เจาะสนามก่อนถึงโค้งสุดท้ายชิงส.ส. 6 ที่นั่งชัยภูมิ จับตามีลุ้นใครจะอยู่ใครจะไป?

26 ก.พ. 2562 16:00 น.
ชัยภูมิ - พปชร.ยังไล่บี้มาแรงทุกเขต มีลุ้นสูงรวมกว่า 4 ที่นั่งส.ส. ด้าน พท.แชมป์เก่าที่เคยมีส.ส.ยกจังหวัด เจาะสนามเลือกตั้งส.ส.ชัยภูมิ 62 ครั้งนี้เสียงแตกยังพอมีลุ่นเหลือ 2 เขตอย่างน้อย 2 ที่นั่ง แต่ก็ยังต้องเหนื่อยทั้งถูกสายเพื่อไทยเก่าทิ้งพรรคไปซบภูมิใจไทย,รักษ์ผืนป่าประเทศไทย และพลังประชารัฐ ตามไล่เบียดในทุกเขตตามมาติดๆ จับตา 5 เขตเลือกตั้งเมืองชัยภูมิแข่งเดือดศึกช้างชนช้าง ใครมีลุ้นใครจะอยู่ใครจะไป!

วันที่  26 ก.พ. 2562  ขณะที่จ.ชัยภูมิ เจาะสนามเลือกตั้งในอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้ เหลือเพียง 26 วัน จับตาเขตแข่งเดือดเขตช้างชนช้าง ซึ่งครั้งนี้มีการแบ่งเขตเลือก

 

ตั้งใหม่จาก 7 เขตเลือกตั้งที่มีส.ส.เพื่อไทยเดิมครองทั้งจังหวัดลดเหลือ 6 เขตเลือกตั้ง 6 ที่นั่ง

ประกอบด้วยเขตเลือกตั้งที่ 1 ที่มีแชมป์เก่าส.ส.เพื่อไทยเขตนี้ คือนายแพทย์โอชิษฐ์  เกียรติก้องชูชัย จากพรรคเพื่อไทย ที่มีดรีกรีทายาทเศรษฐีพันล้านน้องชายนายบรรยงค์  เกียรติก้องชูชัย นายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองชัยภูมิมายาวนานนับสิบปีจนปัจจุบัน ที่ครั้งนี้ยังมีคะแนนฐานเสียงสนับสนุนจากคนในพื้นที่หนาแน่นมาเป็นอันดับ 1

 

แต่ครั้งนี้ต้องมาสู้กันเองกับสายส.ส.เพื่อไทยเดิม อีกคนของเขตนี้คือ นายแพทย์ประสิทธิ์  ชัยวิรัตนะ ที่ขอย้ายมาอยู่พรรคภูมิใจไทย ที่มีฐานเสียงไล่บี้กันตามมาติดๆยังไม่ขาด รวมทั้งกระแสสานต่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจากพรรคพลังประชารัฐ ในพื้นที่ทั่วทั้งจังหวัดชัยภูมิ ในขณะนี้มาแรงในทุกเขต ที่มีนายวสันต์  กล้าแท้ จากพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นบุตรชายกำนันดังตำบลบุ่งคล้าและส.อบจ.เขตอ.เมืองชัยภูมิ ในอดีต คือนายปัญญา  กล้าแท้ ซึ่งเป็นบิดาของผู้สมัคร ฟปชร.เดิมก็เคยได้เป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส.ของพรรคไทยรักไทยในเขตนี้ที่มีฐานเสียงหนาแน่นเช่นกัน แต่ครั้งนั้นยอมหลบให้นายแพทย์ประสิทธิ์  ชัยวิรัตนะ ได้เป็นผู้ลงสมัครไทยรักไทยแทนๆไปก่อน

 

ซึ่งศึกเลือกตั้งครั้งนี้นายวสันต์ฯ เองยังมีฐานเสียงของพ่อนายปัญญาฯ ที่ถึงปัจจุบันจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ก็ยังมีฐานเสียงพ่อกลุ่มส.อบจ.เพื่อนปัญญา ยังให้การสนับสนุนอีกจำนวนมากมากพอควร รวมทั้งกระแสบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้ามาช่วยหนุนในพื้นที่เพิ่มเติมอีกจำนวนมากในครั้งนี้ ก็ยังน่าจับตาว่าโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้งก็ยังมีสิทธิ์แซงโค้งชิงที่นั่งส.ส.ให้กับ พปชร.ในเขต 1 นี้ได้ไม่ยากได้อีกเช่นกัน

 

