงข้ามสถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมา แห่งที่ 2 เขตเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา โดยอ้างจากเอกสาร ซึ่งมีรายละเอียดคำพิพากษาของศาลจังหวัดนครราชสีมา คดีหมายเลขดำ ที่ พ.2854/2537 คดีหมายเลขแดงที่ 418/2540 ระหว่าง หจก.อุ้มบุญธุรกิจ โดยเจ้าพนักงานบังคับคดี ผู้ชำระคดีโจทก์กับบริษัท สุรนครเมืองใหม่ จำกัด จำเลย มีคำ พิพากษาเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 ให้จำเลยชำระเงินและค่าเสียหายให้โจทก์จำนวน  100 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินต้น นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่  22 พฤศจิกายน 2537) จนกว่าจะชำระเสร็จและให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ 9 แสนบาท จนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 68654, 68655, 68656, 3911 ต.ในเมืองและเลขที่ 17512 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา รวมยอดเงินที่ต้องชำระให้กับโจทก์ประมาณ 500 ล้านบาท  

 

              นายสุนทร  เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2534 จำเลยได้ทำสัญญาเช่าที่ดินจากโจทก์เพื่อประกอบธุรกิจตลาดและสร้างอาคารพาณิชย์ แต่จำเลยผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่าตามสัญญามาตั้งแต่ปี 2535 ต่อมาในปี 2537 โจทก์ได้นำคดีขึ้นร้องต่อศาลจังหวัดนครราชสีมา โดยศาลให้โอกาสทั้งโจทก์และจำเลยต่อสู้คดีตามกระบวนวิธีพิจารณาคดีที่กฎหมายบัญญัติไว้ เป็นเวลากว่า 26 ปี โจทก์ได้ต่อสู้ขอความเป็นธรรมทั้งร้องต่อศาลจังหวัดนครราชสีมาและแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน สภ.เมือง นครราชสีมา เพื่อให้ดำเนินคดีผู้บุกรุกหรือกระทำผิดกฎหมายอันเป็นการละเมิดสิทธิบางคดีศาลมีคำพิพากษาลงโทษผู้กระทำผิดและบางคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมารวมทั้งร้องขอความเป็นธรรมกับผู้มีอำนาจที่ส่วนกลาง แต่ผู้เสียหายไม่ได้รับความสะดวกจากเจ้าหน้าที่รัฐในการปฏิบัติหน้าที่ในการทวงคืนความยุติธรรมแต่อย่างใด โจทก์จึงต้องต่อสู้ตามกระบวนการอย่างโดดเดี่ยวจนกระทั่งศาลชั้นต้นมีความเมตตาให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดี ขั้นต่อไปจะดำเนินการติดหมายศาล ฯ เพื่อบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษา หากไม่ปฏิบัติตามถือเป็นการละเมิดอำนาจศาลจะต้องความผิดตามกฎหมาย  
 

  

 

         " ฝากถึงผู้ประกอบการในตลาดสุรนครเมืองใหม่ ซึ่งมีพื้นที่ 38 ไร่ 1 งาน 38 ตารางวา โดยมีแผงขายสินค้า 1,310 แผง ลานขนถ่ายสินค้า 226 แผง ตลาดโต้รุ่ง 58 แผง ตลาดปีนัง 58 แผงและอาคารพาณิชย์ 59 คูหา ให้ระมัดระวังการแอบอ้างเรียกเก็บผลประโยชน์ อ้างเป็นค่าเช่าหรือค่าต่อสัญญา พ่อค้าแม่ขายสามารถแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายได้ทันที ขอยืนยันหาก หจก.อุ้มบุญธุรกิจ ได้เข้าไปบริหารจัดการในตลาดสุรนคร จะรีโนเวทให้ทันสมัยและถูกหลักสุขาภิบาล โดยเป็นศูนย์ค้าส่งและปลีก สามารถจำหน่ายสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีชายชุดดำแต่งกายคล้ายนักรบมาเรียกเก็บค่าเช่า บรรยากาศจะเป็นตลาดของท้องถิ่นที่สำคัญไม่นโยบายปรับราคาค่าเช่าหรือค่าต่อสัญญาเพิ่มขึ้น "นายสุนทร กล่าว      

