นัดแต่งดำ 11-23 มี.ค. ประท้วงพ.ร.บ. การศึกษาใหม่

10 มี.ค. 2562 18:15 น.
ลำปาง - สมาพันธ์ครูภาคเหนือ(สคน.)แต่งชุดดำแสดงพลัง ออกแถลงการณ์คัดค้านการบังคับใช้ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ ชี้ลดค่าวิชาชีพครู จากต้องมีมบรับรองวิชาชีพ เหลือเพียง "ใบรับรองความเป็นครู" ระบุ สคน. - สคท.- สบท. นัดแต่งชุดดำประท้วง 11- 23 มี.ค.นี้ พร้อมกันทั่วประเทศ

ดร.วีรบูล เสมาทอง ประธาน สมาพันธ์ครูภาคเหนือ(สคน.)  ได้อ่านแถลงการณ์เพื่อคัดค้าน ร่างพระราชบัญญัติฯฉบับดังกล่าวมีฐานะเป็นกฎหมายแม่บทการกำหนดทิศทางการศึกษาของประเทศไทย มุ่งโดยตรงต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของ “เด็กและเยาวชนไทย” อันเป็นกำลังสำคัญในอนาคตของประเทศชาติ แต่ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับนี้ เป็นการบัญญัติกฎหมายที่ขาดการมีส่วนร่วมจากผู้ที่เกี่ยวข้องต่อการพัฒนาการศึกษาไทยอย่างรอบด้าน มีความเร่งรีบต่อการบัญญัติกฎหมายอันเป็นผลกระทบอันสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพของ “เด็กและเยาวชนของไทย”อย่างยิ่ง

 

"อีกทั้งยังขาดความเชื่อมโยงต่อสภาพการจัดการศึกษาของไทยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหลักประกันคุณภาพของการศึกษาไทยเป็น ประเด็นสำคัญ  โดยเฉพาะประเด็นที่เป็นสาระสำคัญและเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างในร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับนี้คือ “การออกใบรับรองความเป็นครู” แทน “การออกใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพครู” ส่งผลให้ศักดิ์และสิทธิของความเป็นวิชาชีพครูหมดลงอย่างสิ้นเชิง เนื่องจาก พระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ที่ถูกยกเลิกไปนั้น ได้กำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา(วิชาชีพครู) เป็นวิชาชีพควบคุม มีมาตรฐานตำแหน่งวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพควบคุมการประกอบวิชาชีพอันเป็นหลักประกันสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษาไทย และกำหนดให้วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง เหมือนกับวิชาชีพชั้นสูงอื่น เช่น วิชาชีพแพทย์ ,วิชาชีพวิศวกร,วิชาชีพทนายความ ฯลฯ "ดร.วีรบูล  กล่าว

 

ดร.วีรบูล  กล่าวอีกว่า แต่ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่กำลังจะประกาศใช้เป็นกฎหมายนี้ ได้ทำลายความเป็นวิชาชีพชั้นสูงของวิชาชีพครู คือ “การออกใบรับรองความเป็นครู” ซึ่งไม่ได้บ่งบอกหรือเป็นหลักประกันใดๆที่จะทำให้การศึกษาของไทยดีขึ้นกว่าเดิม เนื่องการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพของ “เด็กและเยาวชนไทย” ที่ดำรงคงอยู่ในปัจจุบันนั้น มีหลักประกันในความเป็นวิชาชีพชั้นสูง โดยการให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา(วิชาชีพครู) ทุกคนมี “ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ” อันเป็นหลักประกันที่มุ่งพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย ให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับนานาอารยะประเทศ และสาระสำคัญที่สุดคือ เป็นหลักประกันในการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย ให้เป็น เด็กดี เด็กเก่ง สามารถอยู่ร่วมในสังคมในฐานะของพลเมืองที่ดีของประเทศได้เป็นอย่างดี

 

ดร.วีรบูล  กล่าวเพิ่มเติมว่า  ดังนั้นสหพันธ์ครูภาคเหนือ(สคน.) และองค์กรเครือข่ายทุกองค์กร ขอคัดค้านการบังคับใช้ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับนี้ เนื่องด้วยมีข้อกฎหมายที่เป็นปัญหาต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย อันส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของ “เด็กและเยาวชนไทย” จึงขอแสดงเจตนารมณ์อันสำคัญที่จะแสดงออกถึงการที่วิชาชีพครู ซึ่งเป็นวิชาชีพชั้นสูงถูกกระทบสิทธิจากการกำหนดให้มี “ใบรับรองความเป็นครู” แทน “ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู”

 

