"มหกรรมเบญจรงค์" ของดีมหาสารคาม ต่อยอดยกระดับสินค้าสู่อาเซียน

3 มี.ค. 2562 09:15 น.
มหาสารคาม  มีที่นี้ที่เดียว การบัญชี ม.มหาสารคาม ร่วมกับบ้านเบญจรงค์แกลเลอรี่ และหน่วยงานทุกภาคส่วนจัดมหกรรมเบญจรงค์ ของดีมหาสารคาม ต่อยอดยกระดับสินค้าสู่อาเซียน ครั้งที่ 1 เผย งานมีการจัดแสดงวันที่ 2-6 มีนาคม 2562 ที่ลานเสริมไทยคอมเพล็กซ์ ชั้น2 

 

 

 

 

               วันที่ 2มีนาคม 2562 เวลา 15.00 น.ที่ลานเสริมไทยคอมเพล็กซ์  มหาสารคาม  การบัญชี ม.มหาสารคามร่วมกับบ้านเบญจรงค์แกลเลอรี่ จัดมหกรรมเบญจรงค์ เบญจรงค์ ของดีมหาสารคาม  ต่อยอดยกระดับสินค้าสู่อาเซียน  ครั้งที่ โดย นาย เกียรติศักดิ์ จันทรา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม   เป็นประธาน เปิด งานมหกรรม  เบญจรงค์ ของดีมหาสารคาม     

 

                นาย เอกภูมิ วงศาไฮ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ คณะการบัญชีและการจัดการมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า  คณะการบัญชี ร่วมกับ ในจังหวัดมหาสารคามร่วมกันจัดงาน    งาน  “ เบญจรงค์ ของดีมหาสารคาม  “  เพื่อส่งเสริมธุรกิจและต่อยอดแกลเลอรี่สอนค้าโอทอปกระจายรายได้ยกระดับสู่อาเซียนหรือทั่วโลก   ซึ่งจัดครั้งนี้เป็นครั้งที่1  ซึ่งบ้านเบญจรงค์แกลเลอรี่  ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้เริ่มแรกเกิดจากกลุ่มนิสิตสาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ คณะการบัญชีและการจัดการมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ได้คิดค้นและริเริ่มสรรค์หาของดีในมหาสารคาม จึงได้ยกตัวอย่าง  “ บ้านเบญจรงค์แกลเลอรี่” อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม เป็นสินค้าโอทอป และตัวอย่างที่สามมารถนนำไป เป็นตัวอย่างในวิชาการเยนการสอน และนำมาต่อยอดในด้านธุรกิจ ให้ขยายวงกว้างออกไป เป็นการสร้างอาชีพ สร้างงา สร้างเงิน โดยในงานมีการจัดนิทรรศการภาพวาด ลงบนแผ่นกระเบื้อง  และทุกภาคส่วนจึงได้ร่วมกันต่อยอดสินค้าโอทอปเบญฐจรงค์ให้ไปไกลทั่วโลก ซึ่งงานมีการจัดแสดงวันที่ 2-6 มีนาคม 2562 ที่ลานเสริมไทยคอมเพล็กซ์ ชั้น2 

 

               นายวิรัช ทะไกรเนตร  เล่าว่า  เริ่มต้นจากการเรียนรู้และทำเครื่องเบญจรงค์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532  ที่อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ต่อมาเมื่อปี  พ.ศ.2543  ได้มีแนวคิดลดภาระค่าใช้จ่ายบางอย่างจึงได้กลับมาสร้างงานในแบบวิถีชุมชนอย่างเรียบง่าย จนถึงปี 2546 ได้นำแนวความคิดเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดมหาสารคามนั้นคือประยุกต์ลายผ้าไหมสร้อยดอกหมากมาวาดเป็นลวดลายลงบนเครื่องเบญจรงค์ รวมทั้งเขียนเรื่องจิตรกรรมเบญจรงค์  เช่นพระธาตุนาดูน ฮูปแต้ม และขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆจนพัฒนา เข้าสู่งานศิลปะ อีกแบบหนึ่ง ซึ่งไก้นำเอาประสบการณ์ที่เคยศึกษาทางด้านศิลปะ รวมทั้งความชำนาญด้านเขียนภาพสีน้ำมัน ทำให้ผลงานมีเสน่ห์และแตกต่าง โดยสิ้นเชิงกับงานเบญจรงค์โดยทั่วไป ผลงานในปัจจุบันจะเน้นการสร้างงานในด้าน พุทธศาสนาความเชื่อ ความศรัทธา  วรรณคดีและผลงานที่รับผลตอบรับ ในปัจจุบันคือ ผลงานด้านความเป็นศิริมงคล ด้านการค้าขาย การทำให้ธุรกิจรุ่งเรือง

 

