วันสาธิตการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์ "4 ดี : สุขภาพดี ผลผลิตดีระบบนิเวศดี รายได้ดี"

27 ก.พ. 2562 16:17 น.
อุบลราชธานี - มันอินทรีย์" ไบโอ...ตอบโจทย์รัฐ ขยายต้นแบบมันอินทรีย์สู่15 อำเภอ ให้ได้ 50,000 ไร่ ในปี 2565 ยกระดับ"อุบลราชธานีแห่งเกษตรอินทรีย์" สู่ออร์แกนิคสากล

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์  2562  ที่สนามกีฬา กลุ่มบริษัทอุบลไบโอเอทานอลต.นาดี อ.นาเยีย จ.อุบลราชธานี นายอนันต์ ปรีชาวุฒิวงศ์เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุบลราชธานีเป็นประธานเปิดงานวันสาธิตการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์ “4 ดี : สุขภาพดีผลผลิตดี ระบบนิเวศดี รายได้ดี” ชูหลักตลาดนำการผลิตเกษตรอินทรีย์พร้อมสร้างฐานสาธิตเชิงปฏิบัติการแบบบูรณาการ ยกขบวนวิทยากรทั้งภาครัฐภาคเอกชน และเกษตรกรต้นแบบ ครบทีมติวเข้ม

 

ประกอบด้วยสำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี กรมส่งเสริมการเกษตร /สำนักงานวิจัยพัฒนาการเกษตรเขตที่ 4 ศูนย์วิจัยพืชไร่ศูนย์วิจัยวิศวกรรมขอนแก่น กรมวิชาการเกษตร /สถานีพัฒนาที่ดินอุบลราชธานี กรมพัฒนาที่ดิน  /สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี / เกษตรกรต้นแบบรุ่น 1 - 2และกลุ่มบริษัทอุบลไบโอเอทานอล ให้กับหัวหน้ากลุ่มเกษตรกรจำนวน 400 รายตัวแทนจาก 15 อำเภอในจังหวัดอุบลราชธานีการอบรมสาธิตมันอินทรีย์ในปีนี้ จัดทั้งหมด 10 ครั้ง ในพื้นที่ขยายจุดรับซื้อมันอินทรีย์นำร่องครั้งแรกบุกโรงแป้งมันแปรรูปมันอินทรีย์ปฐมฤกษ์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกษตรกรซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ เกษตรกรจะได้รับการอบรมผ่านฐานการเรียนรู้ทั้งหมด 8 ฐาน

 

  ดังนี้ ฐานที่ 1  รู้ดิน  โดย สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดอุบลราชธานีฐานที่ 2  รู้ปุ๋ย  โดย สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 4  ฐานที่ 3รู้พันธุ์  โดย ศูนย์วิจัยพืชไร่อุบลราชธานี ฐานที่ 4การจัดการแปลงในระบบอินทรีย์  โดย สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่  4และกลุ่มบริษัทอุบลไบโอเอทานอล ฐานที่ 5  อารักขาพืช  โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี ฐานที่ 6  เครื่องจักรกลการเกษตร  โดยศูนย์วิจัยวิศวกรรมขอนแก่น ฐานที่ 7   สุขภาพคนมันอินทรีย์  โดยสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี ฐานที่ 8เทคนิคการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์ โดยกลุ่มบริษัทอุบลไบโอเอทานอล และเกษตรกรต้นแบบ

นายอนันต์ ปรีชาวุฒิวงศ์ กล่าวว่า“กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2ประกอบด้วยจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร และจังหวัดอำนาจเจริญได้กำหนดจุดยืน (POSITIONING) ในการพัฒนาเป็น“ศูนย์กลางของนวัตกรรมเกษตรแปรรูปและเกษตรอินทรีย์” Hub Of InnovationFor Specialized And Organic Agriculture (HI-SO Agriculture)ตามนโยบายการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ของรัฐบาลเพื่อยกระดับและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรให้สูงขึ้นเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความยั่งยืนของอาชีพเกษตรในระยะยาว จังหวัดอุบลราชธานีมุ่งเป้าเป็น “อุบลราชธานีแห่งเกษตรอินทรีย์” ภายในปี 2564 ให้ได้1,000,000 ไร่ ในทุกพืชโดยเฉพาะมันสำปะหลังอินทรีย์ที่มีตลาดรองรับแน่นอน