ดร.วีรบูล  กล่าวต่อว่า ดังนี้1. ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทุกคนในประเทศไทย ได้แสดงออกในเชิงสัญลักษณ์โดยการแต่งกายชุดดำเพื่อเป็นการไว้อาลัยต่อพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ที่ถูกยกเลิกไป อันส่งผลต่อความเป็นวิชาชีพชั้นสูงของวิชาชีพครูได้ถูกทำลายลงไป กำหนดการแต่งกายระหว่างวันที่ 11 – 23 มีนาคม 2562

 

ดร.วีรบูล  กล่าวอีกว่า 2. ขอความร่วมมือผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทุกคนในประเทศไทย แสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ โดยเปิดไฟหน้ารถ,ติดริ้บบิ้นสีดำบนรถยนต์,รถจักรยานยนต์ ตลอดจนพาหนะที่ใช้เดินทางของทุกคน และเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ส่วนตัวในสื่อโชเชียลมีเดียเช่น เฟชบุ๊ค,ไลน์ของแต่ละคน โดยกำหนดการดำเนินการร่วมกันระหว่างวันที่ 11 – 23 มีนาคม 25623.

 

"ขอความร่วมมือครูทุกคนในสถานศึกษาทุกแห่งทั่วประเทศไทยดำเนินโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยการออกเยี่ยมบ้านนักเรียนทุกคนในสถานศึกษาแต่ละแห่งทั่วประเทศไทยเพื่อเป็นการดูแลและช่วยเหลือนักเรียนอันเป็นหน้าที่หลักของครูในการประสานสัมพันธ์ผู้ปกครองนักเรียนในการดูแลบุตรหลานร่วมกัน ไ ดร.วีรบูล กล่าว

 

 

กำหนดออกเยี่ยมบ้านนักเรียนในวันที่ 11-23 มีนาคม 2562 4. ขอความร่วมมือไปยังสถานศึกษาทุกแห่งได้ติดป้ายแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์คัดค้านร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับนี้ 5. สหพันธ์ครูภาคเหนือ(สคน.),องค์กรเครือข่ายทุกจังหวัดในภาคเหนือ และประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์แสดงเจตนารมย์ในการคัดค้านร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับนี้

 

โดยให้ผู้นำองค์กรดำเนินการยื่นหนังสือต่อผู้มีอำนาจดังต่อไปนี้5.1 ยื่นหนังสือต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ,ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดย องค์กร เครือข่ายครูและบุคลากรทางการศึกษาแห่งประเทศไทย ประกอบด้วย สมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย(สคท.),สหพันธ์ข้าราชการบำนาญแห่งประเทศไทย (สบท.) สมาคมลูกจ้างส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน,สหพันธ์ครูภาคเหนือ(สคน.),ชมรมครูประชาบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ,สมาพันธ์ครูภาคใต้,ชมรมครูภาคกลาง,

 

5.2 ยื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรมแต่ละจังหวัดเพื่อเรียนไปยังนายกรัฐมนตรี โดย สมาพันธ์,ชมรมครูแต่ละจังหวัดทั่วประเทศไทย 5.3 ยื่นหนังสือต่อศึกษาธิการจังหวัดทุกจังหวัด โดย สมาพันธ์,ชมรมครูแต่ละจังหวัดทั่วประเทศไทย 5.4 ยื่นหนังสือต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดย สมาคม,ชมรมครูแต่ละอำเภอทั่วประเทศไทย6. จัดประชุมชี้แจงการแสดงเจตนารมณ์การคัดค้านร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับนี้ โดยสมาพันธ์,ชมรมครูแต่ละจังหวัดทั่วประเทศไทย เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องเพื่อนร่วมวิชาชีพครูในการแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ในฐานะวิชาชีพครูสหพันธ์ครูภาคเหนือ(สคน.)

 

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแถลงการณ์ฉบับนี้ คงจะมีผลต่อการหยุดการบังคับใช้ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ.........ฉบับนี้ออกไปจนกว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสร็จสิ้นลงแล้วมี“รัฐสภา” ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะสถาบันหลักที่บัญญัติกฎหมายของชาติได้ทำหน้าที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับนี้ ให้ครอบคลุมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างรอบด้าน และมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง อันจะส่งผลต่อการจัดการศึกษาอันดีในภาพรวมของประเทศ เป็นทิศทางและแนวทางอันเป็นสากลทัดเทียมกับนานาอารยะประเทศ เป็นการศึกษาที่สร้างความพร้อมและภูมิคุ้มกันอันดีให้กับ “เด็กและเยาวชนไทย” เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติสืบไป

 

ภาคประชาสังคม