  

 

               ตลาดสุรนครเมืองใหม่ ถือเป็นตลาดกลางค้าส่งผักและผลไม้ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน เนื่องจากทำเลตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพ-หนองคาย บริเวณทางแยกราชสีมา ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการสัญจรไปภาคอีสาน จึงเป็นที่นิยมของผู้ประกอบการค้าส่งและปลีก มีรายได้จากผลประโยชน์ค่าเช่าและค่าต่อสัญญารวมทั้งกิจกรรมอื่นๆ เฉลี่ยเดือนละ 10 ล้านบาท ต่อมามีปัญหาพิพาทระหว่าง หจก.อุ้มบุญธุรกิจ ซึ่งเป็นผู้ให้เช่ากับ บริษัท สุรนครเมืองใหม่ จำกัด ผู้เช่ามาตลอด

 

               และทั้งสองฝ่ายนำชายฉกรรจ์มาบุกยึดครอบครองกิจการตลาดกันไปหลายครั้ง และมีคดีความฟ้องกันไปมาทั้งบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์ ชิงทรัพย์ ซ่องโจร รวมทั้งคดีแพ่งที่เป็นการผิดสัญญาเช่าและไม่ชำระหนี้ตามกำหนด โดยสัญญาเช่า30ปี จะสิ้นสุดในวันที่31มกราคม 2564 เหตุการณ์ระทึกครั้งล่าสุดหวิดใช้กำลังประทะกัน เกิดขึ้นตอนเช้ามืดของวันที่ 21 พ.ค. 2560 นายปรีชา  สุวรรณชาติ ผู้จัดการ หจก.อุ้มบุญธุรกิจ ได้นำชายนำชายฉกรรจ์หลายสิบคนบุกยึดครอบครองกิจการตลาด อ้างอาศัยคำพิพากษาศาลจังหวัดนครราชสีมา จึงมีสิทธิครอบครอง

 

             ส่วนคู่กรณีนางอุรัส  ชัยรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุรนครเมืองใหม่ ฯ ผู้เช่าดำเนินกิจการตลาดสุรนคร ได้สั่งคนงานล็อคประตูทางเข้าและกระจายกำลังยืนขวางบันไดทางขึ้นท่ามกลางความตื่นตกใจของพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่เดินทางมาซื้อสินค้า นายปรีชาอ้างมีสิทธิโดยชอบเดินหน้านำกลุ่มชายฉกรรจ์พยายามฝ่าวงล้อมเข้าไปในอาคารสำนักงาน จึงมีการเผชิญหน้ากันพร้อมออกแรงดันกันไปมาและส่งเสียงอ้างสิทธิบริหารกิจการตลาด แต่กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยืนขวาง เพื่อไม่ให้เกิดการใช้กำลัง นายปรีชา ฯ จึงสั่งให้กลุ่มชายทั้งหมดถอยออกมา

 

              ต่อมาทหาร ตำรวจและปกครองในฐานะดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยได้เรียกคู่กรณีมาเจรจา พูดคุยหาข้อยุติที่ห้องไกล่เกลี่ย ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา ปรากฏสิทธิครอบครองกิจการตลาด บริษัท สุรนครเมืองใหม่ จำกัด อยู่ในฐานะได้เปรียบ ส่วนนายปรีชา ฯ แม้นเป็นผู้เช่าต้องรอให้ศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุด เพื่อให้เกิดบรรยากาศความสงบเรียบร้อย ห้ามเผชิญหน้าหากไม่เชื่อฟังจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนการโต้แย้งสิทธิของทั้งสองฝ่ายในเรื่องครอบครองสิทธิต่างๆ ต้องว่ากล่าวฟ้องร้องตกลงกันเอง ทางราชการไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด จนกระทั่งศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาออกมาดังกล่าว

 

           ส่วนฝ่ายจำเลย ผู้บริหารตลาดสุรนคร ฯ ระบุขณะนี้ยังไม่พร้อมที่จะให้ข้อมูลขอปรึกษาฝ่ายกฎหมายก่อน อย่างไรก็ตามให้ความเคารพและยินดีปฏิบัติตามคำสั่งศาล ฯ