พร้อมตอบโจทย์ 4 ดี :สุขภาพดี ผลผลิตดี ระบบนิเวศดี รายได้ดี” จากสโลแกนของปีนี้ “4 ดี :สุขภาพดี ผลผลิตดี ระบบนิเวศดี รายได้ดี”ถอดรหัสมาจากประสบการณ์ของเกษตรกรต้นแบบรุ่นพี่เริ่มที่ นางสมพิศ บัญกาทีเกษตรกรต้นแบบรุ่นที่ 2 อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี เล่าว่า“ภายหลังจากเข้าร่วมโครงการฯ ไม่ใช่สารฆ่าหญ้า ทำให้มี “สุขภาพดี”ได้อบรมเรียนรู้วิธีการเพิ่มผลผลิตจากกรมวิชาการเกษตรไปปรับใช้ปีนี้ได้ผลผลิต 4 ตันต่อไร่ที่ 33 เปอร์เซ็นต์แป้งตามมาด้วย“ผลผลิตดี”

 

ทางด้านนายชุมพล  เวชสิทธิ์ เกษตรกรต้นแบบรุ่นที่ 1 อ.นาเยียจ.อุบลราชธานี อดีตข้าราชการครูที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกร เล่าว่า“การเพาะปลูกมันสำปะหลังอินทรีย์สอดคล้องกับวิถีความชอบของตนเป็นทุนเดิมอยู่แล้วพื้นที่แนวกันชนเป็น 80 ไร่ เป็นแนวกันชนธรรมชาติใช้ปุ๋ยหมักจากอินทรีย์วัตถุดิบที่หาเองในสวน มีการบำรุงดินด้วยปอเทืองความสมดุลที่ทำสม่ำเสมอทำให้แปลงและสวนรอบบ้านมี “ระบบนิเวศดี”สามารถเจอพืชพรรณที่เกิดตามธรรมชาติ เห็ดป่า ฯลฯ มากมาย

 

นายกฤษณะ ผลพลเกษตรกรต้นแบบรุ่นที่ 1 อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เล่าว่า“หันมาปลูกมันอินทรีย์ “รายได้ดี”เพราะหลักอินทรีย์ทำให้เราจดบันทึกเห็นต้นทุนรายรับรายจ่ายวางแผนการลดต้นทุนได้มากขึ้นรวมทั้งบริษัทมีการประกันราคาที่แน่นอนทำแล้วกำไรมากกว่าเดิม

การยกระดับเกษตรกรไม่เพียงแต่งดสารเคมีแต่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องทำความเข้าใจกับคำว่า “อินทรีย์”ไม่ใช่แค่ความสะอาด  ไม่ใช้สารเคมี หรือมกระบวนการมาจากธรรมชาติเท่านั้นจะทำเกษตรอินทรีย์อย่างไรให้ขายได้เป็นราคา ยกระดับสู่สากลได้ต้องคำนึงถึงความหมายของอินทรีย์ให้ลึกซึ้ง กล่าวคือผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันสำปะหลังอินทรีย์ต้องผ่านกระบวนการควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำจนสามารถได้เอกสารรับรองทุกมาตรฐานที่ลูกค้าต้องการ ได้แก่  (1)มาตรฐานอินทรีย์ไทยแลนด์ มกษ 9000-2552 (THAILAND ORGANIC) (2)มาตรฐานอินทรีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา(USDA-NOP)

 