เขตเลือกตั้งที่ 2 ไล่เรียงตั้งแต่แชมป์เก่า นางสาวปาริชาติ  ชาลีเครือ อดีตส.ส.เพื่อไทย 2 สมัยซ้อน ที่ครั้งนี้หันมาเป็นรองหัวหน้าพรรคใหม่อย่างพรรครักษ์ผืนป่าประเทศ และลงชิงส.ส.ในนามพรรครักษ์ผืนป่าฯในครั้งนี้เองแทน ที่ครั้งนี้ถือว่าเป็นการวัดฐานเสียงการเมืองของตระกูล”ชาลีเครือ”ครั้งสำคัญ ที่มีพี่ชายนายสุชน  ชาลีเครือ อดีตประธานวุฒิสภา และมีน้องชายนายมนตรี  ชาลีเครือ ยึดฐานการเมืองท้องถิ่นเป็นนายก อบจ.ชัยภูมิ ในปัจจุบัน ที่ยังพอมีฐานเสียหนาแน่นอยู่ในพื้นที่ไม่มีใครล้มได้ง่ายๆ แต่ส่วนหนึ่งก็ถูกแบ่งกระแสความนิยมพรรคเพื่อไทยในพื้นที่ไปให้ นายอรรถวีรย์  อุระวัฒนพันธุ์ อดีตส.อบจ.อำเภอจัตุรัส ผู้สมัครเพื่อไทย เขต 2 อีกคนที่ลงแทน

 

รวมทั้งนางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ อดีตส.ส.เพื่อไทย ที่เขตนี้ทับซ้อนกันเอง จึงหันไปลงในนามพรรคภูมิใจไทย ที่ต้องตามแข่งกันเองทำให้กระแสพรรคเพื่อไทย ในเขตนี้หดหายแตกกระเจิงแทบไม่เหลือใคร จนล่าสุดหลังกระแสความนิยมของพพปช. ที่มีพ.ท.อรุณ  ชาลีรินทร์ จัดส่งบุตรชาย นายเชิงชาย  ชาลีรินทร์ อดีตส.อบจ.พื้นที่ ที่ก็มีทีมส.อบจ.ในพื้นที่อีกหลายคนให้การสนับสนุน ครั้งนี้เริ่มกลายเป็นผู้สมัครหน้าใหม่มาแรงกว่าผู้สมัครรายอื่นๆมาเป็นอันดับหนึ่ง ที่มีหวังปักธงให้กับพปชร.สูงในเขตนี้ ตามมาด้วยที่ยังต้องน่าจับตาคือนางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ จากพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย เองยังไล่เบียดตามมาติดๆ

เขตเลือกตั้งที่ 3 มีผู้สมัครแชมป์เก่า อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทยคนเดิม คือนายอนันต์  ลิมปคุปตถาวร ที่ครั้งนี้ค่อนข้างต้องเหนื่อยกว่าใครเพื่อน เพราะกระแสลงพื้นที่ให้กับตัวเองน้อยมากในปัจจุบันทั้งปัญหาสุขภาพและทุนสนับสนุน ที่ครั้งนี้ถึงจะมาเจอผู้สมัครหน้าใหม่จากพรรคพลังประชารัฐ คือ นายสัมฤทธิ์  แทนทรัพย์ ที่ก็ไม่ธรรมดามีฐานทั้งอบต.ห้วยยายจิ๋ว อ.เทพสถิต ในฐานบ้านของนายอนันต์ จากเพื่อไทยเอง รวมทั้งยังมีทีมส.อบจ.ในทุกพื้นที่ในเขต 3 ครั้งนี้ให้การสนับสนุนจำนวนมาก รวมทั้งสายตระกูลการเมืองดังพื้นที่นี้อย่าง”สงวนวงษ์ชัย” ยังให้การสนับสนุนช่วยเหลือด้วยอีกทาง บวกทั้งกระแสบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในเขตนี้ให้กับ พปชร.มีลุ้นสูงกวาดส.ส.ในเขตนี้สูง 1 ที่นั่งได้ไม่ยาก

