เตือนปชช. เร่งรับมือภัยแล้ง 3 เขื่อนใหญ่อีสานจ่อวิกฤต

9 มี.ค. 2562 07:25 น.
ชัยภูมิ - ที่อยู่นอกเขตชลประทาน ช่วยกันตระหนักในการใช้น้ำอย่างประหยัดในช่วงหน้าแล้งปีนี้ให้มากขึ้น หลังพบมีการทำนาปรัง ปลูกพืชใช้น้ำมาก ในจุดนอกเขตชลประทานพุ่งแล้วกว่า 50,000 ไร่ จ่อกระทบต้นทุนน้ำดิบที่จะนำไปใช้เก็บกักไว้สำรองในการนำไปผลิตประปาในช่วงหน้าแล้งปีนี้ขาดแคลนรุนแรงตามมาอีกจำนวนมากได้ !!

วันที่ 8 มี.ค. 2562  ขณะที่จ.ชัยภูมิ นายศักดิ์ศิริ  อยู่สุข ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 ขอนแก่น เดินทางลงพื้นที่จ.ชัยภูมิ เพื่อติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง ร่วมกับนายลือชัย  จำปานิล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานชัยภูมิ นายสมบัติ  มีลักษระสม ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพรมเชิญ พร้อมหัวหน้าส่วนชลประทานในพื้นที่ ที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามสถานการ์ภัยแล้งในปีนี้ที่เริ่มมาเร็วกว่าทุกปี โดยมีการเรียกประชุมหารือด่วน ณ สำนักงานโครงการชลประทานจังหวัดชัยภูมิ ก่อนนำคณะลงดูพื้นที่แหล่งเบกักน้ำต่างๆในจ.ชัยภูมิ เพื่อเร่งหาแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในปีนี้

โดยผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 เปิดเผยว่า ในปีนี้สถานการณ์แหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ที่มีทั้งหมดในภาพรวมที่สำนักงานชลประทานที่ 6 รับผิดชอบในเขต 5 จังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน ทั้งที่จ.ชัยภูมิ ,ขอนแก่น,มหาสารคาม,กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด  ล่าสุดสถานการณ์น้ำที่มีในเขื่อนขนาดใหญ่ 3 แห่งทั้งที่จ.ชัยภูมิ ที่เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนอุบลรัตน์ฯ ที่จ.ขอนแก่น และเขื่อนลำปาว ที่จ.กาฬสินธุ์ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำเหลือเพียงไม่เกิน 20-30 % ซึ่งในช่วงหน้าแล้งปีนี้จะเหลือน้ำใช้ได้ไม่เกิน 5 % เนื่องจากมีปริมาณน้ำสะสมจากฝนตกเข้าเขื่อนในปีที่ผ่านมาน้อยมากกว่าทุกปีที่ผ่านมากว่าเท่าตัว

และโดยภาพรวมทั้ง 5 จังหวัด จะทำให้การรับมือปัญหาภัยแล้งปีนี้ผ่านไปได้ที่จะยังพอช่วยในเรื่องการประปาไม่กระทบต่อการขาดน้ำอุปโภคบริโภคในเขตที่มีระบบชลประทานไหลผ่านไปได้ แต่ในส่วนนอกพื้นที่ชลประทานไหลผ่านยังเข้าไปไม่ถึง ซึ่งอยากให้ประชาชนในพื้นที่นอกเขตชลประทานดังกล่าวช่วยกันตระหนักในการใช้น้ำอย่างประหยัดช่วยกันให้มากขึ้น เพื่อที่จะไม่ให้เกิดผลกระทบต่อระบบการประปา ผ่านไปได้ในปีนี้ ที่ทางชลประทาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งการประปา จะได้เร่งหารือกันเพื่อหาแนวทางที่จะมาช่วยแก้ปัญหาในจุดที่ไม่มีระบบชลประทานผ่าน ที่มักจะเกิดปัญหาภัยแล้งซ้ำซากมาต่อเนื่องทุกปี และปีนี้คาดว่าอาจจะมีความรุนแรงมากขึ้นกว่าทุกปี หากมีการปลูกข้าวนาปรังนอกพื้นที่เขตชลประทานกันจำนวนมาก ที่ต่อไปอาจจะกระทบต่อการขาดต้นทุนน้ำดิบที่จะเหลือมาช่วยผลิตประปาได้

ขณะที่ผู้อำนวยการโครงการชลประทานชัยภูมิ กล่าวว่า ในส่วนพื้นที่จ.ชัยภูมิ สถานการณ์ภัยแล้งแหล่งเก็บกักน้ำที่มีทั้งหมดในขณะนี้ โดยภาพรวมเหลือเก็บกักประมาณ 50 % ความจุ ที่ยังพอเหลือไว้ช่วยรับสถานการณ์ภัยแล้งในเขตชลประทานชัยภูมิ และระบบการจ่ายน้ำประปาได้ แต่ปัญหาที่คาดว่าจะเกิดความรุนแรง ในจุดนอกเขตชลประทาน หลังที่ได้แจ้งของความร่วมมือไปยังทุกพื้นที่ ประสานผู้นำชุมชนไปแล้ว ในการขอความร่วมมือช่วยกันลดพื้นที่การทำนาปรัง และพืชใช้น้ำมาก ในช่วงนี้ที่จะมีต้นทุนน้ำไม่เพียงพออยู่แล้ว

และล่าสุดในพื้นที่จ.ชัยภูมิพบว่าในจุดนอกเขตชลประทานในขณะนี้มีการปลูกข้าวนาปรัง เป็นจำนวนมาก กว่า 50,000 ไร่ แล้วในจุดนี้

ซึ่งบางส่วนจะทำให้ไม่มีต้นทุนน้ำเข้าไปช่วยเสริมได้เพียงพอ และอาจจะเกิดปัญหาการขาดแคลนแหล่งน้ำเข้าไปช่วยผลิตประปา หมู่บ้าน เสี่ยงที่จะทำให้เกิดขาดแคลนน้ำดิบผลิตประปาตามมาอีกจำนวนมากได้ จึงอยากขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัดในจุดนอกเขตที่ระบบชลประทานไปไม่ถึงให้มากขึ้นกว่าทุกปีด้วย ที่จะเป็นการช่วยกันผ่าวิกฤตภัยแล้งในพื้นที่ โดยเฉพาะด้านการประปา ให้ประชาชนทุกพื้นที่ได้มีน้ำอุปโภค บริโภค เพื่อไม่ให้ขาดแคลนให้ผ่านภัยแล้งปีนี้ร่วมกันไปให้ได้

เกษตร