เปิดวันสาธิตปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา

7 มี.ค. 2562 09:58 น.
จังหวัดศรีสะเกษสนับสนุนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา เพื่อปรับสมดุลของปริมาณการผลิต การตลาด ข้าวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ให้ความสมดุล ส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้และอาชีพที่มั่นคง ยั่งยืน จากการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงฤดูนาปรั

วันที่ 6 มีนาคม 2562 ที่ บริเวณเทศบาลตำบลศรีรัตนะ บ้านสำโรงระวี หมู่ที่ 15 ตำบลศรีแก้ว อำเภอศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ นายธงชัย เจริญพาณิชญกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, นายอนุสรณ์ แสงกล้า นายอำเภอศรีรัตนะ, นายสว่าง กาลพัฒน์ เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกันจัดงาน วันสาธิตการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โครงการพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา เพื่อปรับสมดุลของปริมาณการผลิต การตลาด ข้าวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ให้ความสมดุล ส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้และอาชีพที่มั่นคง ยั่งยืน จากการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงฤดูนาปรัง และเพื่อมีอุตสาหกรรมต่อเนื่องของข้าวโพดมีเสถียรภาพในการผลิตสินค้า และลดการพึงพาจากภายนอกประเทศ

 

โดยกำหนดพื้นที่เป้าหมายในการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา ในพื้นที่การปลูกข้าวเขตชลประทานที่มีความเหมาะสมในการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา หรือพื้นที่นอกเขตชลประทานที่มีศักยภาพและมีแหล่งน้ำเพียงพอตลอดฤดูเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา การจัดงานวันสาธิตการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โครงการพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ในวันนี้มีเกษตรกรในพื้นที่อำเภอศรีรัตนะและอำเภอใกล้เคียงเข้าร่วม จำนวน 500 คน มีกิจกรรมการจัดงานรณรงค์ประชาสัมพันธ์ การถ่ายทอดความรู้การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยมี นายสุรเดช เตียวตระกูล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดอีกด้วย

 

 

นายสุรเดช เตียวตระกูล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า  โครงการนี้เป็นโครงการนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการปรับสมดุลของระหว่างพืชและการตลาดให้สอดคล้องกัน วันนี้เราทำการผลิตข้าวนาปรังมากขึ้น ทำให้ตลาดมีความต้องการน้อยลง ทำให้ผลผลิตข้าวไม่ได้ราคา ในประเทศไทยต้องการผลผลิตจากข้าวโพด 8 ตัน แต่ความจริงผลิตได้แค่ 5.5 ตัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดทำโครงการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาให้ผลผลิตมีความสมดุลกัน และแก้ปัญหาการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ซึ่งขาดตลาด เราได้ทำโครงการทั้งหมด 33 จังหวัด และจังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัดหนึ่งที่เราได้วางแผนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กว่า 30,000 ไร่

นายสุรเดช กล่าวอีกว่า  ณ วันนี้ได้เปรียบเทียบแล้วว่า ข้าวปลูกที่ต้นทุน 3,000 บาท หักกลบลบหนี้แล้วได้ประมาณ ไร่ละ 1,600 บาท แต่การปลูกข้าวโพด 1 ไร่ได้ประมาณ 1 เกวียนครึ่ง หรือ 1,500 กิโลกรัม ขายได้กิโลกรัมละ 8 บาท ทำให้ผลผลิตกว่า 10,000 บาท ต้นทุนข้าวโพดอยู่ที่ 3,500 – 3,600 บาท ทำให้เกษตรกรมีกำไรกว่า 7,700 บาท ทำให้เราเปรียบเทียบกันว่า ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้มีการปรับเปลี่ยนให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น

 

 

 

 

นายธงชัย เจริญพานิชย์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า จังหวัดศรีสะเกษ เป็นจังหวัดหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรมีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา ตามโครงการพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษมีพื้นที่เข้าร่วมโครงการ 35,013 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ในเขตชลประทาน 900 ไร่ พื้นที่นอกเขตชลประทาน 34,113 ไร่ และคาดว่าจะมีผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ออกสู่ตลาดไม่น้อยกว่า 35,000 ตัน ซึ่งจะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรช่วงฤดูแล้งนี้ ไม่น้อยกว่า 280 ล้านบาท

 

นายสว่าง กาลพัฒน์ เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า จังหวัดศรีสะเกษมีเกษตรกรสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 4,184 ครัวเรือน คิดเป็นพื้นที่ 35,013 ไร่ คาดว่าจะมีผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ออกสู่ตลาดไม่น้อยกว่า 35,000 ตัน ซึ่งมีพื้นที่ปลูกเพิ่มมากขึ้นจากปีที่แล้ว จำนวน 2.5 เท่า จึงจำเป็นต้องดำเนินการถ่ายทอดความรู้การปลูก การดูแลรักษา ตลอดจนถึงการเก็บเกี่ยว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลัวฤดูทำนาให้แก่เกษตรกร เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงด้านผลผลิตของเกษตรกรอันเกิดจากขาดความรู้และประสบการณ์ในการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยในวันนี้ได้มีกานถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนาให้แก่เกษตรกร และผู้สนใจ ได้นำไปปรับใช้และเพิ่มประสิทธิภาพในการกระบวนการผลิตของตนเอง อีกทั้ง ยังเป็นการประชาสัมพันธ์โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาของรัฐบาล อีกด้วย

 

เกษตร