เขตเลือกตั้งที่ 4 ที่มีอดีตส.ส.หน้าเดิมของพรรคเพื่อไทยที่มีฐานคะแนนเฉพาะในเขตอ.หนองบัวแดง  คือนายมานะ  โลหะวณิชย์ ที่ครั้งนี้จะมีคู่แข่ง จากพรรคพลังประชารัฐ ที่มาแรงไม่แพ้กันเพราะมีฐานเสียงเฉพาะในเขตอ.เกษตรสมบูรณ์จำนวนมาก หากผู้สมัครใครที่ได้คะแนนที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากกว่าเท่าตัวของอ.หนองบัวแดง ในเขตอ.เกษตรสมบูรณ์ มีมากว่าครึ่งก็ค่อนข้างมีสิทธิ์ชนะสูงกว่าใครเพื่อน คือนายนายสุขสันต์  ชื่นจิตร ส.อบจ.อำเภอเกษตรสมบูรณ์ และยังมีทีมส.อบจ.พื้นที่เขตอ.หนองบัวแดงเข้ามาช่วยเสริมทัพอีกจำนวนมาก และยังเป็นเต็งหนึ่งที่จะกวาดที่นั่งส.ส.ให้กับ พปชร.ในเขตนี้ได้อีกไม่ยากในครั้งนี้เช่นกัน ตามติดมาด้วยนายสมาน  สุธรรมาภิวัฒน์ อดีตนายกอบต.โนนทอง อ.เกษตรสมบูรณ์ จากพรรคเพื่อชาติ ที่ครั้งนี้มีลุ้นตามมาติดๆเป็นอันดับ 3

เขตเลือกตั้งที่ 5 ที่มีอดีตส.ส.เพื่อไทยเดิม คือนางพรเพ็ญ  บุญศิริวัฒนกุล ที่ครั้งนี้ยังต้องเหนือยเพราะกระแสเพื่อไทยในขณะนี้ลดถอยลงมาก และต้องแข่งกับนายพีระพล  ติ้วสุวรรณ อดีตประธานสภา อบจ.ชัยภูมิ ในนามพรรคพลังประชารัฐ ที่มีกระแสนิยมตัวผู้สมัครและทีมส.อบจ.พื้นที่เข้ามาช่วยสนับสนุนอีกจำนวนมากยังนำมาเป็นอันดับ 1 และน่าจับตาว่า พปชร.จะมีส.ส.ในเขตนี้อีกเขตได้ไม่ยาก ตามติดๆมาด้วยนายเชวงศักดิ์  เร่งไพบูลย์วงษ์ พรรคภูมิใจไทย ที่ครั้งนี้มีความพร้อมเรื่องทุนไม่แพ้ใคร พอจะตามมาได้ติดๆเป็นอันดับ 3 ในขณะนี้

และสุดท้ายในเขตเลือกตั้งที่ 6 ที่มีอดีตส.ส.ของพรรคเพื่อไทยหน้าเดิมครองแชมป์เป็นส.ส.ในเขตนี้มาหลายสมัยยาวนาน คือนายแพทย์สุรวิทย์  คนสมบูรณ์ ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็ไม่ใช่ง่ายอีกเช่นกันในการจะครองแชมป์สนามนี้ให้กับพรรคเพื่อไทย เพราะยังมีผู้สมัครจากพลังประชารัฐ คือนายอภิสิทธ์  เวียนวิเศษ ส.อบจ.แก้งคร้อ และยังพอมีฐานเสียงหนาแน่นอยู่ในเขตเทศบาลตำบลแก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ที่ครั้งนี้มาแรงตามกระแสบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไล่ตามเบียดมาติดๆไม่แพ้กัน รวมทั้งนางสาวเพชราพร  ภูมิรัตนประพิณ จากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นอดีตนายกเทศบาลตำบลคอนสวรรค์ น้องสาวของนายสุริยน  ภูมิรัตนประพิณ อดีตสว.ชัยภูมิ และนายก อบจ.ชัยภูมิ เมื่อกว่าสิบปีก่อน ที่ครั้งนี้ส่งน้องสาวลงสู้ในนามพรรคภูมิใจไทย ในเขตนี้ก็ยังพอมีฐานเสียงจำนวนมากไม่แพ้กันไล่เบียดตามมาติดๆ ในเขตนี้ยังน่าจับตาว่า 3 พรรคหลัก จากเพื่อไทย ,พลังประชารัฐ และภูมิใจไทย มีลุ้นสูงยังพอกัน

และน่าจับตาว่าในเขตเลือกตั้งศึกช้างชนช้างจากทั้ง 6 เขต ในครั้งนี้ของพื้นที่จ.ชัยภูมิ พปชร.มีลุ้นสูงแล้วรวมกว่า 4 เขต และที่เขตเลือกตั้งที่น่าจับตาแข่งเดือดในครั้งนี้ ในเขต 1,2,4,5 และเขต 6 ต้องบอกว่าอย่ากระพริบตาจากนี้ไป

การเมืองท้องถิ่น