สมาพันธ์สมาคมครูชัยภูมิ ฮือออกแถลงการณ์ต้านร่างพ.ร.บ.การศึกษาใหม่

7 มี.ค. 2562 14:20 น.
ชัยภูมิ - กลุ่มตัวแทนเครือข่ายสมาพันธ์สมาคมครูชัยภูมิ ฮือรวมตัวออกแถลงการณ์ ไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่!

วันที่ 7 มี.ค. 2562  ขณะที่จ.ชัยภูมิ ที่หอประชุม สพป.ชย 1 นำโดยนายณรงค์ฤทธิ์  ดอนศรี  ประธานสมาพันธ์ครูจังหวัดชัยภูมิ  พร้อมด้วย นายสานิตย์  พลศรี นายกสมาคมครูชนบทจังหวัดชัยภูมิ และตัวแทนเครือข่ายครูจ.ชัยภูมิ ร่วมกันอ่านคำแถลงการณ์ สมาพันธ์สมาคมครูชัยภูมิ ฉบับที่ 1/2562 เรื่องไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ โดยมีสาระสำคัญประกอบด้วย

จากการที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) และคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้เตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่แทนฉบับเดิมที่ใช้อยู่ โดยได้กำหนดนิยามคำว่า “ครูใหญ่” แทนคำว่า “ผู้อำนวยการสถานศึกษา” และกำหนดให้มี “ใบรับรองความเป็นครู” แทนคำว่า “ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู” ตลอดจนมีบางมาตราที่เคลือบคลุมไม่ชัดเจน เป็นการลิดรอนสิทธิของข้าราชการครู อาจมีปัญหาในทางปฏิบัติเป็นอย่างมากหากร่างพระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับเป็นกฎหมาย

ดังนั้น สมาพันธ์สมาคมครูชัยภูมิ ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อพิทักษ์สิทธิ์ และส่งเสริมขวัญกำลังใจของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดจังหวัดชัยภูมิ พิจารณาแล้วเห็นว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวเป็นการลดทอนขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ จึงมีมติในคราวประชุมสมาคมฯ ครั้งที่ 1/2562  เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562  ที่ผ่นมา มีความเห็นร่วมกันดังนี้

1.  การเปลี่ยนชื่อเรียกตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา เป็น ครูใหญ่ ตามร่างในมาตรา 4 เป็นคำที่ไม่สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ ซึ่งที่ผ่านมา ผู้อำนวยการสถานศึกษาหรือผู้อำนวยการโรงเรียนได้ทำหน้าที่พัฒนาคุณภาพวิชาการ บริหารกิจการของสถานศึกษา ประสานงานและระดมทรัพยากรต่างๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติได้ดีอยู่แล้ว จึงยังไม่มีความจำเป็นและไม่เห็นประโยชน์ที่จะเปลี่ยนไปใช้คำว่า “ครูใหญ่” ซึ่งเป็นการตัดทอนขวัญและกำลังใจในการทำงาน เกิดความไม่ภาคภูมิใจในวิชาชีพ

2.  การเปลี่ยนจากการใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ไปเป็น ใบรับรองความเป็นครู เป็นการบั่นทอนความรู้สึกภาคภูมิใจในวิชาชีพ เนื่องจากคำว่า วิชาชีพครู เป็นวิชาชีพชั้นสูง มีมาตรฐานวิชาชีพไม่ต่างจากการประกอบวิชาชีพชั้นสูงอื่นๆ ที่ผ่านมาได้รับการยอมรับและน่าเชื่อถือในแวดวงวิชาชีพต่อสังคม มีกระบวนการที่มีมาตรฐาน มีการศึกษาอบรมพัฒนาฝึกฝนประสบการณ์ ผู้มีคุณสมบัติต้องมีมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพ จึงจะได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู โดยผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งสมาพันธ์สมาคมครูชัยภูมิเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีและน่าเชื่อถืออยู่แล้ว ซึ่งในอนาคตหากไม่มีการควบคุมเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จะเป็นการลดความภาคภูมิใจในเกียรติภูมิวิชาชีพครู ทำให้ คนดี คนเก่ง ไม่อยากมาเป็นครู เนื่องจากเกียรติภูมิครูถูกลิดรอนไป อันอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาของชาติในอนาคตต่อไป 

3. นอกจากนี้ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มีหลายมาตราที่ขาดความชัดเจนคลุมเครือ ส่อว่าจะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติหากเป็นกฎหมายและมีผลบังคับใช้ เนื่องจากไม่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ครูไม่มีส่วนร่วมในการจัดทำร่าง ไม่ผ่านกระบวนการประชาพิจารณ์ที่เป็นไปตามเจตนารมณ์ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ดังนั้นเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ ให้ทุกภาคส่วนได้ให้การยอมรับ ขอได้โปรดให้ยุติการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่...พ.ศ. ........จนกว่าจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วเสร็จ

และมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อจะให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ อันถือเป็นกฎหมายสำคัญยิ่งของประเทศในครั้งนี้ด้วย 

ดังนั้น ทางสมาพันธ์สมาคมครูชัยภูมิ จึงใคร่ขอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติได้ทบทวนและรับฟังความคิดเห็นของครูและบุคลากรทางการศึกษา ก่อนที่จะได้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับดังกล่าวแทนฉบับเดิมที่ใช้อยู่  ทั้งนี้  สมาพันธ์สมาคมครูชัยภูมิ พร้อมกับเครือข่ายทุกจังหวัดทั่วทั้งประเทศ จะร่วมกันเรียกร้องคัดค้านให้ถึงที่สุดต่อไป จึงแถลงมาให้ทราบโดยทั่วกัน ลงชื่อ  สมาพันธ์สมาคมครูชัยภูมิ / 6  มีนาคม  2562

ภาคประชาสังคม