ชาวเถินลำปางยื่นศาลปกครองขอความเป็นธรรมคุ้มครองกรณีข้อพิพาทที่ดิน

21 มี.ค. 2562 07:08 น.
ลำปาง - ชาวบ้านที่ใช้ประโยชน์ที่ดินวัดดอนไชยตำบลล้อมแรด จำนวน 67 รายได้ ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อพิจารณาขอความเป็นธรรมกรณีข้อพิพาท ระหว่างที่ดินของวัดดอนไชย กับหน่วยงานราชการ หลั เทศบาลตำบลล้อมแรด อำเภอเถิน มีคำสั่งรื้ออาคารร้านชุมชน ขณะเดียวกันมีประกาศหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.)เลขที่ ลป.1747 ให้ที่ดิน บริเวณตลาดดังกล่าว25 ไร่ 2 งานเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน ประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน ซึ่งการออกหนังสือ น.ส.ล.ดังกล่าว ชาวบ้านผู้ใช้ประโยชน์ทีดินของวัดดอนไชยไม่มีส่วนร่วมรับข้อมูลข่าวสาร และไม่มีการทำประชาคมเพื่อหาข้อสรุปที่เป็นธรรม

นางเพ็ญประภา ซื่อวัฒนะ หนึ่งในผู้ที่ใช้ประโยชน์ที่ดินวัดดอนไชย ตำบลเถินบุรี  อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวบ้านที่ใช้ประโยชน์ที่ดินวัดดอนไชยตำบลล้อมแรด จำนวน  67 รายได้ ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง  เพื่อพิจารณาขอความเป็นธรรมกรณีข้อพิพาท ระหว่างที่ดินของวัดดอนไชย กับหน่วยงานราชการ หลัง เทศบาลตำบลล้อมแรด อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง มีคำสั่งรื้ออาคารร้านชุมชน  ขณะเดียวกันมีประกาศหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.)เลขที่ ลป.1747  ให้ที่ดิน บริเวณตลาดดังกล่าว25 ไร่ 2 งานเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน ประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน ซึ่งการออกหนังสือ น.ส.ล.ดังกล่าว ชาวบ้านผู้ใช้ประโยชน์ทีดินของวัดดอนไชยไม่มีส่วนร่วมรับข้อมูลข่าวสาร และไม่มีการทำประชาคมเพื่อหาข้อสรุปที่เป็นธรรม

 

 

นางเพ็ญประภาเปิดเผยอีกว่า เดิมทีที่ดินบริเวณดังกล่าว เป็นป่าช้าวัดดอนไชย เป็นที่รกร้างซึ่งชาวบ้านสองหมู่บ้านคือ บ้านดอนไชย และบ้าน หนองเชียงราน อ.เถินใช้เป็นป่าช้าของวัดดอนไชย จำนวน 70 ไร่ โดยได้ขึ้นทะเบียนเป็นป่าช้าวัดดอนไชยในปี  2491 จากนั้นชาวบ้านได้ใช้ที่ดินดังกล่าว โดยชาวบ้านทั้งสองหมู่บ้านได้ทำประชาคม เสนอให้แบ่งพื้นที่ของวัดบางส่วนทำตลาดนัดลานค้าชุมชน ประมาณ 25 ไร่  ซึ่งมีการระดมทุนจากชาวบ้านบางส่วนที่สมัครใจลงทุนสร้างร้านค้า เป็นอาคารเพิ่งร้านค้าโครงเหล็ก จำนวน 55 คูหา

 

และได้สร้าง ศูนย์แสดงสินค้าวิสาหกิจชุมชน บริเวณกลางตลาด เป็นพื้นที่ส่วนกลางและตั้งชื่อว่าตลาดเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ร้านค้าชุมชนอำเภอเถิน  ซึ่งขณะที่สร้างตลาดนั้น ยังไม่มีไม่ยกฐานะเป็นเทศบาลตำบลล้อมแรด แต่เป็นสำนักงานสุขาภิบาลตำบลล้อมแรดในขณะนั้น  ต่อมาเมื่อยกระดับเป็นเทศบาลตำบลล้อมแรดก็มีเจ้าหน้าที่ ออกประกาศให้ผู้ประกอบการร้านค้าทั้งหมด  ย้ายออกจากพื้นที่ และสั่งให้รื้อถอนร้านค้า โดยอ้างว่า ก่อสร้างผิดระเบียบ

