ชงตั้งกก.หาแนวทางออกโบราณสถานทับที่ชาวบ้านที่พิมาย

22 ก.พ. 2562 12:14 น.
นครราชสีมา - ปัญหาประกาศเขตโบราณสถานทับที่ชาวบ้านที่พิมายกว่า 2,658 ไร่  ยังไม่ได้ข้อยุติผู้ตรวจการแผ่นดินชงตั้งกรรมการระดับจังหวัดหาแนวทางแก้ปัญหาใหม่


นครราชสีมา วันนี้ (21 ก.พ. 2562)ที่ห้องประชุมนางสาวบุญเหลือ ชั้น 2  ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยนายชวลิต ธูปตาก้อง ที่ ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน นายสมศักดิ์ แสนหิรัณย์ เลขานุการผู้ตรวจการแผ่นดิน นายกมลธรรม วาสบุญมา รองเลขาธิการสำนักงาน ผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะ ได้ประชุมร่วมกับนางปิยะฉัตร อินสว่าง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายพนมบุตร จันทรโชติ รองอธิบดีกรมศิลปากร ,หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตัวแทนชาวอำเภอพิมายที่ได้รับผลกระทบ เพิ่อเร่งถกประเด็นการแก้ไขปัญหากรณีกรมศิลปากรกำหนดเขตพื้นที่โบราณสถานเมืองพิมายทับซ้อนกับที่ดินของประชาชน อีกทั้งการกำหนดเขตโบราณสถานดังกล่าวไม่มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนใน พื้นที่ ทำให้ประชาชนในพื้นที่เดือดร้อนกว่า 1,600 ราย

 

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดินกล่าวว่า จากการลงพื้นที่ร่วมประชุมวันนี้ เป็นการลงพื้นที่ต่อเนื่องหลังจาก โดยได้ตรวจสอบพื้นที่บริเวณที่มีการประกาศเขตโบราณสถานเมืองพิมาย และรับฟังสภาพปัญหาปัจจุบัน จากประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ พบว่า กรณีกรมศิลปากรได้จัดทำรายงานการสำรวจกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานและ จัดทำผังบริเวณและแนวเขตโบราณสถานเมืองพิมาย ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ครอบคลุมพื้นที่ 2,658 ไร่ 25 ตารางวา เพื่อเตรียมการประกาศกำหนดเขตที่ดินให้เป็นโบราณสถานเมืองพิมาย ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ทับซ้อนกับที่ดินซึ่งประชาชนอาศัยทำกินมานานและมีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมาย

 

อีกทั้งการกำหนดเขตโบราณสถานดังกล่าวไม่มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ รวมถึงมีชาวบ้านเป็นจำนวนมากที่ไม่ได้รับหนังสือแจ้งการกำหนดเขตโบราณสถานดังกล่าวมาก่อน ทำให้ชาวบ้านกว่า 1,600 ราย ได้รับความเดือดร้อนและเกิดความเสียหาย จากกรณีดังกล่าวทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเมืองพิมายจำนวน 300 กว่าราย ยื่นฟ้องกรม ศิลปากรและอธิบดีกรมศิลปากรต่อศาลปกครองนครราชสีมา ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนประกาศการกำหนดเขตที่ดิน โบราณสถานเมืองพิมาย ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองนครราชสีมา

 

แต่อย่างไรก็ดี ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ยังมีประเด็นปัญหาและข้อกังวลใจใน 3 ประเด็น คือ 1) กรณีสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา แจ้งความดำเนินคดีกับชาวบ้านในข้อหาบุกรุกโบราณสถาน 2) การกำหนดแนวเขตโบราณสถานเมืองพิมายที่ยังไม่ชัดเจนของสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา และ 3) กรณีกรม ศิลปากรมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้เมืองพิมายเป็นมรดกโลก มีแผนการดำเนินการ และจะส่งผลกระทบกับชาวบ้านในพื้นที่ อย่างไร ในวันนี้จึงประชุมเร่งหาข้อสรุปในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกับนางปิยะฉัตร อินสว่าง รองผู้ว่าราชการ จังหวัดนครราชสีมา นายพนมบุตร จันทรโชติ รองอธิบดีกรมศิลปากร นายจารึก วิไลแก้ว ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 10นครราชสีมา นายเลิศพันธุ์ สินบรรเลงเสนาะ นายอำเภอพิมาย นายดนัย ตั้งเจิดจ้า นายกเทศมนตรีตำบลพิมาย นายชุติมา จันทน์เทศ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย และตัวแทนประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ทุกฝ่ายและหาทางออกร่วมกัน นำไปสู่การบรรเทาความเดือดร้อน ลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ของประชาชนในพื้นที่ นำมาซึ่งความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
นายสมศักดิ์  สุวรรณสุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดินกล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้มติตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดขึ้นมา 1 ชุด โดยมีผู้ตรวจการแผ่นดิน

 

เป็นประธานและมีผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงตัวแทนของประชาชนอำเภอพิมายที่ได้รับผลกระทบเป็นกรรมการเพื่อสรุปประเด็นปัญหาและเสนอแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน โดยในเบื้องต้นคณะกรรมการชุดนี้จะไปพิจารณาทบทวนการกำหนดเขตโซนนิ่งโบราณสถานใหม่ซึ่งเดิมครอบคลุมพื้นที่ 2658 ไร่ 25 ตารางวา, ส่วนการยกเลิกประกาศเขตโบราณสถานเมืองพิมายนั้นไม่สามารถทำได้เพราะเป็นกฏหมายต้องถือปฏิบัติ  สำหรับกรณีที่สำนักศิลปากรที่ 10 กรมศิลปากรแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่บุกรุกโบราณสถานนั้นขณะนี้เรื่องอยู่ในชั้นพิจารณาของศาลแล้วไม่สามารถถอนแจ้งความได้  ส่วนกรณีที่ชาวบ้านร้องขอความคุ้มครองจากศาลปกครองเรื่องก็อยู่ในชั้นพิจารณาของศาลปกครองแล้วเช่นกัน ซึ่งคาดว่าการพิจารณาของคณะกรรมการชุดนี้ต้องใช้เวลารวบรวมข้อมูลหลักฐานและข้อเท็จจริงสักระยะหนึ่ง จึงจะหาข้อสรุปได้
 

ปราชญ์ชุมชน