ผู้ว่าฯนครพนมตรวจความพร้อมแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์

27 มี.ค. 2562 15:40 น.
นครพนม - ผู้ว่าฯนครพนมนำคณะลงพื้นที่ เตรียมความพร้อมแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 10

 

             วันที่ 27 มี.ค. 2562 เวลา 09.00 น. นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครพนม พร้อมด้วยนางวิไลวรรณ ไกรโสดา รอง ผวจ.ฯ พล.ต.ปราโมทย์ นาคจันทึก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 (ผบ.มทบ.210) พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฯ(ผบก.ภ.จว.นครพนม) นำคณะหัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ บริเวณบ่อน้ำพระอินทร์ แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ภายในวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม เพื่อตรวจติดตามการเตรียมความพร้อม ที่จะใช้ในการประกอบพระราชพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดนครพนม เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

 

             การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการติดตามงานอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ วันที่ 25 มี.ค. ผวจ.นครพนม ได้มาตรวจความเรียบร้อย และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการบูรณะโครงสร้างของโรงเรือนเดิม ที่สร้างครอบบ่อน้ำพระอินทร์ แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดนครพนมใหม่ รวมถึงการปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบให้สถานที่มีความเป็นระเบียบ เรียบร้อย สวยงาม สมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างสูงสุด

 

 

           นอกจากนี้ นายสยามฯ ผวจ.นครพนม ยังรับหน้าที่เป็นไกด์ นำพาหัวหน้าส่วนราชการ ไปตามจุดกำหนดต่าง ๆ ที่จะใช้ประกอบพระราชพิธี เน้นให้ตรงกับพระราชพิธีโบราณ เช่นการกว้านน้ำจากบ่อขึ้นมาให้ผู้ว่าฯตักใส่ขันน้ำสาคร ก่อนจะเคลื่อนย้ายน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปยังพระอุโบสถ ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าองค์พระธาตุพนม เพื่อประกอบพิธีเวียนเทียนสมโภชน้ำอภิเษก    

 

          มีการเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัย และการจัดระเบียบการจราจร เพราะนอกจากข้าราชการกว่า 1,000 คน แล้ว ยังมีประชาชนที่แสดงความประสงค์เข้าร่วมพิธี ไม่น้อยกว่า 7,000 คน รวมถึงการปฐมพยาบาลและการประชาสัมพันธ์ ภาพรวมมีความคืบหน้าไปแล้วเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์

 

 

               บ่อน้ำพระอินทร์เป็นบ่อน้ำโบราณของวัดพระธาตุพนมฯ ที่มีมาช้านาน ตั้งแต่สมัยก่อสร้างองค์พระธาตุพนม ในอดีตกาลนั้นการสร้างพระธาตุจะมีชาวบ้านมาร่วมกันก่อสร้างองค์พระธาตุพนมจำนวนมาก ซึ่งในระหว่างการสร้างจำเป็นต้องใช้น้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการบริหารจัดการด้านต่าง ๆ ดังนั้นจึงได้มีการขุดบ่อขึ้นมา โดยบ่อน้ำพระอินทร์ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ ห่างจากองค์พระธาตุพนมประมาณ 60 เมตร มีขนาดกว้าง 1.5 เมตร ลึก 10 เมตร เป็นบ่อน้ำจืด ใส สะอาด มีน้ำอยู่ตลอดทั้งปี ครั้งล่าสุดที่มีการประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่บ่อน้ำพระอินทร์แห่งนี้ คือเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 ในพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554

 

             สำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ถือเป็นพระราชพิธีเก่าแก่ โดยมีประวัติความเป็นมาว่า เป็นพระราชพิธีสำหรับผู้ที่จะเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นองค์พระมหากษัตริย์ เพื่อดำรงตำแหน่งพระมหากษัตริย์อย่างสมบูรณ์ หรือเป็นพิธีที่จัดขึ้นเพื่อรับรองฐานะความเป็นประมุขของรัฐอย่างเป็นทางการ

 

              ปรากฏหลักฐานครั้งแรกในประวัติศาสตร์ในศิลาจารึกวัดศรีชุมของพญาลิไทแห่งกรุงสุโขทัย สมัยที่พ่อขุนผาเมือง ได้อภิเษกให้พระสหายคือ พ่อขุนบางกลางหาว เป็นพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ผู้ครองกรุงสุโขทัย แต่ไม่ปรากฏรายละเอียดการประกอบพระราชพิธี         

 

            กระทั่งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อขึ้นเสวยราชสมบัติ ได้ทรงทำพระราชพิธีนี้อย่างสังเขป เมื่อปี พ.ศ. 2325 ครั้งหนึ่งก่อน จากนั้นได้ทรงตั้งคณะกรรมการสอบสวนแบบแผนโดยถี่ถ้วน แล้วตั้งขึ้นเป็นตำรา จากนั้นก็ทรงพิธีบรมราชาภิเษกแบบเต็มพิธี ตามตำราอีกครั้ง เมื่อปี พ.ศ. 2328 และได้ใช้เป็นแบบแผนตามตำรากับรัชกาลต่อมาจนถึงปัจจุบัน

 

          หากนับตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี ได้มีการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกมาแล้วจำนวน 11 ครั้ง

 

          สำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จะเป็นการประกอบพระราชพิธีครั้งที่ 12 ระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562

 

          ทั้งนี้ หากพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใด มิได้ผ่านการพิธีบรมราชาภิเษก ถือว่าทรงเป็นพระเจ้าอยู่หัวยังไม่เต็มพระองค์ เครื่องยศและพระนามต่าง ๆ จะแตกต่างไปจากพระเจ้าอยู่หัวที่ผ่านการพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว เช่น จะไม่มีคำว่า "พระบาท" นำหน้าพระนาม จะมีแค่เพียงคำว่า "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" โดยหลังประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว ในวันที่เดียวกันนั้นของปีถัดไป จะกลายเป็นวันฉัตรมงคล

 

ประชาสัมพันธ์