 

ซึ่งเป็นข้อพิพาทถกเถียงกันเรื่อยมา  พระครู ศรีนวล อินทวังโส เจ้าอาวาสวัดดอนไช เปิดเผยว่า ที่ดินของวัดดังกล่าว เป็นศูนย์รวมจิตใจและกิจกรรมของชุมชนสองหมู่บ้าน ที่ใช้เป็นป่าช้าและเป็นตลาดของชุมชน ใช้เป็นที่จัดกิจกรรม ทางศาสนาวัฒนธรรมที่เรียกว่าเข้ารุกมูล ทุกปี มีชาวบ้านมาร่วมกันทำความสะอาดป่าช้า เทศกาลกินข้าวใหม่ และกิจกรรมอื่นๆของชุมชน ซึ่งทางเทศบาลหรือหน่วยงานรัฐไม่เคยมาช่วยดุแลทำความสะอาดอะไรในที่ดินของวัด แต่กลับมามีประกาศราชการหลายอย่าง ทั้งประกาศ น.ส.ล.ก็ไม่เคยมีการสอบถาม ข้อมูลใดๆจากทางวัด ไม่มีการประชุมมติร่วมกัน

 

ล่าสุดมีหนังสือจากเทศบาลฯล้อมแรด เชิญให้ไปชี้แนวเขตที่ดิน ในวันที่ 18 มี.ค.2562 แต่ไม่ได้ระบุว่าที่ดินส่วนไหน เวลาไหนสุดท้ายก็ไม่มีเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่เข้ามาประสานงาน หรือนำไปสู่การชี้แนวเขต ซึ่งเกรงว่าจะเป็นหนังสืออ้างแต่ไม่มีการไปชี้แนวเขตจริง ตัวอย่างนี้ชี้ให้เห็ว่าการดำเนินการของทางหน่วยงานรัฐไม่ชัดเจนจริงจัง ส่วนการต่อสู่ของชาวบ้านนั้น เจ้าอาวาสวัดกล่าวว่า ทางวัดก็เห็นด้วยกันชาวบ้าน ที่เรียกร้องความเป็นธรรม เพราะหากจะให้ถูกต้อง ต้องถามทวงคืนที่ดินที่ถูกเอาไปออกเอกสารแล้วบางส่วน กลับมาเป็นที่สาธารณะด้วยเช่นกัน

 

 

 

จนกระทั่งวันที่ 3  กุมภาพันธ์ 2559 อธิบดีกรมที่ดินได้ออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) (อาศัยอำนาจของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 334 ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2515) เพื่อแสดงเขตของที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ประเภท พลเมืองใช้ร่วมกัน จำนวน 25 ไร่ 2 งาน ซึ่งสร้างความสงสัยต่อ ว่าทำไมไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐ ทำประชาคมกับชาวบ้านที่ใช้ประโยชน์มีส่วนได้ส่วนเสียในที่ดินวัดดอนไชยตามประกาศ น.ส.ล.ดังกล่าว ก่อให้เกิดการพิจารณาที่เป็นธรรมหรือไม่ ทั้งนี้ชาวบ้านได้ยื่นขอให้ศาลปกครอง พิจารณาให้ ประกาศ น.ส.ล. ฉบับดังกล่าวเป็นโมฆะ และหากต้องมีการย้าย ออกจากพื้นที่ ขอให้ มีการออกค่าชดเชยเวนคืน อย่างเป็นธรรม  อย่างไรก็ตามชาวบ้านก็ยังยืนยันต่อสู้เพื่อความเท่าเทียม หากเทศบาลจะเอาพื้นที่ 25 ไร่ที่ประกาศ (น.ส.ล.) เป็นที่หลวง และขับไล่ผู้ใช้ประโยชน์ที่ดินในตลาด ก็สมควรต้องทวงคืนที่ดินของวัดดอนไชยในบริเวณ 70 ไร่ ที่มีการออกโฉนดที่ดินไปบางส่วนด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เชื่อว่าการต่อสู้เป็นไปตามขั้นตอนและขอให้ศาลปกครองให้ความเป็นธรรมถึงที่สุด

 

ภาคประชาสังคม