หอการค้าตากชี้พรรคการเมืองไร้นโยบายพัฒนาศก.ชายแดน 

22 มี.ค. 2562 14:00 น.
ตาก - ปรึกษาหอการค้าจังหวัดตาก ชี้การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคการเมืองไม่ให้ความสำคัญการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอแม่สอดมีมูลค่าการค้าไทย-เมียนมาสูงถึงปีละ 80,000 ล้านบาท จี้รัฐบาลใหม่เดินหน้าระดับนโยบายการค้าชายแดนให้ชัดเจน ปรับโฉมเขตเศรษฐกิจชายแดน-นิคมฯให้รับมือการเปลี่ยนแปลงของเพื่อนบ้าน 

นายบรรพต ก่อเกียรติเจริญ ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดตาก เปิดเผยถึงการเลือกตั้งของประเทศไทยในครั้งนี้แทบจะไม่มีพรรคการเมืองไหนให้ความสำคัญในการพัฒนาเศรษกิจชายแดน หรือชูนโยบายในการยกระดับการค้าชายแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างชัดเจน ซึ่งแตกต่างจากการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอแม่สอด ถือว่าเป็นประตูการค้าสำคัญในการค้ากับประเทศเมียนมา และเชื่อมต่อไปยังยุโรป มีมูลค่าการค้าชายแดนไทย-เมียนมาสูงถึงปีละ 80,000 ล้านบาท แต่กลับไม่มีพรรคการเมืองไหนเข้ามาเปิดประเด็นว่าจะมีการพัฒนาพื้นที่นี้่อย่างไร

 ก่อนหน้านี้ ทางคสช.ได้เข้ามาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และเพิ่งร่วมกับเมียนมา เปิดสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 และขณะนี้สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ข้ามอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เข้าสู่จังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และวิ่งเข้าออกได้ทุกวัน ตลอดจนสามารถเชื่อมต่อไปจากเมืองมัณฑะเลย์ไปยังชายแดนของสาธารณรัฐประชาชนจีนได้แล้ว แต่แนวทางการขับเคลื่อนของเขตเศรษกิจพิเศษ และการสร้างนิคมอุตสาหกรรมยังไร้ทิศทางที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งน่าจะต้องมีการมาวางกรอบแนวความคิดเขตเศรษฐกิจพิเศษโฉมใหม่หรือแม้แต่พื้นที่ที่จะสร้างนิคมฯใกล้กับสะพานมิตรภาพฯอาจจะเปลี่ยนเป็นดิวตี้ฟรี,เอนเตอร์เทรน์เม้นท์, ที่พัก แทนภาคอุตสาหกรรม

 

ดังนั้น ทางรัฐบาลใหม่จะต้องเข้ามาทบทวน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนไปข้างหน้าโดยเร็วที่สุด โดยทางภาคเอกชนได้เสนอผ่านทางกกร.จังหวัดตาก ขอให้มีการแก้ไขความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาระหว่างไทยกับเมียนมาให้ครอบคลุมผู้เดินทางผ่านจุดผ่านแดนถาวรทางบกและท่าเรือระหว่างประเทศเพื่อ ขยายโอกาสด้านการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนกับประเทศเมียนมา และยังเชื่อมต่อไปยังสมาชิกอาเซียนในด้านตะวันตก ทั้งจีน อินเดีย บังคลาเทศ และกลุ่มประเทศ CLMV ตลอดจนทำให้เกิดการคล่องตัวของประชาชน นักท่องเที่ยว และนักธุรกิจ ทั้งไทย และเมียนมาสามารถเดินทางเข้าออกได้อย่างสะดวก

ขณะเดียวกัน ปัจจุบันนี้ระหว่างไทย-เมียนมามีข้อตดลงให้รถบรรทุกสินค้าเข้าออกได้วันละ 500 คัน แต่เมื่อสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 เปิดแล้ว จะต้องมีการทบทวนให้สามารถมีจำนวนรถบรรทุกเดินทางเข้าออกได้เพิ่มขึ้น ตามการเติบโตของการค้าชายแดน โดยอาจจะต้องมีการจัดระเบียบให้โควตาเบอร์รถในการเดินทางเข้าออก 2 ประเทศ เพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรม 

 

เศรษฐกิจภูมิภาค