               ก่อนหน้านั้นได้มีการทำลายเบญจรงค์ทั่วไป ซึ่งเหมือนกับทำงานตามแนวความคิดของลูกค้า  ที่กลุ่มลูกค้าคนกลางสั่งออเดอร์ออกมา  ตนเองจึงได้มีการเปลี่ยนแนวคิดแบบใหม่  ซึ่งอยากจะทำอะไรที่เป็นแนวคิดของเราเอง หรือเรียกได้ว่าขายความคิดของตนเอง   ราคาของเราเอง  ซึ่งเป็นอัตลักษณ์  ของตนเองให้มากขึ้น  ซึ่งงานมีอยู่2ประเภท  การเขียนลาย  โดยนำลายของผ้าไหม ซึ่งชื่อว่าลายสร้อยดอกหมาก ซึ่งเป็นลายผ้าไหมที่มีชื่อเสียงหรือเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดมหาสารคาม  ซึ่งได้นำลายมาเขียนลงในเครื่องใช้  เช่น ชุดน้ำชาลายสร้อยดอกหมาก  ชุดกาแฟ  ชุดอาหาร ประเภทนี้จะเป็นลายสร้อยดอกหมาก จะใช้ชื่องานอีกประเภทหนึ่งว่าคืองานจิตกรรมเบญจรงค์บนเครื่องเคลือบดินเผา

 

 

            ในขณะนี้ได้ใช้ชื่อเครื่องเคลือบดินเผาตัวใหม่ว่า  แต้ม ฮูป ดิน เผา  ให้ดูเป็นอีสาน ถึงความเป็นมาของมหาสารคาม  ความเชื่อในเรื่องศาสนา ความเชื่อในเรื่องพุทธศาสนา ความเชื่อในด้านศิริมงคล ความเชื่อ วิถีชิตคนอีสาน ซึ่งจะเขียนลงไปในลักษณะของภาพเขียน  แต่เขียนลงบนเครื่องเคลือบเซรามิคดินเผา เผา ในอุณหภูมิ180 องศา  ถ้าลักษณะของใช้ของราคาไม่สูง เช่น ชุดน้ำชา กาแฟ แก้วน้ำ  จะเป็นกลุ่มลูกค้า กลุ่ม หน่วยงาน องค์กรบริษัท  ห้างร้าน ที่จะสั่งเป็นของชำรวย งานแต่งงาน   เกษียณอายุราชการ  ขึ้นบ้านใหม่ ของขวัญปีใหม่  หรือเป็นของขวัญให้กับผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถือ ในส่วน ของสถานศึกษา เช่น ม.มหาสารคาม ได้สั่งออเดอร์   งานรับปริญญาของมหาสารคาม จะสั่งเป็นขอที่ระลึก เพื่อจะนำไปเป็นของฝาก  ในลักษณ์ของออเดอร์ เช่นใกล้เทศกาลสำคัญต่างๆ ต้องสั่งออร์เดอร์มาก่อนล่วงหน้า เป็นเวลา 1เดือน แต่ถ้าหากไม่ได้สั่งออเดอร์เข้ามา   ช่วง เดือน สิงหาคมไปจนถึงสิ้นแของแต่ละปี  ก็จะมีสินค้าเท่าที่มีหรืออาจจะได้สินค้าที่ตนเองตั้งใจไว้ 

 

              งานเบญจรงค์จะมีราคา ชิ้นละร้อยถึงหลักหมื่น แต่ถ้างานจิตกรรมเบญจรงค์ หรือ แต้ม ฮูป บนดินเผา จะอยู่ในราคา  5,000ถึงหลักล้าน   กลุ่มกลุ่มลูกค้ามีหลากหลาย เช่นกลุ่มนักธุรกิจ จะชอบในเรื่องของ การค้า เงินทองไหลเข้า ผู้ค้ามั่น คง ก็จะเป็นความเชื่อในเรื่องศิริมงงคล   ถ้าหากการค้าในอีกแบบ คือ  ถ้ากลุ่มการค้าอีกแบ คือความเชื่อเทพ มหาเทพ  ส่วนในเรื่องาศาสนาพุทธจะเชื่อในอีกุ ในความเป็นศาสนาพุทธ แต่ศาสนาพุทธเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้  เป็นสิ่งที่คูมากับคนไทย  งานที่สร้างขึ้นมาเป็นการเชื่อมโยงเกี่ยวกับความเชื่อความศรัทธา    ไม่ว่าจะสร้างงานชิ้นไหน จะดึงลายผ้าไหมสร้อยดอกหมากซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของขังหวัดมหาสาคามออกมา มาเขียนลงไปแทรกลงบนลายเบญจรงค์ เกือบทุกชิ้นงาน รูปแบบ ลงสี ความคิด เทคนิควิธีการที่ไม่เหมือนใคร สารมารถสั่งจองได้ที่พัฒนาชุมชน จังหวัดมหาสารคาม หรือที่  “ บ้านเบญจรงค์แกลเลอรี่” 

 

                        

                                                        

ของดีชุมชน