(3) มาตรฐานอินทรีย์กลุ่มประเทศยุโรป (EU ORGANIC) (4) มาตรฐานอินทรีย์ ประเทศญี่ปุ่น(JAPANESE AGRICULTURAL ORGANIC STANDARD;JAS) (5) มาตรฐานอินทรีย์ประเทศเกาหลี (KOREAN ORGANIC STANDARD) และ (6) มาตรฐานอินทรีย์ประเทศจีน (CHINA ORGANIC) ซึ่งทุกมาตรฐานผ่านได้ถ้าเกษตรกรมีความตั้งใจซื่อสัตย์ ทางการตลาดก็พร้อมที่จะพาเกษตรกรไปสู่มาตรฐานสากล เข้าประเด็นWIN-WIN ปลูกได้ดีมีคุณภาพ ขายของได้มีคุณภาพเช่นกันซึ่งขอบอกว่างานดีไม่มีค่าใช้จ่าย ขอแค่มีเวลาและความตั้งใจจริงทางด้านการตลาด

 

นางสาวกัณฑ์พร กรรณสูต  ตัวแทนกลุ่มบริษัทอุบลไบโอเอทานอล กล่าวว่า ปัจจุบันแป้งมันออร์แกนิคเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นอย่างมากเพราะแป้งมันออร์แกนิคสามารถแปรรูปให้เป็นอาหารแห่งอนาคต (Future Food)และอาหารเพื่อสุขภาพได้หลากหลายสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในการเป็นส่วนผสมอาหารพรีเมียมในแต่ละเมนูได้เราควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำคือแปลงเกษตรกรไปจนถึงการผลิตไปจนถึงขนส่งถึงลูกค้า มีการประกันราคาที่สูงกว่าตลาดในปีนี้ในเกษตรกรที่มาส่งที่โรงงานถ้าผ่านมาตรฐานอินทรีย์แล้วเรารับซื้อที่กิโลกรัมละ4 บาท 30% เปอร์เซ็นต์แป้ง

 

"หากมีเกษตรกรที่สนใจเราเปิดรับสมัครรุ่นที่ 4แล้วสามารถติดต่อมาที่โรงงานได้โดยตรงค่หมดเขต 31 มีนาคม  2562 กิจกรรมในครั้งนี้จัดเพื่อมุ่งเน้นให้เกษตรกรหันมาปรับเปลี่ยนจากการใช้สารเคมีในแปลงมันมาสู่การทำอินทรีย์ แม้ว่าจะขับเคลื่อนตามนโยบายภาครัฐ  แต่สุดท้ายความยั่งยืนเกิดจากการทำอย่างจริงจังในพื้นที่มีคนปลูกก็ต้องมีคนซื้อ มีคนผลิตก็ต้องมีคนสนับสนุน" ตัวแทนกลุ่มบริษัทอุบลไบโอเอทานอลกล่าว

 

ตัวแทนกลุ่มบริษัทอุบลไบโอเอทานอล กล่าวอีกว่า จะเห็นว่าปีนี้ก้าวเข้าสู่การขยายพื้นที่แสดงผลถึงการทำได้จริงในพื้นที่ต้นแบบนำร่องตั้งแต่ปี 2558 เริ่มที่ 4อำเภอ คือ อ.นาเยีย อ.สว่างวีระวงศ์ อ.วารินชำราบ และ อ.พิบูลมังสาหารขยายผลได้ไปถึงรวมกันเป็น 15 อำเภอ ได้แก่ อ.โขงเจียม อ.ศรีเมืองใหม่อ.สิรินธร อ.ตระการพืชผล อ.ดอนมดแดง อ.ตาลสุม อ.โพธิ์ไทร อ.เขมราฐอ.กุดข้าวปุ้น อ.นาตาล อ.เหล่าเสือโก๊ก ซึ่งในระหว่างวันที่ 4 – 8 มีนาคม2562 นี้ทางโครงการฯ มีการขยายผลอบรมให้ทั่วถึง  พร้อมยกระดับเกษตรกรให้ได้ 50,000 ไร่ภายในปี 2565 นี้

เกษตร