พ่อแม่ ผอ.อ้อย มาฟังคำพิพากษา

14 มี.ค. 2562 13:35 น.
ศรีสะเกษ - พ่อ - แม่ ญาติพี่น้อง ผอ.อ้อย มุ่งหน้าสู่ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ เพื่อรับฟังคำพิพากษาคดี ที่ลูกสาวตนถูกฆาตกรรมอำพลางศพทิ้งกลางป่า เจ้าหน้าที่คุมเข้มหน้าศาลหวั่นเกิดเหตุร้าย และรักษาความสงบเรียบร้อย

วันที่ 14 มีนาคม 2562 ที่ ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ นายบุญเลิศ ยายแหลม อุ่นอ่อน ซึ่งเป็นบิดา - มารดา ของ ผอ.อ้อย หรือ นางสาวจุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนตำบลชำ อำเภอกันทรลักษ์ พร้อมด้วยบรรดาญาติๆ ได้เดินทางมาเพื่อเข้าร่วมรับฟังการอ่านคำพิพากษาของศาล ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.81/2561 อัยการศาลจังหวัดกันทรลักษ์ โจทก์ โดยมี จำเลย ประกอบด้วย ร้อยเอกศุภชัย ภาโส จำเลยบุคคลที่1 พร้อมด้วย นางสุชาวดี ปทุมอินทร์ จำเลยที่2, นายวิฑูรย์ ท้าวแก้ว จำเลยที่3, และ นางสาวประกรรษวัต คณะพันธ์ จำเลยที่4 ในฐานความผิดต่อชีวิต ความผิดต่อเสรีภาพ ความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ความผิดเกี่ยวกับบัตรอีเล็กทรอนิกส์ ลักทรัพย์ รับของโจร โดยศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาในเวลา 09.00 น. แต่เนื่องจากเป็นคดีที่สำคัญ ประชาชนให้ความสนใจ จึงรอความพร้อมเพรียง นัดใหม่ในเวลา 09.30 น. โดยมี พลตำรวจตรี สุรเดช เด่นธรรม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ได้เดินทางมารับฟังคำพิพากาด้วย 

 

 

ซึ่งก่อนที่จะถึงเวลาศาลอ่านคำพิพากษา รถตู้ของเรือนจำจังหวัดกันทรลักษ์ ได้นำตัวผู้ต้องหา จำนวน 3 คน เดินทางมาเข้าด้านหลังในห้องควบคุมผู้ต้องหาคดีดำ โดยได้มีการสวมโซ่ตรวนที่ข้อเท้าทั้งสองข้างแก่ผู้ต้องหา โดยเฉพาะ ร้อยเอกศุภชัย ภาโส จำเลยบุคคลที่1 เจ้าหน้าที่ได้พาเดินเข้าไปในประตูด้านหลัง รอยังห้องควบคุม เพื่อรอที่จะเดินไปที่ห้องพิจารณาคดี ซึ่งทางศาลได้ห้ามผู้สื่อข่าวทุกคนเข้าไปถ่ายภาพในด้านใน หรือในห้องพิจารณาใดใดทั้งสิ้นตามกฎหมายของการคุมครองผู้ต้องหา ขณะเดียวกันบรรดาญาติๆ รวมทั้งพ่อแม่ ผู้ใหญ่บ้าน ของ ผอ.อ้อย ก็ได้เดินทางขึ้นไปยังห้องอ่านคำพิพากษาบรรลัง4 ซึ่งสื่อมวลชน และญาติบางส่วนก็ได้รออยู่มี่ด้านหน้าศาล เพื่อรอรับฟังข่าวการอ่านคำพิพากษาด้วยใจที่จดจ่อ เพราะไม่ทราบว่ารูปคดีจะสามารถเอาผิดนายทหารคนหนึ่งที่กระทำต่อประชาชนได้มากขนานี้ได้อย่าวที่ใจตนเองนึกเอาไว้ได้หรือไม่ ซึ่งคดีดังกล่าว อยู่ในความสนใจของประชาชนทั่วประเทศเช่นกัน

 

 

 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2560 กับคดีดังที่หลายคนติดตามและร่วมลุ้นกับการหาตัวให้พบ นั่นก็คือการหายตัวไปอย่างปริศนาของ ผอ.อ้อย หรือ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผู้อำนวยการกองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค. 60 ครอบครัวเข้าแจ้งความที่ สภ.กันทรลักษ์ และพยายามตามหาตัวแต่ก็ยังไร้วี่แวว จนกระทั่งเริ่มไล่หาเบาะแส พบเบาะแสแรกมาจากคำบอกเล่าของเพื่อน ผอ.อ้อย ว่าก่อนหายตัวไปประมาณ 1 สัปดาห์ ผอ.อ้อยได้ชวนเพื่อนให้พาไปทวงหนี้กับคนมีสีนายหนึ่ง เป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท ทราบภายหลังว่าคนมีสีที่ว่านั้นคือ ผู้กองเหน่ง หรือ ร.อ.ศุภชัย ภาโส ที่มีหลักฐานการยืมเงินเป็นบัตรเอทีเอ็มและสเตจเม้นท์ ซึ่งถ้าหากว่าผู้กองเหน่งไม่ยอมคืน ผอ.อ้อยก็ขู่ว่าจะฟ้องผู้บังคับบัญชาให้ทราบเรื่อง ทุกคนเชื่อว่าที่ ผอ.อ้อย หายตัวไปนานกว่าที่จะรับรู้ว่าเกิดเป็นคดีฆาตกรรมจากฝีมือคนสนิท ร้อยเอก ศุภชัย ภาโส หรือ ผู้กองเหน่ง ผบ.กองกำลังสุรนารีที่ดูแลเขตชายแดนไทย - กัมพูชา อยู่แถบนี้ที่มาพบว่ามีความรู้จักสนิทสนมกันถึงขนาดให้มีการหยิบยืมเงินทองกันไปใช้จ่ายส่วนตัว โดยจากข้อมูลการสอบสวนพยานชี้ชัดว่า นายทหารดังกล่าวเป็นผู้ที่ทำร้าย จากการที่ ผอ.อ้อย เข้าไปทวงเงินที่ยืมกันถึงในค่ายทหาร ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ก่อนที่จะหายตัวไป พร้อมรถยนต์ และทรัพย์สิน เงิน ทอง จนมาสู่การจับกุมนายทหาร และฝากขังที่เรือนจำจังหวัดกันทรลักษ์ ก่อนที่จะนัดหมายมารับฟังคำพิพากษาในวันนี้

 

 

 

อาชญากรรม